
'ดร.ปริญญา'ยกรธน.มาตรา159 ชี้การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ 'ญัตติ' เป็นกระบวนการได้มาซึ่งนายกฯยันเสนอชื่อ'พิธา'รอบสองได้ อัดส.ว.เอาข้อบังคับการประชุมรัฐสภามาอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ
19 ก.ค.2566 - ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชนและผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้
#เสนอชื่อพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ จริงหรือ?
#การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ “ญัตติ”!
ส.ว.หลายท่านออกมาบอกว่า เสนอชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีรอบที่สองในวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ไม่ได้ เพราะ #ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 41 กำหนดว่า “ญัตติใดตกไปแล้ว ห้ามนำญัตติซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกันขึ้นเสนออีกในสมัยประชุมเดียวกัน”
ผมขอเรียนว่าท่าน ส.ว. เข้าใจ #คลาดเคลื่อน ไปมากครับ เพราะข้อ 41 อยู่ในข้อบังคับหมวด 2 ส่วนที่ 2 เรื่องการเสนอญัตติ ดังนั้น “ญัตติ” ที่ตกไปแล้วที่เสนอซ้ำไม่ได้ตามข้อ 41 จึงหมายถึงญัตติตามข้อบังคับหมวด 2 ส่วนที่ 2 นี้เท่านั้น ซึ่งข้อ 29 กำหนดว่า “ญัตติท้ังหลายต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือต่อประธานรัฐสภา และ #ต้องมีสมาชิกรัฐสภารับรองไม่น้อยกว่าสิบคน”
ส่วนการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ #ไม่ใช่การเสนอญัตติ หากเป็นเรื่อง #กระบวนการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 159 บัญญัติว่า ต้องมี ส.ส. #ให้ความเห็นชอบอย่างน้อยหนึ่งในสิบของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ซึ่งก็คือ 50 คน ไม่ใช่แค่ 10 คนเหมือนเสนอญัตติ
อีกทั้งข้อบังคับการประชุมรัฐสภาเรื่องการให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ก็อยู่หมวด 9 ไม่ใช่หมวดเดียวกันกับการเสนอญัตติ การนำเอาข้อ 41 มาอ้างว่าโหวตเห็นชอบนายกรัฐมนตรีคนเดิมรอบสองไม่ได้ #จึงผิดโดยสิ้นเชิง
ผมเห็นว่าเป็นเรื่องประหลาดที่ท่าน “สมาชิกวุฒิสภา” มาเสนออะไรแบบนี้ เพราะมันเท่ากับเป็นการเอาข้อบังคับการประชุมรัฐสภามาอยู่เหนือรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด แล้วยังเป็นการเอามาใช้แบบผิดๆ ถูกๆ โดยสมาชิกวุฒิสภา ซึ่่งสังคมคาดหวังว่าน่าจะมี “วุฒิ” มากกว่านี้
สรุปคือ #เสนอชื่อพิธารอบสองได้ครับ ส่วนเสียงจะได้ถึงหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง #ท่านประธานรัฐสภาชี้ขาดได้เลย โดยที่ไม่ต้องมีการลงมติตีความข้อบังคับ หรือลงมติงดเว้นใช้ข้อบังคับ เพราะการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ญัตติครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โสภณ' ชี้งบแก้ปัญหายาเสพติด ยังสะเปะสะปะ ต้องแก้กฎหมายให้หน่วยงานต่างๆได้บูรณาการทำงาน
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และฝ่ายปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายโสภณ กล่าวว่า งานนี้ถือเป็นงานใหญ่ของการแก้ปัญหายาเสพติด
'สส.-สว.' ยืนสงบนิ่งน้อมถวายความอาลัย 'พระองค์ภา'
'โสภณ' นำ 'สส.-สว.' ยืนสงบนิ่งน้อมถวายความอาลัยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์
พูดแล้วทำจริง !! "โสภณ" เดินหน้าสภาสีเขียว เปลี่ยนขยะเป็นปุ๋ยอินทรีย์ สร้างต้นแบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม คุ้มค่า - ยั่งยืน
วันที่ 16 มิ.ย. 69 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยกระดับรัฐสภาไทยให้เป็น "สภาสีเขียว"
ประธานรัฐสภา มอบนโยบายใช้ห้องสมุด ลั่นกฎหมายจะออกมากหรือน้อยอยู่ที่สมาชิก-พรรคการเมือง
"ประธานรัฐสภา" มอบนโยบายส่งเสริมการใช้ห้องสมุดรัฐสภา ชู หัวใจนักปราชญ์ "สุ จิ ปุ ลิ" ย้ำ บทบาทประธานรัฐสภาต้องบริหารนิติบัญญัติให้เป็นที่พึ่งประชาชน เสาร์-อาทิตย์แก้ปัญหายาเสพติด ชี้กฎหมายจะเดินหน้าได้อยู่สมาชิก-พรรคการเมือง
'ประธานโสภณ' ปลุกบทบาทสถานีวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภายุคดิจิทัลสู่ประชาชนทั่วประเทศ เดินหน้าสร้างรัฐสภาเป็นที่พึ่งประชาชน เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ประชาธิปไตยในทุกมิติ
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดกิจกรรมพบผู้ฟังผู้ชม จังหวัดบุรีรัมย์ ในโครงการเสริมสร้างภาพลักษณ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน ของสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมอัลวาเรซ จังหวัดบุรีรัมย์
ประธานรัฐสภา ให้การรับรองเอกอัครราชทูตจีน ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ ตอกย้ำความสัมพันธ์แน่นแฟ้น
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การรับรองนายจาง เจี้ยนเว่ย์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ ณ อาคารรัฐสภา โดยทั้งสองฝ่ายย้ำความสัมพันธ์ไทย–จีนที่แน่นแฟ้นและยาวนานในทุกระดับ ทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์ รัฐบาล รัฐสภา และประชาชน

