5 ม.ค. 2567 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์บุ๊ก ว่ายุให้คนเผาศาลากลาง
พัฒนาจังหวัดที่เลือกพรรคตัวเองก่อน
โกงประเทศเป็นแสนๆล้าน
ทำตัวเป็นอภิสิทธิชนเหนือกฎหมาย
ใช้อำนาจเงินให้สาวกทำผิดกฎหมาย
แต่งตั้งคนดำรงตำแหน่งแบบเล่นพวก
หว่านผลประโยชน์สร้างคะแนนนิยมจนทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคมระหว่างคนอยากได้ผลประโยชน์กับคนที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายที่เป็นอันตรายต่อวินัยการเงินของประเทศชาติ
แทรกแซงองค์กรอิสระจนทำลายการตรวจสอบ
เป็นต้นตอของความขัดแย้งมา 20 ปี แล้วแบบนี้ยังมีคนเสนอหน้ามาพูดว่าเขาเป็นผู้ที่ก่อให้เกิดสันติภาพอีกหรือ
การพูดแบบนี้ไม่มีความละอายบ้างเลยหรือ มันคือการอวยคนที่ทำให้ประเทศไทยอยู่ในความขัดแย้งมา 20 นะ
อ้างว่าเดินทางกลับมารับโทษ เป็นการผดุงกระบวนการยุติธรรม เป็นวาทกรรมที่โกหกแบบหน้าด้านๆ
จนป่านนี้รับโทษอะไรแล้วบ้าง ไม่ติดคุกแม้แต่วันเดียว แบบนี้หรือที่เรียกว่าผดุงความยุติธรรม พูดไม่อายเลยนะ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย
มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง
อดีตผู้พิพากษา ถอดรหัสกม.ฮั้วสว. เหตุใดตัดสิทธิทางการเมือง จึงไม่ควรอิงมาตรฐานเดียวกับคดีอาญา
การส่งหลักฐานอันควรเชื่อได้ไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อปกป้องระบบ มิใช่การทำหน้าที่เป็นศาลที่พิจารณาคดีอาญาเพื่อลงโทษตัวบุคคล
ขิงก็รา...ข่าก็แรง
คำพังเพยไทยที่บอกว่า “ขิงก็รา ข่าก็แรง” เราจะใช้พูดถึงคนที่ขัดแย้งกัน ด่ากันไปด่ากันมา แต่พิจารณาจริงๆ แล้วก็แล้วร้ายทั้งคู่ ขิงที่ขึ้นราก็ใช้ไม่ได้ ข่าที่กลิ่นแรงเกินไปก็ใช้ไม่ดี รัฐบาลก็ทำหลายอย่างที่ไม่ดี
บี้ 'อนุทิน' สร้างตำนาน! หั่นสิทธิประโยชน์เกินจำเป็น 'สส.-สว.'
นักวิชาการรุกต่อ! จี้ยกเลิกสิทธิประโยชน์เกินความจำเป็นสมาชิกรัฐสภาไทย กระทุ้ง 'อนุทิน' สร้างตำนานโชว์หั่นรายจ่ายประจำที่ฟุ่มเฟือย
ใครโง่...ใครฉลาด
สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้

