ดร.เสรี จวกยับหนีไปเอง ไม่มีคนห้ามเข้าประเทศ แต่ไม่มากลัวติดคุก

เสรี วงษ์มณฑา26 ต.ค.2565 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่าเราก้าวไม่ข้ามเขา หรือเขายังนอนขวางเราไม่เลิก

ทำไมยังพูดจา และมีพฤติกรรมป่วนประเทศไทยไม่เลิก

พูดจาด้อยค่าลุงตู่ในลักษณะยกตนข่มท่านตลอดเวลา

รัฐบาลทำอะไรก็ไม่ดีทั้งนั้น ต้องทำตามที่เขาคิดเท่านั้น เก่งคนเดียว

ทั้งหมดทั้งปวงที่ทำก็คือต้องการกลับเมืองไทยโดยไม่ติดคุก

ในเมื่อทำผิด ศาลเขาสอบสวนทวนความแล้วว่าผิดจริง ก็ต้องคิดคุก

หนีไปเอง ไม่มีใครห้ามเข้าประเทศไทย แต่ไม่มาเอง กลัวติดคุก

ทำผิดชัดๆ ยังมาหาว่าถูกกลั่นแกล้ง ศาลเขาตัดสินตามหลักฐานที่ชัดเจน

ที่แปลกใจก็คือทำไมยังมีคนชื่นชม ยอมให้คนทั้งตระกูลมาเป็นใหญ่

เราทำให้คนทั้งประเทศเป็นคนดีไม่ได้ แต่เราก็ไม่ควรให้คนชั่วครองเมือง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประเทศจะล่มจมเพราะคนไทยเป็นไทยเฉย

ในอดีตคนไทยที่บอกว่ารักชาติไม่ได้พูดแต่ปาก แต่จะช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ คนโกงถูกจับติดคุก และติดนานตามคำตัดสินของศาล เพราะถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้น จะมีคนไทยจำนวนหนึ่งที่ต้องการเห็นกระบวนการยุติธรรมของไทยมีความศักดิ์สิทธิ์

แตกต่างได้...ไม่ควรแตกแยก

ประเทศไทยเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้เรามีเสรีภาพทางความคิด ดังนั้นหากคนไทยเราจะมีความคิดที่แตกต่างกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย

มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง

ขิงก็รา...ข่าก็แรง

คำพังเพยไทยที่บอกว่า “ขิงก็รา ข่าก็แรง” เราจะใช้พูดถึงคนที่ขัดแย้งกัน ด่ากันไปด่ากันมา แต่พิจารณาจริงๆ แล้วก็แล้วร้ายทั้งคู่ ขิงที่ขึ้นราก็ใช้ไม่ได้ ข่าที่กลิ่นแรงเกินไปก็ใช้ไม่ดี รัฐบาลก็ทำหลายอย่างที่ไม่ดี

ใครโง่...ใครฉลาด

สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้

ค้านด้วยเหตุด้วยผล...ย่อมดลให้เกิดประโยชน์

ในสังคมประชาธิปไตยโดยทั่วไป ก็จะมีฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่บริหารประเทศด้วยนโยบายที่แถลงไว้กับสภาผู้แทนราษฎร และจะทำโครงการต่างๆ เพื่อทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ ในขณะเดียวกันก็จะมีฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล