'ปิยบุตร' พลิ้ว! ยังไม่เลิกกำนัน-ผญบ. แต่ชงทำประชามติยุบราชการส่วนภูมิภาค

‘ปิยบุตร’ แก้เกี้ยว ลุยปลดล็อกท้องถิ่น ยังไม่ยกเลิกกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ้างไม่มีอำนาจยุบ แต่อีก 5 ปี ชงทำประชามติ ‘ราชการส่วนภูมิภาค’ ควรไปต่อหรือไม่

9 พ.ค. 2565 – นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าวในหัวข้อ “ปลดล็อกท้องถิ่น: กระจายอำนาจ กระจายงบประมาณอย่างแท้จริง” ที่โรงแรมนนทบุรี พาเลซ จ.นนทบุรี ในกิจกรรม “ปลดล็อกท้องถิ่นเพื่อชีวิตคนนนท์” เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ประเทศไทยมีการกระจายอำนาจมาตั้งแต่ ปี 2540 แต่ก็ไปไม่ถึงไหน เพราะความซ้ำซ้อนของอำนานาจส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค กับท้องถิ่น ข้อเสนอเราจึงเป็นการปรับใหม่ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีอำนาจจัดทำบริการสาธารณะในพื้นที่ตนเองทุกเรื่อง เว้นเฉพาะบางเรื่อง เช่น การต่างประเทศ เงินตรา กองทัพ เป็นต้น

ส่วน อปท. ไหนไม่มีศักยภาพก็ร้องขอให้ส่วนกลางมาเสริมได้ และเมื่อมีอำนาจหน้าที่แล้วก็ต้องมีงบประมาณด้วย เราต้องผลักดันสัดส่วนรายได้ระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่นให้อยู่ที่ร้อยละ 50 ต่อ 50 และในส่วนของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจให้แก่ อปท. ที่บอกให้โอนภารกิจต่างๆ นั้น ต้องมีสภาพบังคับตามระยะเวลากำหนด

นอกจากนี้ หลักการที่สำคัญคือ รัฐส่วนกลางเป็นแค่การกำกับดูแลไม่ใช่บังคับบัญชา กระทรวงมหาดไทยจะมาสั่งผู้บริหารท้องถิ่นไม่ได้ ซึ่งในข้อเสนอในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น สำหรับส่วนภูมิภาคนั้น หากมีการกระจายอำนาจเต็มที่แล้ว เราเสนอทิ้งท้ายให้ภายใน 5 ปี ไปทำประชามติถามประชาชนว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะไม่มีราชการส่วนภูมิภาค โดยรัฐบาลจะต้องทำแผนว่าจะเลิกอย่างไร ถ่ายโอนคนอย่างไร และประกาศล่วงหน้าให้ทุกคนได้รู้เพื่อตัดสินใจชีวิตตนเอง ข้อเสนอของเราถ้าผ่าน ไม่ได้หมายความว่ายุบส่วนภูมิภาคทันที

“สำหรับข้อสงสัยของฝ่ายคัดค้านที่ว่า หากกระจายอำนาจเต็มรูปแบบเกิดขึ้นจริง จะทำให้เกิดการแบ่งแยกดินแดน กำลังทำให้ประเทศไทยเป็นสหพันธรัฐหรือไม่? ผมขอชี้แจงว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการแบ่งแยกดินแดนแต่อย่างใด การมีหรือไม่มีราชการส่วนภูมิภาคไม่เกี่ยวกับเรื่องการเป็นรัฐเดี่ยว อย่างประเทศอังกฤษ ญี่ปุ่น มีราชการส่วนกลางแล้วก็ไปส่วนท้องถิ่นเลย ก็ยังคงเป็นรัฐเดี่ยว ยิ่งถ้าไปดูข้อเสนอของเราข้อแรก เราระบุชัดว่า การแก้ไขตามร่างนี้ภายใต้บังคับมาตรา 1 คือประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวแบ่งแยกไม่ได้ ส่วนข้อท้วงติงเรื่องความสัมพันธ์ท้องถิ่นกับส่วนกลางที่ห่วงว่าจะไม่มีนั้น ไม่จริง เพราะส่วนกลางยังยึดโยงกับท้องถิ่นนั่นก็คือการกำกับดูแล นอกจากนี้อำนาจที่กระจายไปให้กับท้องถิ่น ก็เป็นแค่อำนาจบริหารเท่านั้น ส่วนอำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ ก็ยังคงเป็นของส่วนกลางเหมือนเดิม ทั้งหมดนี้ คือข้อยืนยันในตัวเองว่า หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของเราผ่าน ประเทศไทยยังเป็นรัฐเดี่ยวเหมือนเดิม ไม่มีทางเป็นสหพันธรัฐใดๆ ทั้งสิ้น” นายปิยบุตร ระบุ

นอกจากนี้ หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เราเสนอผ่าน ราชการส่วนภูมิภาคไม่ได้หายไปทันที ตนและคณะก้าวหน้าไม่ได้มีอำนาจใดที่จะยุบให้หายไปได้ เราบอกแค่ว่าภายใน 5 ปี ให้ไปทำประชามติ ถามประชาชนว่าจะยังคงให้มีอยู่ต่อหรือไม่ ถ้าประชาชนยังคงให้มีต่อไป ก็ยังคงอยู่ แต่ก็จะมีความชัดเจนขึ้นระหว่างภูมิภาคกับท้องถิ่นว่าใครมีอำนาจทำอะไรแค่ไหน ไม่ซ้ำซ้อนกันอีก แต่ถ้าประชาชนอยากให้เลิก รัฐบาลก็เตรียมแผนว่าจะถ่ายโอนข้าราชการ บุคลากรไปทางไหน มีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน

ในส่วนของผู้ว่าราชการจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มีคำถามว่าจะอยู่ตรงไหน ในส่วนของผู้ว่าฯ ถ้าทำประชามติแล้วประชาชนยังอยากให้มีราชการส่วนภูมิภาค ผู้ว่าฯ ก็อยู่ต่อ แต่จะทำหน้าที่กำกับดูแลท้องถิ่น ช่วยประสานงาน แต่ไม่ใช่สั่งการท้องถิ่น ในส่วนของกำนันผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายการปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 ที่ผ่านมาก็มีการพัฒนาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด มีเห็นด้วยเห็นต่าง ปรับกันเรื่อยมา ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะปฏิรูปปรับปรุงอะไรต่างๆ นี่คือความสวยงามของประชาธิปไตย ที่จะได้มาพูดคุยเจรจากันว่าจะจัดการตรงนี้อย่างไร

“ในส่วนคณะก้าวหน้า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เรากำลังรณรงค์เข้าชื่อกันอยู่นี้ ไม่เสนอยกเลิกกำนันผู้ใหญ่บ้าน เราเสนอแค่เรื่องของงาน เงิน คนไปให้ท้องถิ่น จัดภารกิจของส่วนกลางกับท้องถิ่นให้ชัดมากขึ้น แล้วเราก็ทิ้งท้ายว่า อีก 5 ปี ไปทำประชามติว่าส่วนภูมิภาคจะอยู่ต่อไปหรือไม่ ดังนั้น หากข้อเสนอนี้ผ่าน ก็ไม่ใช่ยุบส่วนภูมิภาค ไม่ได้ยุบกำนันผู้ใหญ่บ้าน โดยทันที ต้องไปถามประชามติจากประชาชนก่อน พวกผมไม่ได้มีอำนาจที่จะไปยุบราชการส่วนภูมิภาคหรือยกเลิกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หากข้อเสนอนี้ผ่าน ก็ต้องไปถามประชาชนผ่านประชามติ และเป็นอำนาจของรัฐบาลจะไปพิจารณาต่อว่าเมื่อกระจายอำนาจสมบูรณ์แล้ว จะจัดวางตำแหน่งบทบาทของกำนันผู้ใหญ่บ้านอย่างไรไม่ให้ซ้ำซ้อนกับท้องถิ่น เช่น ไม่เพิ่มจำนวน ใช้การทยอยลด หรือ ปรับเป็นพนักงานราชการท้องถิ่น หรือสร้างสภาพลเมืองประจำท้องถิ่นที่มีคนในท้องถิ่นสลับหมุนเวียนมาเป็นโดยมีกำนันผู้ใหญ่บ้านอยู่ในนั้นด้วย เป็นต้น

