การพัฒนาคน-ทรัพยากรมนุษย์ เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความก้าวหน้าให้บ้านเมืองและเศรษฐกิจ-สังคม ซึ่งต้องพัฒนาปรับสร้างความรู้-ทักษะใหม่ให้ทันการปรับตัวเปลี่ยนไปของเทคโนโลยี ท่ามกลางความผันแปร-ผันผวนของโลกวันนี้ การพัฒนาคน-ทรัพยากรมนุษย์จึงจะมีมรรคผลขับเร่งบ้านเมืองให้ก้าวหน้าทันโลกได้!
หมุดหมายการปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจไทยสู่โลกยุค 4.0 วันนี้ อาจพิจารณาผ่านความเคลื่อนไหวการลงทุนและการพัฒนาคนในอุตสาหกรรมจากพื้นที่การลงทุนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ได้ เพื่อใช้เป็นต้นแบบพิจารณาถึงการพัฒนาบุคลากรว่า เราจะก้าวสู่อนาคตในกระแสเปลี่ยนผ่าน-ผันผวนของโลกวันนี้ได้มากน้อยเพียงใด?
การพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคมที่เชื่อมกับการพัฒนาคน-ทรัพยากรมนุษย์ จากหน้างานภาคอุตสาหกรรม จะพบว่าปัจจุบันมีผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมในเขต EEC รวม 39 แห่ง ได้รับการยกเป็นเขตส่งเสริมของ EEC 26 แห่ง ที่เหลือเป็นการประกอบการของเขตอุตสาหกรรมทั่วไป ซึ่งมีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น กลุ่มสหพัฒน์-ที่มีการจ้างงานมาก และมีรูปแบบสวนอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมโรจนะ เป็นต้น กับการประกอบการแบบโรงงานที่โดดๆ ขนาดใหญ่-กลาง-จนถึงกลุ่ม SMEs ทั้งหมดนี้มีการจ้างงานรวม กว่า 6 แสนอัตรา การลงทุนจากญี่ปุ่นมากที่สุด รองลงไปเป็นสิงคโปร์ จีน และตะวันตก ตามลำดับ
ส่วนใหญ่เป็นฐานการผลิตกลุ่มอุตสาหกรรมเดิม กลุ่มใหญ่สุดคือ อุตสาหกรรมยานยนต์ รองลงไปก็ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรกรรม ฯลฯ ตามลำดับ ส่วนอุตสาหกรรมกลุ่มใหม่ อาทิ ยานยนต์สมัยใหม่-ยานยนต์ไฟฟ้า อากาศยาน ระบบราง โลจิสติกส์ และอื่นๆ ยังอยู่ในขั้นเตรียมตัวปรับฐาน ขณะที่มีหลายแห่งกำลังเร่งปรับสู่ระบบโรงงานอัตโนมัติแบบ 4.0 เพื่อยกระดับเป็นโรงงานอัจฉริยะ (ฐานอุตสาหกรรมเราปัจจุบันอยู่ในระดับ 2.0-2.5)
การยกระดับพัฒนาบุคลากรตามสภาพจริงวันนี้ เป็นเรื่องของการมุ่งปรับฐานความรู้-ทักษะให้กลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง-เพิ่มขีดความสามารถการผลิตและแข่งขันให้กับทั้ง 2 กลุ่มอุตสาหกรรมคือ กลุ่มอุตสาหกรรมเก่า-ที่ต้องปรับฐานการผลิต และกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่-ที่มีการวางรากฐานการผลิตใหม่ ทั้ง 2 กลุ่มการพัฒนาบุคลากรนี้มุ่งยกระดับทักษะความรู้-สร้างความรู้ความเข้าใจการทำงานในโหมดใหม่ เน้นการสร้างทักษะใหม่ให้ตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
การพัฒนาบุคลากรใน EEC มีหน่วยงาน EEC HDC เป็นแกนขับเคลื่อนภารกิจนี้ เริ่มต้นมากว่า 2 ปี โดย EEC HDC ได้วางพื้นฐานสร้างความเข้าใจการพัฒนายุคใหม่-ปรับสร้างทิศทาง-เนื้อหา-วิธีการในการพัฒนาคนยุคใหม่ผ่านความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษากับภาคอุตสาหกรรม มีการจัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่ทั้งระดับอุดมศึกษา อาชีวะ และการศึกษาพื้นฐาน และประสานงานกับกระทรวงการอุดมศึกษาฯ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม ควบคู่ไปด้วย การจัดปรับฐานความรู้ ความคิด ทักษะใหม่ให้กับสถาบันการศึกษาประสบผลในการยกระดับการเปลี่ยนแปลงได้ในระดับที่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดผลทางปฏิบัติ ที่มีความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการกับสถาบันการศึกษาได้
การปรับยกระดับอุตสาหกรรมจากฐาน 2.0 ถึง 2.5 สู่อุตสาหกรรม 4.0 ต้องการการพัฒนาทักษะ-ความรู้ระบบออโตเมชั่น หุ่นยนต์ แมคคาทรอนิก และการทำงานบนแพลตฟอร์มดิจิตอลที่เชื่อมกับระบบคลาวด์ที่จะสื่อสารเชื่อมโยงปรับระบบการผลิตใหม่ ฯลฯ ซึ่งต้องพัฒนาคนให้มีศักยภาพตามความต้องการจริงของอุตสาหกรรมแต่ละโรงงาน-แต่ละระบบการผลิต ในเรื่องนี้สถาบันการศึกษาต้องปรับตัวเรียนรู้ใหม่อย่างมาก ตั้งแต่ฐานความรู้ใหม่ ความคิด-ความเข้าใจใหม่ในหน้างาน ที่ต่างไปจากความรู้แบบเดิมๆ ที่ฝังติดอยู่! จนถึงการจัดการสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้-การทำงานใหม่ให้ตอบโจทย์การทำงานจริง เพราะการพัฒนาคนในโลกแวดล้อมจริง ไม่ใช่การเรียน-การสอนแค่เพื่อเอาคะแนนสอบ! แต่เป็นการปั้นสร้างให้เกิดสัมฤทธิผลจริงในการผลิตและการปรับตัวของการประกอบการ ซึ่งคือการเรียนรู้และวินัยใหม่-โลกแวดล้อมใหม่ที่ต่างจากเดิมเกือบสิ้นเชิง!
การจัดการปัญหาการพัฒนาบุคลากรยุคใหม่ที่ต้องการผลสำเร็จ-ความก้าวหน้าที่จับต้องได้นี้ EEC HDC ได้ประสานเชื่อมเอาความก้าวหน้าจากองค์กรธุรกิจที่มีความก้าวหน้าที่ได้มาตรฐานระดับโลกเข้าเชื่อมต่อการพัฒนาคนให้กับสถาบันการศึกษา เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมมิตซูบิชิ ที่มีความก้าวหน้าในเรื่องระบบออโตเมชั่นและระบบโรงงานอัจฉริยะ หรือจากกลุ่มการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีการเตรียมพร้อมการปรับตัวไว้นานแล้ว อาทิ โตโยต้า นิสสัน บีเอ็มดับเบิลยู ฮอนด้า ฯลฯ เข้ามาเป็นหุ้นส่วนการยกระดับพัฒนาคนยุคใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ส่วนความเคลื่อนไหวจากภาครัฐ อย่าง กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ก็มีการเร่งออกกฎระเบียบช่วยปลดล็อกให้สถาบันการศึกษา-หน่วยงานในสังกัด สามารถทำงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ ให้ก้าวหน้าทันโลกได้
นอกจากนั้น EEC HDC ยังร่วมมือกับภาคเอกชน เช่น กลุ่ม SNC กระทรวงศึกษาฯ ขับเคลื่อนการศึกษาอาชีวะสร้างความก้าวหน้าใหม่ ยกระดับวิทยาลัยที่มีคุณภาพขึ้นเป็นกลุ่ม CVM มีการจัดการความรู้ทักษะ-สิ่งแวดล้อมใหม่เชื่อมโยงกับความก้าวหน้าของภาคอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีราว 24 แห่ง ทั้งในและนอก EEC และมีการพัฒนาสถาบันการศึกษาแบบจำเพาะเจาะจงปรับสร้างความก้าวหน้าใหม่ร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพาด้วย ฯลฯ ภาพรวมความเคลื่อนไหวเหล่านี้ เป็นกระบวนการขับเคลื่อนงานที่ชี้บอกว่า EEC สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาคนได้ดี เพื่อให้ทุกการลงทุนมั่นใจว่า EEC มีการจัดการพัฒนาบุคลากรอย่างเพียงพอทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ ที่จะสร้างเศรษฐกิจในวันนี้...แน่นอน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชัชชาติ นำโด่งม้วนเดียวจบ สก.50 เขต ผลเลือกตั้ง ได้สภากทม."ส้ม-เขียว-แดง-ฟ้า"
สนามเลือกตั้งท้องถิ่น เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆก่อนถึงวันเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ที่จะเริ่มรับสมัคร 28 พ.ค.และเลือกตั้งวันที่28 มิ.ย.
