'เทพไท' แจกแจง ‘ทักษิณ’ จะติดคุกเพิ่มจากเรื่องอะไรบ้าง

16 ก.ย. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง”  โดยระบุว่า

ทักษิณ ต้องรับผิดอะไรอีกบ้าง

เมื่อวานนี้ วันที่ 15 กันยายน 2568 เป็นวันครบกำหนดการกักโรค ของคุณทักษิณ ชินวัตร ที่เรือนจำกลางคลองเปรม จึงเปิดโอกาสให้บุคคลในครอบครัวเข้าเยี่ยมได้ ตามระเบียบของเรือนจำ ผมเห็นภาพทั้งหมดแล้ว รู้สึกเห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของครอบครัวคุณทักษิณ ที่มาเยี่ยมคุณทักษิณ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ไม่ต่างจากตัวผมและครอบครัว ที่เคยประสบมาก่อน แต่ต้องยอมรับในกฎระเบียบข้อบังคับของเรือนจำและกรมราชทัณฑ์

แต่สิ่งที่สังคมกำลังสงสัย และตั้งคำถามต่อคุณทักษิณ 2 ข้อคือ

1.คุณทักษิณจะถูกจำคุกในคดีนี้เพียงคดีเดียวโทษ1ปี หรือจะมีคดีอื่นตามมาอีกหรือไม่ ถ้าหากดูเรื่องความผิดคุณทักษิณ จากคำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตอนหนึ่งระบุว่า “จำเลยเข้ามามีส่วนตัดสินใจในกระบวนการรักษาของแพทย์ โดยปฏิเสธการผ่าตัดรักษาโรคหัวใจ และโรคกระดูกคอกดทับไขสันหลังและเส้นประสาท แต่ให้แพทย์รักษา โดยการรับประทานยาตามอาการและเลือกรับการผ่าตัดนิ้วล็อกและเอ็นหัวไหล่ขวา ซึ่งไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน และเป็นผลทำให้การรักษาตัวจำเลยในโรงพยาบาลตำรวจ ขยายระยะเวลาออกไป”

ซึ่งเห็นได้ว่า คุณทักษิณเป็นตัวการเป็นผู้บงการ เพื่อที่จะรักษาตัวในโรงพยาบาลต่อไป การที่มีบุคคลบางคน บางกลุ่ม บางฝ่ายออกมายืนยันว่า การที่คุณทักษิณไม่ได้ติดคุก ไม่ใช่เป็นความผิดของคุณทักษิณ แต่เป็นความผิดของข้าราชการที่อำนวยความสะดวกให้กับคุณทักษิณ

แต่ถ้าดูคำวินิจฉัยของศาลฎีกาฯแล้ว จะเห็นได้ว่า คุณทักษิณคือตัวการ คือผู้บงการ ผู้สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ มีการกระทำความผิดตามมาตรา 157 คุณทักษิณย่อมมีความผิดด้วย

2.การที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำวินิจฉัยในตอนหนึ่งว่า “เมื่อการบังคับโทษจำเลยเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังที่ได้วินิจฉัยมาข้างต้น กระบวนการบังคับโทษ รวมทั้งการพักการลงโทษจำเลย จึงไม่มีผลตามกฎหมาย และไม่อาจนำเอาระยะเวลาที่พักอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจมาหักเป็นวันคุมขังได้ จำเลย จึงต้องรับโทษจำคุกอีก 1 ปี ตามพระบรมราชโองการ”

จึงมีการวินิจฉัยว่า ตามพระบรมราชโองการนั้น กระบวนการทูลเกล้าเป็นเท็จ จะเป็นโมฆะหรือไม่ เพราะมีสาระสำคัญในพระบรมราชโองการ 3 ประเด็น คือ

1.ข้อความระบุว่า “กำหนดโทษ8ปี รับมาแล้วรับโทษมาแล้ว 10 วัน เหลือโทษจำคุก7ปี 11 เดือน 20 วัน อยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ” ถ้าดูคำวินิจฉัยของศาลฎีกาฯ จะเห็นว่า เป็นการกราบบังคมทูลเท็จ เพราะคุณทักษิณยังไม่ได้ติดคุกเลยแม้แต่วันเดียว

2.ข้อความระบุว่า “เมื่อถูกดำเนินคดีและศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกดังกล่าว ด้วยความเคารพในกระบวนการยุติธรรม ยอมรับผิดในการกระทำ มีความสำนึกในความผิด จึงขอรับโทษตามคำพิพากษา” จะเห็นได้ว่า คุณทักษิณได้ขึ้นเวทีปราศรัยแบบไม่ยอมรับผิด ตามคำที่กรายบังคมทูล มักจะพูดคำว่าถูกยัดคดีให้บ้าง ถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองบ้าง นิติสงครามบ้าง เอากฎหมายมาเล่นงานบ้าง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ไม่ได้กระทำตามพระบรมราชโองการ

3.ข้อความระบุว่า “เพื่อจะได้ใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ช่วยเหลือ และทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติสังคมและประชาชนสืบไป” แต่หลังจากได้รับพระบรมราชโองการพระราชทานลดโทษแล้ว คุณทักษิณไม่เคยได้ใช้ความรู้ความสามารถที่เป็นประโยชน์ของประเทศชาติเลย มีแต่ใช้ความรู้ความสามารถเพื่อครอบครัว เพื่อพรรคเพื่อไทย เพื่อประโยชน์ทางการเมืองให้กับตัวเอง ได้สร้างความขัดแย้งโดยไม่จบสิ้น แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมของคุณทักษิณ ขัดต่อพระบรมราชโองการพระราชทานอภัยลดโทษในทุกข้อ

จึงมีการตั้งคำถามไปยังหน่วยงาน ผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องว่า คุณทักษิณได้รับพระราชทานอภัยลดโทษ และพระบรมราชโองการที่คุณทักษิณทูลเกล้าเป็นเท็จ จะเป็นโมฆะหรือไม่ หรือมีความถูกต้องหรือไม่ อยากจะให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้ออกมาชี้แจง และตอบคำถามนี้ต่อสังคมด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘จอม’ เปิดปมลี้ภัย 11 ปี ถามกลับ ‘ทักษิณ-เพื่อไทย’ ควรทวงบุญคุณหรือไม่

“จอม เพชรประดับ” สื่อมวลชนอิสระผู้ลี้ภัยในสหรัฐฯ เล่าเบื้องหลังการตัดสินใจออกจากไทยหลังรัฐประหารปี 2557 เผยเคยได้รับการชักชวนเข้าร่วมขบวนก

'วัชระ' ยื่นโนติส 'อธิบดีกรมสรรพากร' ยึด-อายัดทรัพย์ 'ทักษิณ' ห้ามบิน ตปท.เกรงหนี้สูญ

วัชระ เพชรทอง ยื่นหนังสือ โนติส อธิบดีกรมสรรพากร ยึด-อายัดทรัพย์สินนายทักษิณ-ขายทอดตลาด-ระงับไปต่างประเทศด่วนที่สุด

สรรพากรทำได้แค่นี้? อดีตสว.สมชาย ข้องใจปมภาษี 1.76 หมื่นล้านของทักษิณ

“สมชาย แสวงการ” ตั้งข้อสงสัยการดำเนินการของกรมสรรพากรกรณีภาษี 1.76 หมื่นล้านบาทของ “ทักษิณ ชินวัตร” โดยถามเหตุใดจึงไม่ใช้มาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากรเรียกมาสอบข้อเท็จจริงก่อนดำเนินคดี พร้อมตั้งคำถามว่าหน่วยงานรัฐได้ใช้ทุ

'อนุทิน' บอกอย่ากังวลรัฐบาลจะอยู่ใต้อิทธิพลของใคร พวกเราฟังประชาชนเท่านั้น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ได้พบปะพูดกันแล้วหรือไม่ ว่า ยังไม่ได้มีการเจอและพูดกัน และอย่างที่ตนบอกคือแสดงความยินดี รู้สึกโอเค