นักวิชาการชี้ไทยสวนทางโลกปลดล็อกขยายเวลาชนแก้ว!

นักวิชาการเป็นห่วงหลังปลดล็อก ขยายเวลาชนแก้ว เกิดผลกระทบสังคมตามมา

04 ธ.ค.2568 - จากกรณีคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีมติให้ปลดล็อกเวลาจำหน่ายช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ตามข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการที่คาดหวังว่าจะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวได้ และมีราชกิจจานุเบกษาประกาศให้มีผลบังคับใช้นับแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568 โดยเบื้องต้นมาตรการนี้มีระยะเวลา 180 วันก่อนมีการประเมินผลกระทบอีกครั้ง

รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า ปัจจุบันหลายประเทศมีหลักคิดว่า มาตรการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด จะส่งผลทางบวกต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เนื่องจากสังคมมีปัญหาอาชญากรรมต่ำ ไม่มีการล่วงละเมิดทางเพศ และอันตรายบนท้องถนนจากการเมาแล้วขับ จนทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกปลอดภัยในการมาเยือน
เช่น นับแต่ปี 2558 สิงคโปร์ได้ใช้มาตรการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวดเพื่อสร้างสังคมเศรษฐกิจที่ดีในการรองรับนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ล่าสุดปี 2566 มีการแก้กฎหมายให้ร้านอาหารประเภท 1B ต้องยุติการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลา 22.00 น. กฎหมายของสิงคโปร์มีวัตถุประสงค์เพื่อลดปัญหาสังคมที่เกี่ยวข้องกับการมึนเมา แม้ในภาพรวมสิงคโปร์จะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเมาที่ต่ำที่สุดในโลกก็ตาม

ในกรณีมัลดีฟส์ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าสนใจ แม้ว่าการท่องเที่ยวจะเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และมีความพยายามล็อบบี้จากกลุ่มผู้ผลิตแอลกอฮอล์และธุรกิจที่เกี่ยวข้องมาตลอด แต่นับจากอดีตถึงปัจจุบัน กฎหมายของมัลดีฟส์บัญญัติให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสินค้าต้องห้าม โดยไม่อนุญาตให้จำหน่ายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทอย่างเด็ดขาด ไม่เว้นแม้แต่ในกรุงมาเล่ ซึ่งเป็นทั้งเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ แม้นักท่องเที่ยวต่างชาติก็สามารถบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เฉพาะในรีสอร์ทบนเกาะที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น รัฐบาลมัลดีฟส์มีวิสัยทัศน์ว่า การดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยใช้อบายมุขมีผลเสียอย่างมากต่อประเทศ ทั้งในเชิงการท่องเที่ยว และการดึงเม็ดเงินการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่นักลงทุนและนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพย่อมมองสภาพแวดล้อมของประเทศที่ปลอดภัย มีปัญหาอาชญากรรมและปัญหาทางสังคมต่ำ

สิงคโปร์และมัลดีฟส์ต่างเป็นประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนต่ำที่สุดเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก ข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่โดย WHO ชี้ให้เห็นว่า สิงคโปร์และมัลดีฟส์มีตัวเลขการเสียชีวิตบนท้องถนนที่ 1.50 รายต่อแสนประชากร ในขณะที่ไทยมีอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนที่ 25.4 รายต่อแสนประชากร โดยสาเหตุสำคัญลำดับต้น ๆ ของการเสียชีวิตมาจากการเมา

ปัจจุบันประเทศไทยมีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับสูงมาก เมื่อพิจารณาประเทศในอาเซียนพบว่า คนไทยมีการดื่มเป็นรองเพียงแค่ประเทศลาวเท่านั้น ส่งผลให้มีปัญหาสังคมที่เกี่ยวเนื่องกับการดื่มในระดับวิกฤติ นอกจากนี้ มาตรการด้านภาษีที่ใช้ในการควบคุมการบริโภคแอลกอฮอล์ของประเทศไทยก็อยู่ในระดับต่ำ ภายใต้บริบทการดื่มของประชากรที่สูงและมีกฎหมายควบคุมการบริโภคที่หละหลวมอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องแปลกที่รัฐบาลยังแก้กฎหมายเพื่อกระตุ้นการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นกรณีที่สวนทางกับรัฐบาลประเทศอื่นที่ปัจจุบันพยายามออกมาตรการควบคุมการดื่ม เพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์และสังคมที่มีคุณภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน!

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เชฟรอนและบริษัทผู้ร่วมทุนมอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานชาวประมง ผ่านความร่วมมือกับสมาคมประมงและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เชฟรอนและบริษัทผู้ร่วมทุน มอบทุนการศึกษาภายใต้โครงการ “ส่งเสริมโอกาสการศึกษาต่อบุตรชาวประมง” ประจำปี 2569 จัดโดย สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย จำนวน 8 ทุน รวมมูลค่า 400,000 บาท เพื่อสนับสนุนการศึกษาแก่บุตรหลานชาวประมงในระดับปริญญาตรี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

'อ.ชิดตะวัน' จี้รัฐบาลคุมพรมแดนกัมพูชา หลังพบแม่ค้าเขมรโผล่พรึ่บ

รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ควบคุมพรมแดน…ก่อนสายเกินแก้!

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'คงศักดิ์ เที่ยงธรรม' เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “คงศักดิ์ เที่ยงธรรม” ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2569

ต้องทำงานหนัก! โพลชี้ 50% ยังไม่เชื่อมั่นรัฐแก้ปัญหาความรุนแรงและอาชญากรรม

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “อาชญากรรมและความรุนแรงในสังคมไทย” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,198 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 4-7 สิงหาคม 2569