ทุกข้อถกเถียงต้องมาพูดคุย แต่อย่างไรก็ตาม ผมยืนยันอีกครั้งว่าถ้าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 14 ที่เรากำลังรณรงค์เข้าชื่อภายใต้แคมเปญปลดล็อกท้องถิ่นครั้งนี้ผ่าน ไม่ได้ยกเลิก หรือไปยุบอะไรอย่างแน่นอน ทั้งหมดจะชอบธรรมได้ก็ต้องไปถามประชาชนผ่านประชามติ” เลขาธิการคณะก้าวหน้า ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ธนาธร' ลั่นเลือกตั้งครั้งหน้าต้องสร้างรัฐสวัสดิการ ด้วยการลดงบกองทัพ ปฏิรูปภาษี

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้ากล่าวตอนหนึ่งในการวงเสวนา “8 ปีสวัสดิการสังคมไทยภายใต้ระบอบประยุทธ์ กับอนาคตรัฐสวัสดิการ อนาคตประชาธิปไตยไทย” ว่า​ประชากร 1% สุดท้ายของประเทศไทยมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 1,759 บาทต่อเดือน

'ไทยสร้างไทย' หนุนเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ นำร่องจังหวัดที่พร้อมก่อน

'ไทยสร้างไทย' หนุน มติ กมธ.กระจายอำนาจฯ ปลดล็อกท้องถิ่น เลือกตั้ง ผวจ. ทั่วประเทศ แนะนำร่องจังหวัดที่พร้อมก่อน สอดรับความต้องการในพื้นที่

'ก้าวไกล' วอน ส.ส.ทบทวน พรบ.เข้าชื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หวั่นก่อความแตกแยก

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงข่าวกรณีความกังวลที่เกิดขึ้นจากคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเข้าชื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. … ว่า ยังมีข้อกังวลต่อร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจากไม่ได้มีการแก้ไข ปรับปรุง ตามข้อเสนอของกมธ.จากพรรค

ผู้ลี้ภัยทั่วโลกซึ้ง 'ธนาธร' วอนไทยโอบอ้อมอารีต่อเพื่อนมนุษย์ อย่าคับแคบเห็นแก่ตัว

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประะานคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความเนื่องในวัน "ผู้ลี้ภัยโลก" 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดดังนี้

'แรมโบ้' ชำแหละ 'ปิยบุตร' มีพฤติกรรมก้าวล่วง ลั่นสถาบันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทยให้เป็นหนึ่งเดียว

'แรมโบ้' อัด 'ปิยบุตร' หากไม่ได้คิดจะล้มล้างสถาบันคงไม่มีพฤติกรรมก้าวล้วง หรืออยากปฏิรูปสถาบัน ยืนยันคนไทยอยู่คู่สถาบันมานานไม่เห็นมีปัญหาอะไร อยู่ได้เพราะเป็นศูนย์รวมดวงใจยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทยเป็นหนึ่งเดียวตลอดมา

'ปิยบุตร' ลุย 'พัทลุง' รณรงค์ปลดล็อกท้องถิ่น ปลุกร่วมลงชื่อมองข้ามความเป็นกลุ่มเป็นพรรค

'ปิยบุตร' ลุย 'พัทลุง' รณรงค์ปลดล็อกท้องถิ่นเป็นวาระสำคัญของประเทศ ปลุกช่วยกันลงชื่อ มองข้ามความเป็นกลุ่มเป็นพรรค ให้คิดเป็นเรื่องของการทำเพื่อประชาชนทุกคน จ่อยื่นประธานรัฐสภา คาดทันสมัยประชุมสิ้นปีนี้หวังเร่งรัดร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