ดร.เสรี หายช็อกแล้ว! วอนเคารพพระราชวินิจฉัย


3 ก.ย.2566 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า เมื่อหาย shock แล้วก็รวบรวมสติ พิจารณาสถานการณ์ บริบทต่างๆ รวมทั้งตัวบทกฎหมาย ฟังผู้รู้วิเคราะห์ เรียกสติกลับคืนมา ก็จะเข้าใจอะไรดีขึ้น

การขอพระราชทานอภัยโทษ เขาทำตามระเบียบ/กฏหมายที่มีอยู่ เมื่อมีช่องทางที่คนรู้กฎหมายชี้แนะ เขาก็ทำการพระราชทานอภัย (Royal Prerogative) เป็นพระเมตตาของพระมหากษัตริย์ ที่ทรงมีพระราชวินิจฉัย พระวิสัยทัศน์ เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เราควรเคารพพระราชวินิจฉัย ศรัทธาการตัดสินพระทัยของพระองค์

พระมหากรุณาธิคุณเป็นไปตามหลักมนุษยธรรม ที่ผู้ได้รับพระกรุณาควรสำนึกจริง อย่ากระทำการใดในลักษณะได้คืบจะเอาศอกเลยนะ

ประชาชนได้พยายามเข้าใจ และทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น อย่าทำอะไรที่ทำให้ประชาชนต้องทำใจกันอีกรอบเลยนะ

เมื่อทรงพระราชทานอภัย "ลดโทษจำคุก" ให้แล้ว ก็จงยอมติดคุกตามเวลาที่กำหนด

แล้วทำเหมือนนักโทษคนอื่นนะ อย่าทำตัวเป็นอภิสิทธิชนอีกเลย

สำนึกผิดให้ได้จริงๆหน่อยนะ อย่าทำให้ข้าราชการเดือดร้อน

เจ้าหน้าที่ทั้งหลายก็ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา อย่าให้ประชาชนกินแหนงแคลงใจเลยนะ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประเทศจะล่มจมเพราะคนไทยเป็นไทยเฉย

ในอดีตคนไทยที่บอกว่ารักชาติไม่ได้พูดแต่ปาก แต่จะช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ คนโกงถูกจับติดคุก และติดนานตามคำตัดสินของศาล เพราะถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้น จะมีคนไทยจำนวนหนึ่งที่ต้องการเห็นกระบวนการยุติธรรมของไทยมีความศักดิ์สิทธิ์

แตกต่างได้...ไม่ควรแตกแยก

ประเทศไทยเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้เรามีเสรีภาพทางความคิด ดังนั้นหากคนไทยเราจะมีความคิดที่แตกต่างกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย

มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง

ขิงก็รา...ข่าก็แรง

คำพังเพยไทยที่บอกว่า “ขิงก็รา ข่าก็แรง” เราจะใช้พูดถึงคนที่ขัดแย้งกัน ด่ากันไปด่ากันมา แต่พิจารณาจริงๆ แล้วก็แล้วร้ายทั้งคู่ ขิงที่ขึ้นราก็ใช้ไม่ได้ ข่าที่กลิ่นแรงเกินไปก็ใช้ไม่ดี รัฐบาลก็ทำหลายอย่างที่ไม่ดี

ใครโง่...ใครฉลาด

สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้

ค้านด้วยเหตุด้วยผล...ย่อมดลให้เกิดประโยชน์

ในสังคมประชาธิปไตยโดยทั่วไป ก็จะมีฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่บริหารประเทศด้วยนโยบายที่แถลงไว้กับสภาผู้แทนราษฎร และจะทำโครงการต่างๆ เพื่อทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ ในขณะเดียวกันก็จะมีฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล