
‘ดร.เสรี’ เตือนสามนิ้ว หยุดป่วนเมืองได้แล้ว ทั้งที่ออกมาชุมชุม ออกมาปราศรัย ออกมาถือป้าย ออกมาดูหมิ่นพระมหากษัตริย์รวมทั้งพวกอีแอบเบื้องหลังขบวนการด้วย เมื่อถูกดำเนินคดี อย่าหาว่าล่าแม่มดด้วยนิติสงครามอีกล่ะ
12 พ.ย.2564-ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย บรรณาธิการบริหาร เพื่อวางกลยุทธ์สื่อสาร ศบค. โพสต์เฟซบุ๊กว่า จะเรียกการกระทำว่าอะไร ไม่ใช่ประเด็น พฤติกรรมต่างๆที่พวกคุณทำต่างหากที่มันทำให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพวกคุณต้องการที่จะลเมล้างสถาบันพระมหากษัตริย์
คุณขึ้นป้ายบนเวทีปราศรัยว่าคุณไม่ต้องการปฏิรูป คุณต้องการปฏิวัติมที่มีหมายความว่าคุณต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง โดยไม่มีพระมหากษัตริย์
คุณพูดชัดเจนว่าประชาธิปไตยคือการมีเสรีภาพในการแสดงออก และคุณก็บอกว่าคุณต้องการแสดงออกว่าคุณไม่ต้องการพระมหากษัตริย์ แบบนี้ไม่ใช่ล้มล้างหรือ
คุณจะบุกเผาวัง คุณปราศรัยให้ร้ายพระมหากษัตริย์ คุณเผาพระบรมฉายาบักษณ์ คุณล้อเลียนพระมหากษัตริย์ คุณดูหมิ่นพระมหากษัตริย์คุณขวางรถพระที่นั่ง
คุณเอาสีน้ำเงินออกจากธง
ข้อความ 10 ขอที่คุณประกาศบนเวทีปราศรัยนั้น คุณอธิบายได้ไหมว่าทั้ง 10 ข้อนั้น มันคือการปฏิรูปตรงไหน มันคือการลิดรอนพระราชอำนาจแลัพระราชฐานะชัดๆ มีการกล่าวหาพระองค์ด้วยความเท็จ
คุณบอกว่าปฎิรูปไม่ใช่ล้มล้าง มันก็จริง ทั้ง 2 คำความหมายไม่เหมือนกัน คุณเลือกใช้คำว่าปฏิรูป แต่พฤติกรรมของคุณมันคือการล้มล้างชัดๆ อย่าเล่นคำเลยค่ะ
ปฏิรูป ไม่ใช่ล้มล้าง คุณมีพฤติกรรมล้มล้าง แต่หลอกชาวบ้านว่าคุณต้องการปฏิรูป คุณคิดว่าคนไทยโง่จนรู้ไม่ทันพวกคุณหรือ พวกเรากินข้าวนะ ไม่ได้กินหญ้า
แล้วตอนนี้ยังมาตีโวหารอีกว่าปฏิรูปไม่ใช่ล้มล้าง ยังมาหาว่าศาลวินิจฉัยปฏิรูปว่าเป็นการล้มล้าง โถ ยังยึดแนวการตีโวหารหลอกชาวบ้านไม่เลิกนะ น่าเวทนา น่ารังเกียจจริงๆ
ยังไงพวกคุณก็ไม่ชนะ หยุดป่วนเมืองได้แล้ว ทั้งคุณที่ออกมาชุมชุม ออกมาปราศรัย ออกมาถือป้าย ออกมาดูหมิ่นพระมหากษัตริย์รวมทั้งพวกอีแอบเบื้องหลังขบวนการด้วย
เมื่อถูกดำเนินคดี อย่าหาว่าล่าแม่มดด้วยนิติสงครามอีกล่ะ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขิงก็รา...ข่าก็แรง
คำพังเพยไทยที่บอกว่า “ขิงก็รา ข่าก็แรง” เราจะใช้พูดถึงคนที่ขัดแย้งกัน ด่ากันไปด่ากันมา แต่พิจารณาจริงๆ แล้วก็แล้วร้ายทั้งคู่ ขิงที่ขึ้นราก็ใช้ไม่ได้ ข่าที่กลิ่นแรงเกินไปก็ใช้ไม่ดี รัฐบาลก็ทำหลายอย่างที่ไม่ดี
ใครโง่...ใครฉลาด
สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้
ค้านด้วยเหตุด้วยผล...ย่อมดลให้เกิดประโยชน์
ในสังคมประชาธิปไตยโดยทั่วไป ก็จะมีฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่บริหารประเทศด้วยนโยบายที่แถลงไว้กับสภาผู้แทนราษฎร และจะทำโครงการต่างๆ เพื่อทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ ในขณะเดียวกันก็จะมีฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล
เขาจะเลือกตั้งอะไรกัน
มีคนจำนวนมากเห็นป้ายติดตามเสาไฟฟ้า มีลักษณะเป็นป้ายหาเสียงเลือกตั้ง เพราะเห็นมีหมายเลขประกบกับรูปของคนที่สมัครลงรับเลือกตั้ง หลายคนเห็นก็พอจะรู้ว่ากำลังจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ
พระมหากษัตริย์ไทยคือธรรมราชา
คนไทยโชคดี เพราะตั้งแต่เรามีประเทศที่เป็นเอกราช พระมหากษัตริย์ของเราก็เป็นธรรมราชา คือทรงเป็นพระราชาที่ทรงธรรม ทรงมีทศพิธราชธรรมเป็นหลักธรรม 10 ประการที่พระมหากษัตริย์ของเราทรงยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของอาณา
ระบอบสีน้ำเงิน...อย่าฟังเพลินๆ...คิดให้ดี
ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลยังคงรุมด้อยค่า ด่ารัฐบาล ชักจะไปไกลอย่างน่าเป็นห่วง จากระบอบเนวิน ระบอบอนุทิน มาจนถึง “ระบอบสีน้ำเงิน”