บทบาท .. “นายกรัฐมนตรี” ในภาวะเสี่ยง .. ของสังคมที่ถดถอย!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เช้านี้ (๕ พ.ค.๖๙) หลังจากบิณฑบาต ได้กลับมานั่งรอหมอนำบุรุษพยาบาลมาเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าต่างๆ ที่ต้อง เฝ้าระวังความเสี่ยงในภาวะชีวิตเริ่มถดถอย... อันเนื่องจากความชราพยาธิกัดกิน ที่แสดงความเป็นจริงว่า.. ที่สุดแห่งชีวิต รูปนี้ย่อยสลายสูญสิ้น อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ..
เผชิญ .. วิกฤตการณ์ทับซ้อน .. ในสังคมปัจจุบัน!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ต้องยอมรับตามความเป็นจริงว่า.. กระแสโลกไหลเลื่อนเข้าสู่ร่องเวลาที่มี วิกฤตการณ์
แนะนำ 3 เว็บไซต์สำหรับผู้ต้องการอ่านบทความอาหารเพื่อสุขภาพ
ในปัจจุบันอาหารเพื่อสุขภาพ กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การดูแลรูปร่าง หรือการป้องกันโรคในระยะยาว หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งที่กินมากขึ้น
“ทำดี .. ให้ลูก ทำถูก .. ให้หลาน” ส่งต่อมรดกความดีงาม .. ให้สังคม!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เทศกาลสงกรานต์ประเพณีไทย นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีโบราณ โดยมีความสำคัญหลักในการส่งผ่านความกตัญญูกตเวทีในวิถีวัฒนธรรม.. ด้วยการทำบุญสรงน้ำพระ.. รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพร ก่อเจดีย์ทรายในวัดวาอาราม... และการกลับคืนสู่ครอบครัวเพื่อแสดงถึงความรักสามัคคี เพื่อเริ่มต้นชีวิตอย่างมีมงคล
“ความดี.. (ที่ไม่จริง) .. เป็นสิ่งที่ดี” ในกระแสสังคม .. วิปลาสธรรม !!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในวิถีสังคมที่สับสนไปด้วยความลังเลสงสัยในสัจธรรม.. จึงได้เห็นปรากฏการณ์ “การทำอะไรเกินจริง” อยู่เสมอ จนเป็นที่มาของคำสั่งสอนว่า.. “อย่าทำอะไรเกินจริง” ที่หมายถึง พึงมีสติควบคุมจิต.. เพื่อรู้จักยับยั้งชั่งใจในการ คิด พูด ทำ สิ่งต่างๆ ที่ควรคำนึงถึง ความพอดี เหมาะสมกับความเป็นจริง ไม่นำไปสู่การบิดเบือน อยู่ภายในขอบเขตของธรรมและอรรถ และรู้จักประมาณตนว่า.. มีกำลังความสามารถที่ทำได้ตามความเป็นจริง..

