ดร.เสรี สงสัยผู้ใหญ่วัยเกิน 35 ทำไมเป็น 3 กีบ

8 เม.ย.2567 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โฟซบุ๊กว่า เด็กๆเป็น 3 กีบพอเข้าใจได้ว่าเขาความรู้น้อย ประสบการณ์น้อย วุฒิภาวะยังไม่ดีพอ ข้อมูลน้อย จึงถูกครอบงำด้วยความเท็จง่าย

แต่ผู้ใหญ่วัยเกิน 35 ที่น่าจะมีประสบการณ์ในการทำงานและการใช้ชีวิตมากพอระดับหนึ่ง ความรู้และข้อมูลมากพอที่จะพิจารณาเหตุการณ์ต่างๆได้ดี

แต่ก็เป็น 3 กีบ คงเป็นเพราะวุฒิภาวะต่ำ ตรรกะบิดเบี้ยว อับปัญญา มองไม่เห็นเรื่องดีๆของสถาบัน หรือมีจิตคิดไม่ดี กับสถาบัน

ที่สำคัญคือมองไม่เห็นว่ากลุ่มคนที่เป็นศาสดาหรือผู้นำทางจิตวิญญาณของ 3 กีบมีเจตนาชั่วร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไร

ที่น่าตกใจก็คือผู้บริหารสถานศึกษาที่ปล่อยให้นิสิตนักศึกษา 3 กีบ ทำกิจกรรมในสถานศึกษา หรือในนามสถานศึกษา เขาคิดอะไรอยู่ จึงปล่อยให้เป็นเช่นนั้น

ยุคนี้ เรายังเรียกนิสิต นักศึกษาเป็นปัญญาชนได้เหมือนอย่างในอดีตอีกหรือเปล่า เพราะการกระทำของพวกเขาคือการแสดงให้เห็นความปัญญาอ่อน

ชาวบ้านระดับรากหญ้าหลายคนยังแสดงท่าทีและความคิดเห็นด้วยความกตัญญูต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ดีกว่านิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัย

นิสิตนักศึกษาที่คิดว่า Google มีคำตอบทุกอย่าง ทำไมไม่ลองหาข้อมูลพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ดูล่ะ จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณมากมาย

ถ้ามัวอยู่แต่ใน Twitter และ TikTok ที่เป็น Echo Chamber ของ 3 กีบที่มีข้อความเท็จมากมาย ก็ไม่ต่างจากการอยู่ในกะลาที่มองไม่เห็นความจริง

ช่วยกันเอาเด็กๆออกจากกะลาแล้วเปิดเนตรพวกเขาหน่อยเถอะ หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปเด็กพวกนี้จะมีปัญหาในอนาคต อาจจะติดคุก หรือหางานทำไม่ได้

อย่าปล่อยให้เขามีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศเลยนะคะ ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่พวกเขา เพื่อให้เขามีทัศนคติและพฤติกรรมที่เหมาะสมหน่อยนะคะ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประเทศจะล่มจมเพราะคนไทยเป็นไทยเฉย

ในอดีตคนไทยที่บอกว่ารักชาติไม่ได้พูดแต่ปาก แต่จะช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ คนโกงถูกจับติดคุก และติดนานตามคำตัดสินของศาล เพราะถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้น จะมีคนไทยจำนวนหนึ่งที่ต้องการเห็นกระบวนการยุติธรรมของไทยมีความศักดิ์สิทธิ์

แตกต่างได้...ไม่ควรแตกแยก

ประเทศไทยเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้เรามีเสรีภาพทางความคิด ดังนั้นหากคนไทยเราจะมีความคิดที่แตกต่างกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย

มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง

ขิงก็รา...ข่าก็แรง

คำพังเพยไทยที่บอกว่า “ขิงก็รา ข่าก็แรง” เราจะใช้พูดถึงคนที่ขัดแย้งกัน ด่ากันไปด่ากันมา แต่พิจารณาจริงๆ แล้วก็แล้วร้ายทั้งคู่ ขิงที่ขึ้นราก็ใช้ไม่ได้ ข่าที่กลิ่นแรงเกินไปก็ใช้ไม่ดี รัฐบาลก็ทำหลายอย่างที่ไม่ดี

ใครโง่...ใครฉลาด

สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้

ค้านด้วยเหตุด้วยผล...ย่อมดลให้เกิดประโยชน์

ในสังคมประชาธิปไตยโดยทั่วไป ก็จะมีฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่บริหารประเทศด้วยนโยบายที่แถลงไว้กับสภาผู้แทนราษฎร และจะทำโครงการต่างๆ เพื่อทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ ในขณะเดียวกันก็จะมีฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล