'ดร.เสรี' ชี้สังคมเสื่อมเพราะนักการเมืองเลว ข้าราชการชั่ว สื่อสามานย์ ทำให้ประเทศก้าวสู่ความพินาศ

13 มิ.ย.2566- ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กว่า ฟอกขาวคือการทำข่าวทำให้คนชั่วกลายเป็นคนดี ทำให้คนที่ทำผิดกลายเป็นคนทำถูก

ป้ายสีคือการทำข่าวให้ร้ายคนดีให้กลายเป็นคนชั่ว ให้คนมีผลงานเป็นคนไร้ผลงาน

เวลานี้มีสื่อบางรายทำหน้าที่ฟอกขาวให้นักการเมืองที่ชั่ว อย่างหน้าด้านๆ ไร้ยางอาย

และยังทำหน้าที่ป้ายสี กล่าวหาคนดีด้วยการสร้างวาทกรรมและการบิดเบือนข่าว

สังคมต้องเสื่อมเพราะนักการเมืองเลวบางคนที่ได้รับการสนับสนุนโดยข้าราชการชั่วบางคน กับสื่อสามานย์บางราย
ที่ทำให้ประเทศชาติก้าวสู่ความพินาศ

มาช่วยกันทำให้คนดีได้บริหารบ้านเมือง และหยุดอย่าให้คนชั่ว คนเลวได้มีโอกาสมาเป็นผู้นำบริหารบ้านเมืองเลยนะคะ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประเทศจะล่มจมเพราะคนไทยเป็นไทยเฉย

ในอดีตคนไทยที่บอกว่ารักชาติไม่ได้พูดแต่ปาก แต่จะช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ คนโกงถูกจับติดคุก และติดนานตามคำตัดสินของศาล เพราะถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้น จะมีคนไทยจำนวนหนึ่งที่ต้องการเห็นกระบวนการยุติธรรมของไทยมีความศักดิ์สิทธิ์

แตกต่างได้...ไม่ควรแตกแยก

ประเทศไทยเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้เรามีเสรีภาพทางความคิด ดังนั้นหากคนไทยเราจะมีความคิดที่แตกต่างกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย

มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง

ขิงก็รา...ข่าก็แรง

คำพังเพยไทยที่บอกว่า “ขิงก็รา ข่าก็แรง” เราจะใช้พูดถึงคนที่ขัดแย้งกัน ด่ากันไปด่ากันมา แต่พิจารณาจริงๆ แล้วก็แล้วร้ายทั้งคู่ ขิงที่ขึ้นราก็ใช้ไม่ได้ ข่าที่กลิ่นแรงเกินไปก็ใช้ไม่ดี รัฐบาลก็ทำหลายอย่างที่ไม่ดี

ใครโง่...ใครฉลาด

สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้

ค้านด้วยเหตุด้วยผล...ย่อมดลให้เกิดประโยชน์

ในสังคมประชาธิปไตยโดยทั่วไป ก็จะมีฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่บริหารประเทศด้วยนโยบายที่แถลงไว้กับสภาผู้แทนราษฎร และจะทำโครงการต่างๆ เพื่อทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ ในขณะเดียวกันก็จะมีฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล