KPI Poll เผยคนกรุงต้องการผูัว่าฯกทม. ซื่อสัตย์ แก้ปัญหาน้ำท่วมขัง การจราจร ความเหลื่อมล้ำ

15 พ.ค. 2569 - สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เสียงคน กทม. กับโจทย์เมืองหลวงและคุณสมบัติผู้ว่าฯ คนใหม่ที่อยากเห็น” โดยมุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน

การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 20 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 8 - 11 พ.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามพื้นที่เขตทั่วกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,600 ตัวอย่าง
โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

1. ถ้าจะเลือกผู้ว่า กทม. ท่านให้ความสำคัญกับคุณลักษณะใดมากที่สุด (สำรวจโดย )
28.2% ต้องการผู้ว่าฯ คนใหม่ที่ “ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้” และ 28.0% ต้องการคนที่ “มีนโยบายชัดเจนและทำได้จริง” สูงสุดใกล้เคียงกัน
รองลงมา คือ 16.7% ต้องการคนที่ “เข้าใจปัญหาของคนกรุงเทพฯ”, 8.9% “มีผลงานเป็นรูปธรรม”, 4.0% “มีประสบการณ์บริหารงาน”, 3.6% “มีความคิดใหม่ๆ ทันสมัย”, 3.0% “ทำงานร่วมกับหลายฝ่ายได้”, 1.7% “สังกัดพรรคการเมืองที่น่าเชื่อถือ” และ 5.9% ระบุว่า “อื่น ๆ”

ประชาชนไม่ได้ต้องการผู้ว่าฯ ที่มีเพียงภาพลักษณ์ดีหรือสื่อสารเก่ง แต่คนกว่าครึ่ง กำลังสะท้อนว่า ต้องการผู้ว่าฯคนใหม่ที่มีทั้ง “ความน่าไว้วางใจ” และ “ทำได้จริง” ความซื่อสัตย์และความสามารถในการปฏิบัติจริงจึงกลายเป็น “คุณสมบัติคู่” ที่แยกจากกันไม่ได้สำหรับผู้นำเมืองหลวง

2. คน กทม. ชี้ 3 ปัญหาเมืองยังหนัก: น้ำท่วม–ความปลอดภัย–ฝุ่น โจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งแก้
ปัญหาสำคัญ 3 อันดับแรกของ กทม. ที่อยู่ในระดับ “สำคัญค่อนข้างมาก - มากที่สุด” – 74.3% “ปัญหาน้ำท่วมขังและการระบายน้ำ”, 73.3% “ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน” และ 73.2% “ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และมลภาวะทางอากาศ”
รองลงมา 66.1% “การจราจรและระบบขนส่งสาธารณะ” และ 65.8% “ปัญหาการจัดการขยะและความสะอาดของเมือง”

คน กทม. กำลังมองปัญหาเมืองเป็น “โจทย์คุณภาพชีวิตพื้นฐาน” ที่ยังแก้ไม่จบ และไม่ได้ต้องการเมืองที่มีเพียงโครงการใหญ่ แต่ต้องการเมืองที่มี “ระบบพื้นฐานที่ดี” เพราะน้ำท่วม ฝุ่น ความปลอดภัย รถติด และขยะ คือ ปัญหาที่สะท้อนคุณภาพการบริหารเมืองทั้งระบบ หากปัญหาเหล่านี้ยังเกิดซ้ำ ประชาชนย่อมรู้สึกว่าเมืองยังไม่สามารถตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง KPI Poll#20 | 2

3. ปัญหาเมือง กทม. หนักไม่เท่ากัน- เขตชั้นนอกแบกโจทย์เมืองหนักสุดเกือบทุกประเด็น
เมื่อพิจารณาตามพื้นที่เขตชั้นของ กทม. พบว่า “เขตชั้นนอก” เป็นพื้นที่ที่ประชาชนมองว่า ปัญหาเมืองมีความสำคัญในระดับ”ค่อนข้างมาก-มากที่สุด” เกือบทุกประเด็น โดย 89.6% “ปัญหาน้ำท่วมขังและการระบายน้ำ”, 87.8% “การจราจรและระบบขนส่งสาธารณะ”, 85.9% “ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และมลภาวะทางอากาศ”, 82.0% “ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน” และ 74.2% “การจัดการขยะและความสะอาดของเมือง”

ขณะที่ “เขตชั้นกลาง” ยังมองปัญหาส่วนใหญ่อยู่ในระดับสูงเช่นกัน โดย 86.3% “ปัญหาน้ำท่วมขังและการระบายน้ำ”, 75.3% “ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และมลภาวะทางอากาศ”, 73.4% “ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน”และ 72.7% “การจราจรและระบบขนส่งสาธารณะ” ส่วน เขตชั้นใน มีสัดส่วนผู้มองว่าปัญหาอยู่ในระดับสำคัญค่อนข้างมากถึงมากที่สุดต่ำกว่าเขตอื่นในหลายประเด็น โดยเฉพาะการจราจรและระบบขนส่งสาธารณะอยู่ที่ 47.2% และน้ำท่วมอยู่ที่ 54.4% แต่ยังถือว่า มีสัดส่วนไม่น้อยในประเด็นฝุ่น ความปลอดภัย และขยะ

