ดร.เสรี เศร้า! หากข่าวลือ ‘5 ผู้ทรงเกียรติรับถุงขนม‘ เป็นจริง

ดร.เสรี วงษ์มณฑา ตั้งคำถาม ปมข่าวลือมีผู้ทรงเกียรติรับถุงขนม 5 ราย ไม่รู้จริงหรือเฟคนิวส์ แต่ชี้สร้างบาดแผลต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม หากเป็นจริงเท่ากับคนไทยหมดหวังกับคำว่านิติรัฐ

16 สิงหาคม 2568 - ดร. เสรี วงษ์มณฑานักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสื่อ  โพสต์เฟซบุ๊กว่า ข่าวที่แชร์กันตอนนี้ว่ามีท่านผู้ทรงเกียรติรับถุงขนม 5 ท่าน ไม่รู้ว่าเป็นเพียงข่าวลือ หรือเป็น Fake news ที่มีคนจงใจปล่อยออกมา

อย่างไรก็ตามข่าวนี้ทำลายขวัญและกำลังใจของคนไทยที่รักชาติ รักแผ่นดิน และเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นอย่างมาก

ถ้าข่าวนี้เป็นจริง คนไทยก็หมดหนทางจะดำรงความเป็นดินแดนนิติรัฐแล้ว ที่เคยหวังว่าตุลาการภิวัตน์ยังมีอยู่จริง คงไม่ใช่แล้ว

ถ้าเป็นจริงเหมือนข่าว เราจะทำยังไงได้บ้างคะ เศร้าค่ะ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประเทศจะล่มจมเพราะคนไทยเป็นไทยเฉย

ในอดีตคนไทยที่บอกว่ารักชาติไม่ได้พูดแต่ปาก แต่จะช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ คนโกงถูกจับติดคุก และติดนานตามคำตัดสินของศาล เพราะถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้น จะมีคนไทยจำนวนหนึ่งที่ต้องการเห็นกระบวนการยุติธรรมของไทยมีความศักดิ์สิทธิ์

แตกต่างได้...ไม่ควรแตกแยก

ประเทศไทยเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้เรามีเสรีภาพทางความคิด ดังนั้นหากคนไทยเราจะมีความคิดที่แตกต่างกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย

มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง

ขิงก็รา...ข่าก็แรง

คำพังเพยไทยที่บอกว่า “ขิงก็รา ข่าก็แรง” เราจะใช้พูดถึงคนที่ขัดแย้งกัน ด่ากันไปด่ากันมา แต่พิจารณาจริงๆ แล้วก็แล้วร้ายทั้งคู่ ขิงที่ขึ้นราก็ใช้ไม่ได้ ข่าที่กลิ่นแรงเกินไปก็ใช้ไม่ดี รัฐบาลก็ทำหลายอย่างที่ไม่ดี

ใครโง่...ใครฉลาด

สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้

ค้านด้วยเหตุด้วยผล...ย่อมดลให้เกิดประโยชน์

ในสังคมประชาธิปไตยโดยทั่วไป ก็จะมีฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่บริหารประเทศด้วยนโยบายที่แถลงไว้กับสภาผู้แทนราษฎร และจะทำโครงการต่างๆ เพื่อทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ ในขณะเดียวกันก็จะมีฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล