โดนแล้ว! ศาลฎีกาสั่งคุก 3 ปี อดีตทนายดัง โกงเงินประกันตัว 'เบนซ์ เรซซิ่ง'

ศาลฎีกาพิพากษาแก้ตามศาลชั้นต้น สั่งจำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา อดีตทนายความคดีฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ หลังเคยถูกฟ้องเรียกเงินค่าประกันตัว 3.1 ล้านบาทแต่ไม่คืน ด้าน "เบนซ์ เรซซิ่ง" พอใจคำตัดสิน พร้อมเตือนประชาชนเลือกใช้บริการทนายความอย่างรอบคอบ

3 สิงหาคม 2569 - ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.3452/2562 ที่นางสุพรเพ็ญ วรโรจน์เจริญเดช เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายศิวาวิทย์ สำเร็จผล อดีตทนายความ เป็นจำเลย ในความผิดฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากนางสุพรเพ็ญเคยว่าจ้างนายศิวาวิทย์ดำเนินการเรื่องประกันตัว ก่อนฟ้องเรียกเงินจำนวน 3.1 ล้านบาทคืน โดยศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้จำเลยคืนเงินเต็มจำนวน แต่ภายหลังไม่สามารถชำระเงินคืนได้ และมีเพียงคำสั่งล้มละลาย

ต่อมา ภายหลังมีคำสั่งให้คืนเงิน นายศิวาวิทย์ได้ยื่นฟ้องกลับนางสุพรเพ็ญ โดยกล่าวหาว่านำเอกสารไปใช้ฟ้องร้องโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่เมื่อศาลอาญาไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูล จึงยกฟ้อง ทำให้มีการดำเนินคดีกลับในข้อหาฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ

ก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทง ฐานฟ้องเท็จ จำคุก 1 ปี และฐานเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญา จำคุก 2 ปี รวมเป็นจำคุก 3 ปี ขณะที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ลดโทษเหลือจำคุก 8 เดือน

ต่อมาเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา แต่จำเลยไม่มาศาลตามนัด ศาลจึงออกหมายจับและสั่งริบเงินประกัน กระทั่งวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปทุมธานี สามารถติดตามจับกุมตัวจำเลยและนำส่งศาลอาญาตามหมายจับ

ศาลฎีกามีคำพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำคุกนายศิวาวิทย์ 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะควบคุมตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อรับโทษตามคำพิพากษา

ภายหลังศาลมีคำพิพากษา นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ "เบนซ์ เรซซิ่ง" ให้สัมภาษณ์ว่า พอใจคำพิพากษาศาลฎีกาที่สั่งจำคุกจำเลย 3 ปีโดยไม่รอลงอาญา อย่างไรก็ตาม ในส่วนเงิน 3.1 ล้านบาทซึ่งเป็นคดีแพ่ง ยังคงไม่สามารถติดตามกลับคืนได้ เนื่องจากได้ดำเนินการสืบทรัพย์เพื่อบังคับคดีแล้ว แต่ไม่พบทรัพย์สินของจำเลย และจำเลยเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย

เบนซ์ เรซซิ่ง ยังฝากเตือนประชาชนให้พิจารณาเลือกใช้บริการทนายความอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะกรณีที่อาศัยความเดือดร้อนของผู้อื่นแสวงหาผลประโยชน์ พร้อมระบุว่า หากมีผู้เสียหายพบพฤติกรรมในลักษณะเดียวกัน ควรดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลดังกล่าวไปหลอกลวงผู้อื่นซ้ำอีก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทนายชนินทร์' แตะเบรกถวายฎีกาปมเขากระโดง

'ทนายชนินทร์' เบรกกลุ่มนักกฎหมายเตรียมถวายฎีกาปมเขากระโดง เตือนการดึงข้อพิพาทที่อยู่ระหว่างพิจารณาส่อก้าวล่วงอำนาจศาล-ขัดหลักนิติธรรม ย้ำต้องไม่ใช้เป็นช่องทางแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

'ทักษิณ' ขอเลื่อน! รายงานตัวคุมประพฤติ ยันยังติดกำไล EM

'ทักษิณ' เลื่อนรายงานตัวคุมประพฤติครั้งแรก ขยับไป 28 พ.ค. ยังคงติดกำไล EM ตามมติคณะอนุกรรมการพักโทษฯ ไม่มีการยื่นขอปลดชั่วคราวหรือถาวร

'ทักษิณ' ลุ้น 29 เม.ย. ราชทัณฑ์ไฟเขียวพ้นคุก 11 พ.ค. พักโทษจันทร์ส่องหล้า

'บรรณพจน์' เยี่ยม 'ทักษิณ' เผยเจ้าตัวโอเคดี 'ทนายวิญญัติ' หวังราชทัณฑ์ถกด่านสุดท้าย 29 เม.ย ไฟเขียวพ้นคุก 11 พ.ค. ยันยื่นบ้านจันทร์ส่องหล้าเป็นสถานที่พักโทษ

'โรม' ขึ้นศาลคดีหมิ่นประมาท 'เบนสมิธ' เอี่ยวสแกมเมอร์ เชื่อประชาชนรู้อยู่ฟ้องเพื่ออะไร

รังสิมันต์ โรม ขึ้นศาลคดีหมิ่นประมาทเบนสมิธ เอี่ยวสแกมเมอร์ เชื่อประชาชนรู้อยู่ฟ้องเพื่ออะไร ‘ทนายวิฑูรย์’ตำหนิ จำเลยดึงเอาครอบครัวมาเป็นพยานด้วย ย้ำทำสงครามไม่ควรดึงลูกเมีย

สาวยื่นร้องสภาทนายความ ถอนใบอนุญาตทนายความแอบถ่ายในห้องน้ำปั๊ม

ที่สภาทนายความฯ เมื่อเวลา 10.00 น. นายรัชพล ศิริสาคร  ทนายความนำตัวแทนผู้เสียหายสาวเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อสภาทน