'ดร.เสรี' เผยเหตุผลการดึงเด็กวัยรุ่นให้ออกจากพรรคส้มจึงเป็นเรื่องยากมาก

30 ธ.ค.2566 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กว่า พรรคส้มรู้ว่าเด็กๆวัยรุ่นชอบทำตัวเป็นกบฏ ไม่อยากให้ใครมาบังคับ ไม่อยากอยู่ใต้กฎระเบียบ จนทำผิดหลายเรื่อง ชอบความเป็นอิสระ อยากทำโน่นทำนี่ตามใจตน รวมทั้งเรื่องที่ไม่ถูกไม่ควร ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม

ผู้นำจิตวิญญาณของเด็กๆก็จะแสดงความรู้สึกเข้าใจ (Empathy) และเห็นอกเห็นใจ (Sympathy) บอกว่าพวกเขามีสิทธิ์ที่จะทำตามความต้องการ ตามหลักประชาธิปไตย พวกเขาไม่เขาไม่ควรถูกกดทับ โดยผู้ใหญ่หรือผู้มีอำนาจใดๆ

บางเรื่อง (โดยเฉพาะความผิดเรื่องเพศ) ผู้นำทางจิตวิญญาณก็จะบอกว่าเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ ไม่ใช่เรื่องผิดบาป

ในขณะที่ผู้นำจิตวิญญาณของเด็กๆแสดงความเข้าใจ ความเห็นใจ ฝ่ายอนุรักษ์ทำสิ่งตรงกันข้าม พวกอนุรักษ์อยากให้เด็กๆมีวินัย เคารพกฎหมาย มีศีลธรรม จริยธรรม จึงตำหนิเด็กๆที่ใช้เสรีภาพเกินขอบเขต ทำเรื่องไม่ถูกต้อง

ลองคิดดูว่าเด็กจะชอบใคร จะชังใคร จะเชื่อฟังใคร พวกเขาย่อมพร้อมจะเชื่อฟังคนที่เข้าใจเขา เห็นใจเขา และไม่ชอบคนที่ตำหนิเขา

ดังนั้น การจะดึงเด็กๆออกมาจากการเป็นผู้สนับสนุนพรรคส้มจึงยากมาก ใครอยากจะอยู่กับคนที่ตำหนิเขา มันไม่น่าอภิรมย์ ส่วนการอยู่กับคนที่เข้าใจและเห็นใจมันสบายใจกว่า อยากทำอะไรก็ทำได้โดยไม่รู้สึกผิด อ้างสิทธิ และความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ตามที่ผู้นำจิตวิญญาณส้มบอก

เราต้องแสดงท่าทีเข้าใจพวกเขา ไม่บอกว่าเขาผิด แต่บอกผลร้ายที่จะเกิดจากการใช้สิทธิ์เสรีภาพเกินขอบเขต และเสนอแนะพฤติกรรมที่เหมาะสมกว่า ชี้ให้พวกเขาเห็นว่า ถ้าเปลี่ยนทัศนคติ เปลี่ยนพฤติกรรมได้ พวกเขาจะได้รับผลดีอย่างไร เราต้องเข้าใจ เห็นใจ เข้าถึง ห่วงใย หวังดี มีข้อเสนอแนะ เพื่อความสุขสมหวังในชีวิต ไม่เสี่ยงกับการทำลายอนาคตของตนเอง

ลองมาเปลี่ยนข้อความที่เราจะพูดกับพวกเขาที่จะทำให้พวกเขามองเราเป็นผู้หวังดี แทนที่จะถูกมองเป็นคนช่างตำหนิกันดีกว่าไหม

เลิกด่า เลิกใช้ข้อความหยาบคายกับพวกเขานะ เผื่อจะดึงเด็กๆกลับได้บ้าง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย

มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง

อดีตผู้พิพากษา ถอดรหัสกม.ฮั้วสว. เหตุใดตัดสิทธิทางการเมือง จึงไม่ควรอิงมาตรฐานเดียวกับคดีอาญา

การส่งหลักฐานอันควรเชื่อได้ไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อปกป้องระบบ มิใช่การทำหน้าที่เป็นศาลที่พิจารณาคดีอาญาเพื่อลงโทษตัวบุคคล

ขิงก็รา...ข่าก็แรง

คำพังเพยไทยที่บอกว่า “ขิงก็รา ข่าก็แรง” เราจะใช้พูดถึงคนที่ขัดแย้งกัน ด่ากันไปด่ากันมา แต่พิจารณาจริงๆ แล้วก็แล้วร้ายทั้งคู่ ขิงที่ขึ้นราก็ใช้ไม่ได้ ข่าที่กลิ่นแรงเกินไปก็ใช้ไม่ดี รัฐบาลก็ทำหลายอย่างที่ไม่ดี

บี้ 'อนุทิน' สร้างตำนาน! หั่นสิทธิประโยชน์เกินจำเป็น 'สส.-สว.'

นักวิชาการรุกต่อ! จี้ยกเลิกสิทธิประโยชน์เกินความจำเป็นสมาชิกรัฐสภาไทย กระทุ้ง 'อนุทิน' สร้างตำนานโชว์หั่นรายจ่ายประจำที่ฟุ่มเฟือย

ใครโง่...ใครฉลาด

สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้