'ดีเอสไอ' ประชุมคดีฟอกเงิน ฮั้วเลือกสว. มีพยานกลับใจแฉเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น

เริ่มแล้ว ! “ดีเอสไอ- อัยการ” ประชุมคดีฟอกเงิน ปมฮั้ว สว.67 เตรียมร่อนหมายเรียกพยานกว่า 1,000 ราย สอบปากคำ ไขปมรู้เห็นเหตุการณ์จัดฮั้ว โดยเฉพาะ “พยานกลับใจแฉ“ ดีเอสไอต้องคุ้มครองความปลอดภัย

21 มีนาคม 2568 - เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 1 อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมเปิดคดีครั้งที่ 1 ของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณี การสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกรณีฮั้วเลือกสว.

โดยมี พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน พร้อมด้วยรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 4 ราย ในฐานะคณะพนักงานสอบสวน ได้แก่ ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ และ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ และมี นายระวี อักษรศิริ ผอ.กองคดีการฟอกเงินทางอาญา นายเอกรินทร์ ดอนดง ผอ.ส่วนวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์พิเศษ เป็นเลขานุการคณะพนักงานสอบสวน

นอกจากนั้น ยังมีบรรดาผู้อำนวยการกองคดีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกองคดีการฟอกเงินทางอาญา กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ กองคดีภาษีอากร กองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองคดีความมั่นคง กองคดีทรัพย์สินทางปัญญา กองคดีค้ามนุษย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการ รวมบุคลากรของกรมสอบสวนคดีพิเศษทั้งสิ้น 41 ราย

ขณะที่ทางด้านของพนักงานอัยการที่เข้าร่วมประชุมมีจำนวน 3 ราย โดยเป็นพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 ราย และอัยการผู้เชี่ยวชาญ 2 ราย

รายงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยก่อนการประชุมว่า สำหรับการประชุมเปิดคดีในวันนี้จะมีวาระการประชุมที่สำคัญคือ ฝ่ายเลขานุการคณะพนักงานสอบสวนจะได้มีการนำเสนอข้อเท็จจริงของคดี เพื่อชี้แจงต่อที่ประชุมว่าคดีดังกล่าวมีข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างไรบ้าง เป็นความผิดฐานใด เพื่อที่จะได้หารือถึงแนวทางการสอบสวนว่าดีเอสไอจะทำงานอย่างไร แล้วในส่วนของพนักงานอัยการจะทำงานอย่างไรบ้าง รวมถึงจะต้องมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการสอบสวนปากคำกลุ่มพยานว่าคณะพนักงานสอบสวนจะทำการสอบสวนปากคำเพื่อให้ได้มาซึ่งประเด็นอะไรบ้าง และในการสอบสวนจะมีกรอบระยะเวลาในการทำสำนวนนานเท่าใดก่อนสรุปสำนวน

รายงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยอีกว่า การที่มีอัยการมาร่วมสอบสวน คือ การทำสำนวนคดีไปพร้อมกัน ไม่ว่าดีเอสไอจะดำเนินการอะไร อัยการก็จะต้องมาร่วมสอบสวนด้วย ทั้งร่วมประชุมและการมีมติความเห็นทางคดี นอกจากนี้ วันนี้เราจะได้มีการพูดถึงกลุ่มพยานที่ต้องไปสอบสวนปากคำเข้าสู่สำนวน ซึ่งตัวเลขเบื้องต้นพบว่ามีจำนวนพยานกว่า 1,000 รายที่พนักงานสอบสวนจะต้องไปสอบปากคำ มีทั้งกลุ่มคนที่เข้ามาสมัคร สว. ในฐานะโหวตเตอร์หรือผู้พลีชีพก็ตาม แต่ก็ต้องมีการแบ่งว่าดีเอสไอจะไปสอบสวนกี่ปาก แล้วอัยการจะไปสอบสวนกี่ปาก ทั้งต้องกำหนดประเด็นการสอบสวนด้วย

ทั้งนี้ กลุ่มพยานทั้งหมดจะเป็นใครบ้าง พนักงานสอบสวนคงไม่อาจเปิดเผยได้ เนื่องจากเป็นเรื่องสอบสวนทางลับและเราต้องให้ความปลอดภัยในการคุ้มครองพยานที่เขาให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการทำสำนวนของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากพยานค่อนข้างหวาดกลัวในการใช้ชีวิต กลัวเรื่องความปลอดภัย จึงทำให้ต้องมีการสงวนไว้ซึ่งรายชื่อของกลุ่มพยาน

แต่ลักษณะของพยาน คือ กลุ่มคนที่รู้เห็นเหตุการณ์ขบวนการฮั้วตั้งแต่ต้นแน่นอน เนื่องจากในชั้นการสืบสวนของดีเอสไอเอง (เลขสืบสวนที่ 151/2567) ก็มีพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่าบุคคลเหล่านี้รู้เห็นเหตุการณ์ จึงต้องกันมาไว้เป็นพยาน ซึ่งการให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ก็ถือเป็นประโยชน์ต่อตัวพยานเองด้วย เพราะในมาตรา 65 ตามกฎหมายของ กกต. ได้กำหนดไว้ว่า “หากผู้กระทำความผิดที่มาให้การกับ กกต. แล้วชี้ว่าใครเป็นคนทำอะไร อันนี้กันไว้เป็นพยานได้” ดังนั้น สิ่งนี้มันคือการเดิมพันกันสูง เพราะเขาเป็นพยานที่ชี้ตัวได้ เหมือนกลับใจมาแฉ

ขณะที่เวลา 13.45 น. พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เดินทางมาเป็นประธานในที่ประชุม และได้กล่าวเริ่มต้นการประชุมคดีพิเศษดังกล่าว ว่าเป็นการประชุมครั้งแรก เป็นการเปิดประชุมคดีพิเศษที่ 24/2568 เพื่อจะได้มอบหมายการดำเนินการระหว่างดีเอสไอและอัยการต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ชัยวัฒน์' เปิดเหตุผล ทำไมต้องเร่งจัดตั้งองค์กรใหม่ 'ดีเอสไอ' สอบสวนเฉพาะทางทรัพยากรธรรมชาติฯ

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ดันร่าง พ.ร.บ. จัดตั้ง “กรมสอบสวนคดีพิเศษ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” รับมือการถ่ายโอนงานตำรวจตาม ม.165

ตำรวจนำตัว 'บิ๊กโจ๊ก-ภรรยา' ส่งอัยการพิจารณาคดีร่วมกันฟอกเงิน

พ.ต.อ.ธรรมศักดิ์ สารบุญ ผกก. สน.บางรัก และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้นำพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. และนางศิรินัดดา หักพาล ภรรยา พร้อมสำนวนการสอบสวนและความเห็นสมควรสั่งฟ้อง

'ภาวุธ' ให้ปากคำ 4 ชม. แจงคดี Forex หัวเราะลั่นไม่ได้หยุดตรวจสอบโครงการ AI แลกจบคดี

“ภาวุธ” หัวเราะ หลังถูกรุมวิจารณ์ อวยโครงการ TH-AI Passport หวังแลกผลคดี Forex ของดีเอสไอ โต้ ถ้าแลกผลคดีได้คงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ รับลดบทบาทตรวจสอบ เหตุติดภารกิจงานประชุมคณะอนุฯหลายชุด เผยยังมีเพื่อน สส.รายอื่นของพรรคประชาชน รับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว

‘คำรบ’ ชี้ 'แก๊งลูกเทพ' มีเอี่ยวฮั้วสว. เผยผู้ร่วมขบวนการมากกว่า 2 หมื่นคน

แกนนำกลุ่มสว.สำรองชี้เป้า”แก๊งลูกเทพ”มีเอี่ยวฮั้วสว. ลั่นหลักฐานแน่น ผู้ร่วมขบวนการเรือนหมื่น ยอมรับกลุ่มรมต.อาจรอด เพราะคดีอาญา หลักฐานต้องชัดสิ้นข้อสงสัย เตือนกกต.หากไม่ส่งศาลฎีกาสอย 138 สว.โดนร้องเอาผิดติดคุก!

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนาม เอี่ยวหลอกคนไทยสูญกว่า 12 ล้านบาท พบฟอกเงินซื้อทองคำ

ตำรวจไซเบอร์ขยายผลจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนามฟอกเงินผ่านทองคำ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหลอกชายสูงอายุโอนเงินกว่า 1.7 ล้าน นำไปซื้อทองหลบเลี่ยงการติดตามเส้นเงินของเจ้าหน้าที่

กกต. ส่อเลื่อนชี้ขาดคดีฮั้ว สว. เหตุพยานหลักฐานยังไม่ครบ

รายงานภายในจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้าน นำโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) ได้นำคำให้การของพยานและเอกสารบางส่วนที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มาเปิดเผยต่อสาธารณ