อดีต ส.ว.ประสาร แพร่บทความ 'กรณีจะนะรักษ์ถิ่น : ความชอบธรรมเป็นของชาวบ้าน'

11 ธ.ค.2564 - นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เผยแพร่บทความเรื่อง "กรณีจะนะรักษ์ถิ่น : ความชอบธรรมเป็นของชาวบ้าน" มีเนื้อหาดังนี้ การจับกุมเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น 37 คน เมื่อคืนวันที่ 6 ธันวาคม 64 เป็นก้าวย่างที่พลั้งพลาดของรัฐบาล

1. ผู้มาชุมนุมที่ถูกจับ เป็นหญิง เป็นเด็กหญิง เป็นหญิงสูงอายุ 31 คน เป็นชาย 6 คน เป็นตัวแทนชาวบ้าน ตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่กลุ่มการเมืองแอบแฝงใดๆ ผู้ชุมนุมคาดหน้ากากอนามัย และใช้แอลกอฮอล์ตามมาตรการป้องกันโควิด สื่อรายงานว่า จนท. ตำรวจสาดแสงไฟจ้าใส่หน้าเพื่อสกัดการถ่ายภาพ เท่ากับกีดกันการรายงานข่าวสถานการณ์จริงของสื่อ

ข้ออ้างของตำรวจ ว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมอื่นมาสมทบนั้น รับฟังไม่ได้ เพราะใครจะไปใครจะมา เป็นเรื่องของคนอื่น ชาวบ้านไปสั่งการใครล่วงหน้าไม่ได้

2. บันทึกข้อตกลง 14 ธค. 63 ระหว่างกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นกับรัฐบาล มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ เป็นคนลงนาม ร่วมกับตัวแทนชาวบ้าน มีสาระสำคัญให้รัฐบาลมีมติยกเลิกมติ ครม. ที่ได้ดำเนินโครงการเบื้องต้นแบบอุตสาหกรรมจะนะทั้งหมด (ข้อ 1) และให้มีการทำประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Environment Assessment - SEA) ในระดับ พื้นที่ โดยจะต้องมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และภาควิชาการ

3. คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 20 / 2564 ลงนามโดยนายกรัฐมนตรี ระหว่าง 15 ธค. 63 ครม. มีมติรับทราบรายงานผลการหารือแนวทางแก้ไขปัญหาของกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นตามที่ รอง นรม. (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) เสนอ จึงมีคำสั่งให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ เป็นประธาน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม. แถลงเมื่อ 7 ธค. 64 ว่า “การพบปะกับประชาชนนั้น เจรจาของใครก็แล้วแต่ เวลาไปพูดไปตกลงกับเขา อย่าลืมว่ามันไม่ได้ผ่าน ครม. ผมเตือนหลายครั้งแล้ว ก็รับข้อสังเกตมา นำไปสู่การแก้ไขปัญหา นั่นคือวิธีการทำงานของรัฐบาลต้องรอบคอบ”

ขอตั้งข้อสังเกตว่า คนที่ไปทำหน้าที่แทนรัฐบาลตามคำสั่งนายก เป็นเรื่องระหว่างนายกฯ กับรัฐมนตรี ชาวบ้านไม่ได้ไปจับมือ ร.อ.ธรรมนัส ให้ลงนามข้อตกลง ชาวบ้านไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ทำกันเอง เออออกันเอง แต่ชาวบ้านกลับกลายเป็นผู้รับชะตากรรม อย่างนี้เป็นธรรมหรือไม่

4. หนังสือของ ผวจ.สงขลา ลงนามโดย นายเจษฎา จิตรัตน์ ผวจ. ถึง เลขาธิการ ศอ.บต. ลงวันที่ 25 พย. 64 บันทึกว่า (1) เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ทำบันทึกข้อตกลง กับรัฐบาล ลงวันที่ 15 ธค. 63 ซึ่งรอง
นายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ลงนามยอมรับข้อเสนอของเครือข่ายให้ตรวจสอบการดำเนินการของ ศอ.บต. เรื่องการเปลี่ยนสีผังเมือง 16,700 ไร่ และการศึกษาผลกระทบ สวล.(EIA) ของ TPI โพลีน

(2) นรม. (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) ยอมรับต่อสื่อว่าโครงการนิคมจะนะมีปัญหาจริง จึงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโครงการ เมื่อ 27 มค. 64 จนถึงวันนี้เครือข่ายรักษ์ถิ่นจะนะยังไม่ทราบว่าผลการตรวจสอบเป็นอย่างไร

ในฐานะประชาชนผู้สนใจคนหนึ่ง ขอแสดงความคิดเห็นว่า โครงการนี้ต้องทบทวน รัฐบาลควรต้องเปลี่ยนกรอบความคิดใหม่ว่า

1. อย่าคิดว่าเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นไม่ต้องการการพัฒนา ว่าไม่ต้องการยกระดับชีวิตว่าเป็น
กลุ่มการเมืองที่จะบั่นทอนรัฐบาล แต่ต้องยอมรับความจริงว่า พวกเขาเป็นชาวบ้านตัวจริงเสียงจริง ที่ปรารถนาจะพิทักษ์แผ่นดินเกิด ต้องการรักษาสิทธิและวิถีชีวิตแห่งการหาอยู่หากินอย่างยั่งยืน ไม่ทำร้ายดิน ไม่ทำลายน้ำ ไม่รังแกธรรมชาติ

2. เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ต้องการให้ทำ SEA เพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการทั้งหมด โดยพวกเขาในฐานะเจ้าของพื้นที่ต้องมีสิทธิมีส่วนในการออกแบบอนาคตของเขาเอง การทำ SEA อย่างโปร่งใส มีส่วนร่วม เพื่อให้เห็นหมากทั้งกระดานเป็นทางออกของปัญหาทั้งหมด

โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะนี้ รัฐบาลสะดุดขาตนเองมาตลอด การรวบรวมที่ดินนับหมื่นไร่ให้เอกชน การให้ทุนใหญ่เจ้าเดียวเข้ามาทำโครงการ การรวบหัวรวบหางไม่ยอมทำ SEA ตามสัญญา การจับกุม 37 คน กลางดึกด้วยข้อหาบางเบา เป็นวิธีการทุบโต๊ะสั่งการแบบเจ้าใหญ่นายโต ใช้อำนาจรัฐเอื้ออำนาจทุน ที่อาจกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวได้

ยุทธศาสตร์ชาติอนาคต 20 ปี รัฐบาลยังทำมาแล้ว แล้วทำไมการศึกษาอย่างรอบด้านถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) เพื่ออนาคตของผืนดิน ผืนน้ำ และผู้คนของชาวจะนะ สงขลา กลับไม่ยอมทำ

วิธีการใช้อำนาจสั่งการจากเบื้องบน เดินหน้าไปไม่ได้หรอก ความชอบธรรมอยู่กับประชาชนผู้เป็นเจ้าของภูมิบ้านภูมิเมืองของตนเองที่แท้จริง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัศจรรย์งานสร้าง ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย

เคยมีคนปรามาสว่า คนไทยเก่งแต่กีฬาประเภทเล่นคนเดียว เช่น มวย กอล์ฟ ยกน้ำหนัก แต่พอเข้าแข่งขันกีฬาเป็นทีมทีไร เช่น บาสเกตบอล ฟุตบอล มักจะสู้เขาไม่ได้ หรือถ้าจะชนะ ก็ไปไม่ถึงรอบลึกๆ

'จะนะ' ซัดรัฐบาลเปลี่ยนมติ ครม. เอื้อกลุ่มทุน

ชาวบ้านจะนะ โต้มติครม.รัฐบาล 21 มิ.ย.ชี้สวนทางหลักการเดิมให้ทำ SEA. ที่อยู่ภายใต้การกำกับของสภาพัฒน์ฯ หยุด ศบ.บต.ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งมาร่วมดำเนินการ  ยันข้อตกลง 14 ธ.ค.64 คือทางออก  อัดรัฐบาลมุ่งเอื้อประโยชน์นายทุน โดยไม่สนใจความผิดปกติของโครงการตั้งแต่ต้น

เปิดราคาที่สังคมไทยต้องจ่าย หาก 'ทักษิณ' กลับประเทศไทย!

ตั้งแต่ทักษิณ ประกาศว่า“ถ้าเสียงปืนแตก จะเข้าไปนำพี่น้องเดินเข้ากรุงเทพฯทันที” (2552) ต่อมาในยุค ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีเสียง ส.ส. เป็นเสียงข้างมากในสภา ออก พรบ. นิรโทษกรรมเหมาเข่งตอนตี

กสม. เผยผลสอบเหตุสลายม็อบจะนะรักษ์ถิ่น จนท.ละเมิดเสรีภาพชุมนุม แนะทบทวนแนวปฏิบัติ

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ และนางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ครั้งที่ 22/2565 โดยมีวาระสำคัญ ดังนี้

'หมอสุภัทร' โวยการศึกษา SEA นิคมอุตสาหกรรมจะนะ ผ่านมา 7เดือน รัฐบาลยังไม่จัดงบ-ไม่ตั้งกก.

'หมอสุภัทร' โวยมติครม.จัดให้มีการศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ นิคมอุตสาหกรรมจะนะ ผ่านมา 7เดือน รัฐบาลยังไม่จัดงบยังไม่ตั้งคณะกรรมการกำกับ SEA ทางออกที่สมานฉันท์มีแล้ว แต่รัฐบาลยังอืดอาด

อดีตส.ว.ประสาร ยก 5 เหตุผล ประกาศเลือกเบอร์ 7

นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 พ.ค.นี้ ว่า ขอเลือก รสนา เบอร์ 7