โจทย์ของ กทม. ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเมืองโดยรวม แต่คือการแก้ “ความเหลื่อมล้ำของประสบการณ์ชีวิตเมือง” เพราะคนแต่ละเขต กำลังเผชิญปัญหาและความเดือดร้อนจากปัญหาเมืองไม่เท่ากัน การแก้ปัญหา กทม. จึงไม่ควรใช้แนวทางเดียวกันทั้งเมือง แต่ควรออกแบบนโยบายแบบ “พื้นที่นำปัญหา”

4. คน กทม. ชี้ “รถติด–ขนส่ง” โจทย์เร่งด่วนอันดับหนึ่งของผู้ว่าฯ คนใหม่
เมื่อให้เลือกเพียง 1 เรื่องที่อยากให้ผู้ว่า กทม. คนใหม่เร่งแก้ไขมากที่สุด พบว่า “การจราจรและระบบขนส่งสาธารณะ” นำมาเป็นอันดับหนึ่ง (17.8%) รองลงมา คือ ฝุ่น PM 2.5 และมลภาวะทางอากาศ (13.8%), ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน (12.9%), คนไร้บ้าน/ผู้เปราะบางในเมือง (12.3%) และ น้ำท่วมขังและการระบายน้ำ (12.1%)

สะท้อนว่า การจราจรและระบบขนส่งสาธารณะยังเป็น “ภาระชีวิตคนเมือง” เพราะเกี่ยวข้องกับเวลา ค่าใช้จ่าย ความเหนื่อยล้า โอกาสในการทำงาน และคุณภาพชีวิตโดยตรง การที่ปัญหานี้ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งเมื่อให้เลือกเพียงเรื่องเดียว จึงไม่ได้หมายความว่าปัญหาอื่นไม่สำคัญ แต่สะท้อนว่า “การเดินทาง” เป็นปัญหาที่ประชาชนเผชิญซ้ำ ๆ และรู้สึกถึงผลกระทบได้แทบทุกวัน

บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 20
ผลโพลครั้งนี้ คน กทม. กำลังสะท้อนสัญญาณถึงผู้ว่าฯ คนใหม่ว่า เมืองหลวงไม่ได้ต้องการเพียงนโยบายใหญ่หรือคำมั่นในการหาเสียง แต่ต้องการการบริหารเมืองที่แก้ปัญหาชีวิตประจำวันได้จริง ทั้งการเดินทาง น้ำท่วม ฝุ่น ความปลอดภัย ขยะ และการดูแลผู้เปราะบาง ขณะเดียวกัน ประชาชนยังให้ความสำคัญอย่างมากกับคุณสมบัติของผู้นำเมืองที่ต้องซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีนโยบายที่ชัดเจนพร้อมลงมือทำได้จริง ดังนั้น ผู้ว่าฯ คนใหม่จึงไม่ได้ถูกคาดหวังให้เป็นเพียง “ผู้บริหารโครงการ” แต่ต้องเป็น “ผู้นำเมืองที่สร้างความไว้วางใจ”และสามารถเปลี่ยนปัญหาที่ประชาชนเผชิญทุกวันให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.โจฟุ้งหวังกวาดชัย! ปชป.เปิดตัว 16 พ.ค. แน่

กกต.ประชุมติวเข้มความพร้อมเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกเมืองพัทยา รับความผิดพลาด กปน.เป็นบทเรียน ย้ำการรักษาอุปกรณ์ให้ถูกระเบียบ สั่งเข้มประธานหน่วยต้องแม่นกฎ "ดร.โจ" หวังชนะ

KPI Poll เผย ปชช.ไม่เชื่อมั่นหน่วยงานใด จี้แก้ปัญหาคอร์รัปชัน-ทบทวนข้อตกลงกับกัมพูชา

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เสียงประชาชนต่อนโยบายเร่งด่วนด้านการบริหารภาครัฐ ความมั่นคง และความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานต่าง ๆ” โดยมุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน

KPI Poll เผย ความคาดหวังครม.ชุดใหม่ ใครจะเปลี่ยนความคาดหวัง ผ่านผลงานที่จับต้องได้

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ความนิยมและความคาดหวังต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในสายตาประชาชน” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll

'โอฬาร' ชี้ KPI Poll สะท้อนสัญญาณเตือนฝ่านค้าน การตรวจสอบต้องมีวุฒิภาวะ

โอฬาร ถิ่นบางเตียว รองศาสตราจารย์ ดร. อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แสดงความเห็นต่อผลสำรวจของ สถาบันพร

KPI Poll เปิดสเปก 'ครม.ชุดใหม่' ในฝันของคนไทย

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “สเปก ครม.ชุดใหม่ ในฝันของคนไทย” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll

สถาบันพระปกเกล้าออกแถลงการณ์ เรียกร้องคู่ขัดแย้งสงครามอ่าว ยึดกฎบัตรUN เจรจาสันติวิธี

สถาบันพระปกเกล้า ในฐานะคลังสมองของชาติด้านนิติบัญญัติ ภายใต้กำกับของประธานรัฐสภา มุ่งส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลบน