กสม.ลั่นบังคับตรวจเชื้อเอชไอวีก่อนบวชเป็นพระละเมิดสิทธิมนุษยชน!

กสม.ชี้บังคับตรวจหาเชื้อเอชไอวีก่อนบวชเป็นพระภิกษุละเมิดสิทธิ แนะสำนักพุทธฯ แจ้งเวียนวัดไม่ให้ตรวจหาเชื้อ

28 ก.ย.2566 - นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)​ เปิดเผยว่า กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากมูลนิธิคุ้มครองสิทธิด้านเอดส์เมื่อเดือนพ.ค.2566 ระบุว่า มูลนิธิฯ ได้รับแจ้งจากบุคคลซึ่งพบเห็นเหตุการณ์กรณีวัดปากบ่อ เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร (ผู้ถูกร้อง) ได้ประกาศรับสมัครบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ตามโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาประจำปี 2566 โดยกำหนดให้ผู้สมัครต้องแสดงผลการตรวจสุขภาพ และระบุให้ต้องตรวจหาเชื้อเอชไอวีเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการสมัคร ผู้พบเห็นเหตุการณ์จึงได้สอบถามเพิ่มเติมไปยังผู้ถูกร้อง และได้รับแจ้งว่าผู้สมัครที่ถูกตรวจพบเชื้อเอชไอวีไม่สามารถบรรพชาอุปสมบทได้ เนื่องจากเป็นโรคติดต่ออันตรายที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ผู้ร้องเห็นว่า เป็นการตีตราและเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม จึงร้องเรียนขอให้ตรวจสอบ และยกเลิกการบังคับตรวจเชื้อเอชไอวีออกจากเงื่อนไขการสมัครบรรพชาอุปสมบท

เรื่องนี้ กสม. ได้ประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนโดยสอบถามไปยังวัดปากบ่อ และได้รับการยืนยันว่า การตรวจหาเชื้อเอชไอวีเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อจัดระเบียบให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย และปกติสุข แม้จะกำหนดให้ผู้เข้ารับการบรรพชาอุปสมบทต้องแสดงผลการตรวจสุขภาพ แต่มิได้นำเหตุแห่งสุขภาพของผู้เข้ารับการบรรพชาอุปสมบทมาเป็นเหตุในการพิจารณา และมิได้เหมารวมว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวีทุกรายห้ามเข้ารับการอุปสมบท หากผู้สมัครเข้ารับการบรรพชาอุปสมบทเป็นผู้ติดเชื้อก็สามารถเข้ารับการบรรพชาอุปสมบทได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพระอุปัชฌาย์ กสม. เห็นว่า ผู้ถูกร้องยังมิได้มีแนวทางที่จะยกเลิกการตรวจหาเชื้อเอชไอวีของผู้ประสงค์จะเข้ารับการบรรพชาอุปสมบท และอาจมีประเด็นเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลด้วยเหตุแห่งสุขภาพ จึงรับไว้เป็นคำร้องเพื่อตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน

กสม. พิจารณาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย บทบัญญัติของกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 27 ให้การรับรองและคุ้มครองว่าบุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องสภาพทางกาย หรือสุขภาพ ความพิการ อันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือเหตุอื่นใด จะกระทำมิได้ นอกจากนี้ มาตรา 31 ยังให้การรับรองว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนาและย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาของตน

กสม. เห็นว่า ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันได้ว่าเชื้อเอชไอวีจะไม่ติดต่อจากการทำกิจวัตรประจำวันทั่วไป และไม่ติดต่อผ่านทางระบบหายใจ อีกทั้งเชื้อเอชไอวีเป็นเชื้อที่ตายง่ายเมื่ออยู่นอกร่างกาย หากผู้ติดเชื้อได้รักษาอย่างถูกต้องด้วยการรับประทานยาต้านเชื้ออย่างต่อเนื่อง จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง และดำรงชีวิตได้เช่นเดียวกับคนปกติทั่วไป ประกอบกับกฎมหาเถรสมาคมกำหนดเพียงว่าผู้ประสงค์จะบรรพชาต้องเป็นผู้มีร่างกายสมบูรณ์ และมีเพียงข้อห้ามที่ไม่อนุญาตให้บรรพชาอุปสมบทแก่คนที่มีโรคติดต่อเป็นที่น่ารังเกียจ เช่น วัณโรคในระยะอันตราย เท่านั้น โดยให้เป็นดุลพินิจของพระอุปัชฌาย์ แต่การใช้ดุลพินิจดังกล่าวต้องสอดคล้องกับข้อเท็จจริงอย่างสมเหตุสมผลตามบริบทของสังคมไทยและข้อมูลทางการแพทย์ โดยต้องคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของบุคคลด้วย ดังนั้น การที่ผู้ถูกร้องกำหนดให้ผู้ประสงค์จะบรรพชาอุปสมบทในโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาปี 2566 และโครงการอุปสมบทหมู่ที่ผ่านมาต้องแสดงใบรับรองแพทย์ที่มีผลการตรวจเชื้อเอชไอวี โดยอ้างถึงความจำเป็นเพื่อให้สงฆ์หมู่มากอยู่ร่วมกันอย่างมีสุขอนามัย ทั้งที่การปฏิบัติธรรมตามปกติของหมู่สงฆ์ไม่มีกิจกรรมใดที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อเอชไอวี จึงเป็นการกำหนดเงื่อนไขที่เกินสมควรแก่ความจำเป็น กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล จึงเป็นการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ด้วยเหตุผลดังกล่าว กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2566 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนไปยังวัดปากบ่อ (ผู้ถูกร้อง) โดยให้ยกเลิกการตรวจหาเชื้อเอชไอวีของผู้ประสงค์จะเข้ารับการอุปสมบท และให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้งเวียนไปยังวัดที่อยู่ในสังกัดทุกวัดไม่ให้บังคับตรวจหาเชื้อเอชไอวีของผู้ประสงค์จะเข้ารับการอุปสมบท เพื่อมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมโดยใช้เหตุแห่งการติดเชื้อเอชไอวีมาเป็นข้อจำกัดที่ลิดรอนโอกาสในการเข้าถึงเสรีภาพในการปฏิบัติธรรมตามหลักศาสนาพุทธ ทั้งนี้ ให้ดำเนินการภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานผลการตรวจสอบฉบับนี้

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะไปยังกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ให้ประสานกระทรวงสาธารณสุขเพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวีให้กับหน่วยงานศาสนาต่าง ๆ ให้มีความเข้าใจและมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมโดยใช้เหตุแห่งการติดเชื้อเอชไอวีมาเป็นข้อจำกัดที่ลิดรอนโอกาสในการเข้าถึงเสรีภาพในการปฏิบัติตามหลักศาสนาทุกศาสนา และให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ประสานกระทรวงสาธารณสุขเพื่อดำเนินการถวายความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวีแด่พระอุปัชฌาย์อย่างต่อเนื่องและทั่วถึง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กสม. ชี้การควบคุมตัว 'จำเลยโทษปรับ' ระหว่างรอชำระค่าปรับ ไม่มีกม.ให้อำนาจ ละเมิดสิทธิฯ

กสม. ชี้กรณีร้องเรียนว่าจำเลยโทษปรับถูกเจ้าหน้าที่ศาลควบคุมตัวระหว่างรอชำระค่าปรับตามคำพิพากษา เป็นการกระทำที่ไม่มีกฎหมายให้อำนาจ ขัดหลักความจำเป็นและเป็นการละเมิดสิทธิฯ

กสม. ชี้ชัด 'กรมประมง' ละเมิดสิทธิ! แก้วิกฤต 'ปลาหมอคางดำ' เหลว

กสม. เปิดผลสอบชี้ชัด 'กรมประมง' แก้วิกฤตปลาหมอคางดำล้มเหลว ขาดการมีส่วนร่วมประชาชน ละเมิดสิทธิมนุษยชน หลังระบาด 19 จังหวัด สั่งเร่งทบทวนแผน เพิ่มงบ เปิดทางภาคประชาชนร่วมคลี่คลาย

กสม. ติดตามอาการป่วย 'เอกชัย หงส์กังวาน' ยังใช้ชีวิตได้ปกติ

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา กสม. และเจ้าหน้าที่ กสม.ได้เข้าเยี่ยมติดตามอาการป่วยของนายเอกชัย หงส์กังวาน ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ประเภทอุทธรณ์-ฎีกา ณ เรือนจำกลางคลองเปรม

กสม.เรียกร้องยุติการใช้ความรุนแรงและเคารพหลักสิทธิมนุษยชนกรณีปฏิบัติการทางทหารโจมตีสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอให้ยุติการใช้ความรุนแรงและเคารพหลักสิทธิมนุษยชน กรณีปฏิบัติการทางทหารโจมตีสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

ซัด 'กสม.' ลอยตัวตรวจสอบละเมิดสิทธิมนุษยชน ปลุกแฮทสปีชปมเขมร

“อังคณา” ซัด กสม.ไม่รับหนังสืออุทธรณ์ขบวนเคลื่อนไหวผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ–PI ปมคุกคามข่มขู่จากการวิจารณ์เรื่องเขมร  ชี้สะท้อนการปัดความรับผิดชอบ และปิดช่องทางการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน