เอาแล้ว 'ท่านใหม่' ยกพุทธศาสนสุภาษิต 'พาโล อปริณายโก' ทวงคืนพระราชอำนาจ


17 มี.ค.2566 - ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือ "ท่านใหม่" โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้

พาโล อปริณายโก ( คนโง่ ไม่ควรเป็นผู้นำ )

บุคคลผู้จะเป็นผู้นำได้นั้น จะต้องเป็นคนที่มีความรู้คู่กับคุณธรรม ฉลาด มีปฏิภาณไหวพริบ ล่วงรู้เท่าทันเหตุการณ์ ซึ่งเราเรียกคนประเภทนี้ว่า “บัณฑิต”

เมื่อท่านมีกำลังและโอกาสที่จะบริหารหมู่คณะ ย่อมมีกำลังทำประโยชน์ คือความเจริญรุ่งเรืองให้เกิดขึ้นแก่หมู่คณะที่ตนปกครองได้

แต่“คนโง่”นั้น ไม่สมควรที่จะเป็นผู้นำ เพราะเป็นผู้ไม่รู้อะไร จะทำให้หมู่คณะที่ตนปกครองประสบแต่หายนะ คือ ความเสื่อม ความพินาศอย่างเดียว

อ้างอิง : พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๗

แต่การปกครองบ้านเมือง นั้น พระมหากษัตริย์ ร 7 ทรงพยายามที่จะสร้างระบอบการปกครอง ที่เป็นประชาธิปไตย ที่เหมาะสมกับสภาพสังคม แต่ก็ถูกช่วงชิง ไปโดยพวกกบฏคณะราษฎร ๒๔๗๕ และสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ แต่เดิมนั้นเป็นของพระมหากษัตริย์เท่านั้น หรือที่เรียกว่า กันว่า การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Absolute Monarchy) หลังการทำรัฐประหารโดยคณะราษฎร เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ ก็ตกเป็นของคณะราษฎรทันที และสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

ได้มีการพยายามเขียนกฎหมายบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ว่า “อำนาจสูงสุดนั้นยังคงเป็นของพระมหากษัตริย์” ซึ่งเป็นการหลอกลวงราษฎร (แบบฉลาดแกมโกง) ทำให้ราษฎรทั่วไปเข้าใจผิดมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

การปกครองแบบนั้นเรียกว่า การปกครองระบอบปรมิตตาญาสิทธิราชย์ (Limited Monarchy) หรือ เรียกว่า ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy) หรือ ระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ เรียกสั้นๆว่า ระบอบรัฐธรรมนูญ

การปกครองแบบนี้ใช้มาจนปัจจุบัน ซึ่งไม่ตรงกับพระราชประสงค์ของ ร.7 ที่พระองค์ท่านต้องการให้มีส่วนร่วมในการถ่วงดุลอำนาจการปกครองบ้านเมือง ร่วมกับราษฎรของพระองค์ท่าน ....!!! ผมขอย้ำว่า พระมหากษัตริย์ ร 7 ทรงคิดที่จะร่วมกับราษฎร์ของพระองค์ท่าน ถ่วงดุลอำนาจการปกครองบ้านเมือง ถ้าพระองค์ท่าน (ร 7) ไม่โดนถูกช่วงชิง ไปโดยพวกกบฏคณะราษฎร ๒๔๗๕ จะทำให้ รัฐบาล และข้าราชที่โกงกินบ้านเมือง เงินภาษีประชาชนหมดไป

สาระสำคัญ แนวทางการปกครอง ของพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 7 ไม่เคยมีนักวิชาการท่านใด สถาบันการศึกษาใด หยิบยกขึ้นมาบอกกล่าวข้อเท็จจริง ต่อคนรุ่นใหม่

แต่มุ่งเน้นที่จะสั่งสอนเยาวชน ให้สานต่อวัตถุประสงค์ของคณะราษฎรหลังยึดอำนาจเมื่อ 2475 โดยไม่สนใจแนวทางการปกครองของพระมหากษัตริย์ ที่ทรงวางแนวทางไว้เลยแม้แต่คนเดียว...

นี่หรือคือการแสดงออก ของคนฉลาด ซึ่งมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์...?!?

ม.จ. จุลเจิม ยุคล
#เรามาทวงคืนพระราชอำนาจกันเถอะเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยถึงทางสองแพร่ง! บี้ผู้นำเลือกปราบโกงชาติ หรือยอมจำนน

นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเทศไทยถึงทางสองแพร่ง ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันหรือยอมจำนน?

'จาตุรนต์' ชี้เงินกู้ 4 แสนล้าน เครื่องวัดวิสัยทัศน์ 'ผู้นำ' ข้องใจใช้ครบตอบโจทย์วิกฤตจริงไหม

สส.อ๋อย บอกเงินกู้ก้อน 4 แสนล้านจะเป็นเครื่องวัดผู้นำ มองเห็นวิกฤตของโลกและของประเทศแค่ไหน มีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 จริงหรือไม่

'ดร.กนก' ชี้วิกฤตผลกระทบจากสงคราม สร้างผู้นำได้ก็ทำลายผู้นำได้ คือสัจธรรมทางการเมือง

กนก วงษ์ตระหง่าน แนะการแก้ปัญหาในยามวิกฤต หัวใจ คือการวางผลประโยชน์ส่วนตนไว้ก่อน และใช้ผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลักยึดและเป้าหมาย

'คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์' จัด'CDC Golf #2:Designing on the Green' รวมผู้นำเปิดประสบการณ์กอล์ฟ

คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) หนึ่งในโครงการบริหารงานโดย ALLY ร่วมกับแบรนด์ชั้นนำในวงการออกแบบและตกแต่ง จัดงาน “CDC Golf #2: Designing on the Green” ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง หลังจากงานครั้งแรกได้รับเสียงตอบรับอย่างเป็นอย่างดีจากพันธมิตร นักธุรกิจ และนักออกแบบในหลายแวดวง โดยในปีนี้ได้รับความสนใจและการเข้าร่วมอย่างคึกคักจากนักกอล์ฟ ผู้ประกอบการ สถาปนิก ดีไซเนอร์ อินทีเรียร์ และวิศวกร มาร่วมสัมผัสประสบการณ์กอล์ฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ สยามคันทรีคลับ แบงคอก

หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล สิ้นชีพิตักษัยอย่างสงบ สิริชันษา 78 ปี

พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ถึงชีพิตักษัยอย่างสงบ ณ บ้านพัก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเวลา 08.13 น. วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2568 สิริชันษา 78 ปี

เข้าตัว! หัวหน้าเพื่อไทย ติงคำพูดผู้นำไม่ใช่แค่ความคิดส่วนตัว แต่คือท่าทีของประเทศ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เขียนบทความเผยแพร่ในแพลตฟอร์ม X มีเนื้อหาว่า การบริหารประเทศต้องตั้งอยู่บนหลักคิดและการประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน ไม่ใช่การตอบสนองด้