จากสุวรรณภูมิ.. สู่ แคว้นคันธาระ (ปากีสถาน).... (ตอนที่ ๕) เพื่ออธิษฐานจำพรรษาประวัติศาสตร์ ณ นครตักศิลา.. ในปี ๒๕๖๕!

ตอน ....สัตตาหกรณียะครั้งแรกในพรรษาปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ สู่ หุบเขาสวัต (Swat Valley) ตามนิมนต์ของ ตระกูลออรังเซบ (Aurangzeb) เจ้าผู้ครองแว่นแคว้นสวัตรุ่นสุดท้าย

 

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. จากตอนที่แล้ว (ตอนที่ ๔) กำลังเดินทางเข้าสู่หุบเขาสวัต (Swat Valley) หลังจากได้แวะกราบสักการะสถูปชินการ์ดาร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้เดินทางต่อไป.. ก่อนบ่ายสองโมง ได้ถึงบ้าน Prince Adnan .. ที่มีลักษณะคล้ายพระตำหนักเก่า.. ของเจ้าผู้ครองนครสวัต โดยมีน้องชายและภรรยาของ Prince Adnan ได้ถวายการต้อนรับ พร้อมญาติมิตรอย่างดียิ่ง ก่อนจะแวะเข้าห้องพักที่ได้จัดถวายไว้.. โดยมีน้องชายของ Prince Adnan ๒ คน มาพักอยู่ด้วย เพื่อถวายการดูแล.. ซึ่งในส่วนภรรยา Prince Adnan จะแยกไปพักในอาคารที่พักอีกด้านหนึ่ง.. เสมือนตำหนักฝ่ายใน ที่แบ่งแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ตรงนี้ได้สะท้อนวิถีชีวิต ประเพณีทางศาสนาอิสลามของสังคมมุสลิม ที่เคร่งครัดอย่างเป็นที่สุด.. ต่อการป้องกันการปะปน.. การดูไม่ดี หากไม่มีญาติผู้ชายมาต้อนรับร่วม.. จะไม่ได้เลย โดยเฉพาะการจะให้คนนอกมาพัก.. ซึ่งตรงกับพระวินัยของภิกษุในพระพุทธศาสนา ที่ไม่ควรไปพักในที่ใด.. ในส่วนใดบ้าง.. อันแสดงถึงความเคารพในวิถีประเพณีวัฒนธรรมของสังคมในชมพูทวีป.. ไม่ว่าศาสนาใด ลัทธิใด.. ที่ถือปฏิบัติกันมาตามวิถีสังคม ที่แสดงออกถึง.. จริยธรรม.. คุณธรรมภาคสังคมอย่างแท้จริง.. ที่ปัจจุบันในสังคมเมืองได้ย่อยสลายไปมากแล้ว.. แต่ในสังคมของชาวมุสลิมโดยทั่วไปยังปรากฏมีอยู่.. อย่างเข้มแข็ง อันควรแก่การอนุโมทนา...

ในเย็นของวันนั้น (๒๓ ก.ค.๖๕) ณ บริเวณลานหญ้าด้านหน้าอาคารที่พัก จึงได้จัดให้มีการสนทนาธรรม.. และประกอบศาสนกิจตามวิถีพุทธ (ย่อๆ) เพื่อฉลองสมโภช Bell of Peace

ทั้งนี้ได้มีการกล่าวต้อนรับและกล่าวขอบคุณจากทั้งสองฝ่าย แต่ในระหว่างที่ได้มีการดำเนินการปฏิสันถารโดยธรรมอยู่นั้น ก็ได้เกิดจุดสะดุดขึ้นมานิดหนึ่ง เพราะเป็นร่องเวลาของการทำพิธีของชาวสวัต ซึ่งนับถือศาสนาอิสลามเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้ว่าในอดีต หุบเขาแห่งนี้จะเป็นพื้นที่ของพุทธศาสนาที่เคยรุ่งเรือง สมบูรณ์ด้วยความเป็นพุทธศาสนา มีมหาวิหาร เขตสังฆารามมากมาย ชาวบ้านชาวเมืองล้วนแล้วแต่เป็นชาวพุทธ แต่บัดนี้ สังคมพุทธศาสนาได้สูญสลายสิ้นไปแล้วมายาวนานมากกว่าพันปี (พ.ศ.๑๗๐๐ เศษ) เป็นปี พ.ศ. ที่พุทธศาสนาสูญสิ้นไปจากชมพูทวีป

ความไม่เข้าใจของผู้ดำเนินการ.. ที่รับแจ้งมา.. จึงไม่ได้ประกาศเตือน เพื่อขอให้ยุติการใช้เสียงสวดสัก ๒-๓ นาที.. แต่พอดีกับการบรรยายธรรม เพื่ออัญเชิญอำนาจธรรมได้ยุติลง.. รู้การนิ่งสงบ เจริญสติพอดี.. ทุกอย่างจึงเป็นไปได้ตามปกติ ไม่ติดขัดในร่องรอยแห่งการสะดุดนั้น.. เรื่องนี้จึงควรแก่การบันทึกไว้.. เพื่อจะได้เรียนรู้สภาพสังคมที่ต้องศึกษาวัฒนธรรม.. หากจะต้องไปอยู่ร่วมกัน.. ควรทำความรู้.. เข้าใจ เพื่อการไม่นำไปสู่ความขัดแย้งแตกแยกกัน.. สังคมพหุวัฒนธรรม.. จากหลากหลายหมู่ชนของสังคมนั้นๆ จึงเป็นเรื่องความแตกต่างที่สวยงาม ให้ความสมดุลต่อสังคมอย่างดียิ่ง.. ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกันตามวิถีธรรม...

จึงได้เห็นการประกอบศาสนกิจทางพุทธศาสนาของฝ่ายเราผู้ไปเยี่ยมได้อย่างเป็นปกติ.. โดยไม่มีข้อรังเกียจใดๆ จากฝ่ายต้อนรับ.. เจ้าภาพที่แม้จะมีศาสนาที่ต่างกัน....

ถ้าเรา.. ในฐานะมนุษยชาติอันเท่าเทียมกัน.. สามารถทำให้สังคมที่มีความแตกต่างทางศาสนา ความคิด.. อยู่ร่วมกันได้ด้วยจิตใจที่มีความรัก.. ความเคารพต่อกันและกัน.. ด้วยการให้เกียรติซึ่งกันและกัน อย่างรู้คุณต่อกัน.. เชื่อมั่นว่า.. โลกจะเข้าสู่สันติและความสุขได้อย่างแท้จริง...

ดังที่อาตมา.. เคยบิณฑบาตรับอาหารจากชาวเนปาลที่นับถือศาสนาอิสลาม.. ศาสนาฮินดู หรือแม้กระทั่งชาวอิสลามในปากีสถานที่ได้ถวายภัตตาหารตามปกติ ควรให้ความเคารพต่อกันและกัน... ในฐานะที่อาตมาเข้ามาสร้างคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดินปากีสถาน.. โดยการมาพักจำพรรษา.. ตลอด ๓ เดือน เพื่อแสดงให้ชาวโลกและชาวพุทธทั่วโลกได้เห็นเป็นประจักษ์พยานของความเป็นประเทศที่มีสันติ.. ตามวิถีอิสลามที่แท้จริง ในปัจจุบัน... ที่ภาพแผ่นดินอันตรายจากการก่อการร้ายค่อยจางหายไป.. เพื่อรอต้อนรับชาวโลกที่เดินทางมาเยือนสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน โดยเฉพาะชาวพุทธจาก ๓๒ ประเทศทั่วโลก... ที่จะได้เดินทางมาศึกษาร่องรอยอารยธรรมพุทธศาสนามรดกโลก ที่ทรงคุณค่ายิ่งทางจิตวิญญาณ...

การพักคืนแรก ครั้งแรก.. ในหุบเขา Swat จึงเปี่ยมไปด้วยความพึงใจ.. ปีติและสุขใจยิ่ง จึงทำให้การเจริญภาวนา.. ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ตามหลักคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ เป็นไปอย่างดียิ่ง... มีสัปปายธรรมเกื้อกูลทุกขณะ.. อันน่ายินดีต่อการภาวนา...

จึงไม่แปลกที่จะมีสายฝนสรงราดรดลงมาให้ชุ่มชื้นผืนแผ่นดิน ป่าไม้ ภูเขา.. บ้านเรือนหมู่บ้านเป็นระยะๆ .. ในยามกลางคืน.. และตกโปรยปรายอย่างต่อเนื่องเกือบครึ่งวัน ในขณะที่เดินทางไปเยี่ยมเยือน Swat Museum .. และโบราณสถานทางพุทธศาสนาที่สำคัญๆ ใน Swat .. ที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองที่มีมิติอย่างยิ่งในความเป็นโบราณสถานมรดกโลกพุทธศาสนา อันควรแก่การเดินทางมาทัศนศึกษา.. สักการบูชา ได้แก่ Saidu Sharif Stupa และ Butkara ที่มีสถูปทรงสาญจี สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ตั้งตระหง่านท่ามกลางมวลเจดีย์น้อยใหญ่ ที่สร้างร่วมสมัยต่างๆ สืบต่อเนื่องมา.. จนถึงสมัยราชวงศ์กุษาณะ โดยพระเจ้ากนิษกมหาราช ที่ได้มาสร้างบูรณะพระสถูปทรงสาญจีดังกล่าว ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้บูชา.. เป็นมงคลกับบ้านเมืองในหุบเขาสวัต อันแสดงให้เห็นว่า.. อารยธรรมพุทธศาสนาแผ่เข้ามาสู่หุบเขาแห่งนี้ตั้งแต่สองร้อยกว่าปีหลังพุทธปรินิพพาน ก่อนจะขยายพุทธศาสนจักรแผ่ครอบคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ ดังปรากฏการณ์ที่พุทธศาสนารุ่งเรืองที่สุดในพื้นที่ดังกล่าว ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๖-๗ ปี พ.ศ.๖๐๐-๗๐๐ หลังพุทธปรินิพพาน ซึ่งตรงกับสมัยพระเจ้ากนิษกมหาราช แห่งราชวงศ์กุษาณะ ซึ่งปกครองแผ่นดินในพุทธฝ่ายเหนือเกือบทั้งหมด รวมถึงแคว้นคันธาระและอาณาจักรใกล้เคียง และต่อมาแผ่กว้างขวางไปทั่วชมพูทวีป ดุจดังสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช

จึงปรากฏหลักฐานว่ามีวัดวาอารามขนาดใหญ่ในหุบเขา Swat แห่งนี้สมัยพุทธศตวรรษที่ ๙-๑๐ ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ แห่ง จากบันทึกเรื่องราวหลวงจีนฟาเหียนที่ปรากฏในหนังสือ จดหมายเหตุแห่งพุทธอาณาจักร ซึ่งบันทึก ๑๕  ปีของการท่องเที่ยวจาริกไปบนแผ่นดินชมพูทวีปตั้งแต่ พ.ศ.๙๔๒–๙๕๗.. ดังมีเหตุการณ์ที่เขียนไว้ เมื่อเข้าสู่อินเดียภาคเหนือ ดังนี้ว่า

หลวงจีนฟาเหียนกับพวกได้เดินทางมาถึงลุ่มน้ำสินธู.. สามารถข้ามแม่น้ำสินธูได้แล้ว จึงเดินทางต่อเข้าสู่ ราชอาณาเขตวู-จัง (อินเดียภาคเหนือ) ซึ่งประชาชนใช้ภาษาคำพูดอย่างมัชฌิมประเทศ (ภาษามคธ/บาลี)

สำหรับราชอาณาเขต วู-จัง ตามที่หลวงจีนฟาเหียนกล่าวคือ ราชอาณาจักรอุทยาน อยู่ทิศเหนือของปัญจาบ เป็นเมืองที่มีภูมิประเทศยาวไปตามแนว แม่น้ำศุภวัสตุ หรือที่เรียกในปัจจุบันว่า แม่น้ำสวัต .. ซึ่งราชอาณาจักรดังกล่าวมีชื่อเสียงในความอุดมสมบูรณ์แห่งพฤกษานานาพรรณด้านดอกไม้และผลไม้ ซึ่งปรากฏหลักฐานชัดเจนจากหลวงจีนฟาเหียน ที่เข้ามาสู่พื้นที่ของชมพูทวีปในตอนเหนือประมาณ พ.ศ.๙๐๐–๑๐๐๐ ที่ได้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของพระธรรมวินัยในพุทธศาสนา ดังที่มีสังฆาราม ที่พักสงฆ์ต่างๆ มากมาย เฉพาะสังฆารามมีทั้งหมดน่าจะราวๆ ๕๐๐ แห่ง... ทั้งนี้ยังไม่นับวัดวาอารามที่พักสงฆ์ทั้งหลาย จึงสอดคล้องกับหลักฐานของหลวงจีนถังซัมจั๋งที่เดินทางผ่านมาสู่พื้นที่ดังกล่าว (หุบเขาสวัต) ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ ว่า... ในบ้านเมืองดังกล่าวนี้มีปรากฏวัดวาอาราม สังฆารามมากมายเป็นพันแห่ง (ได้ระบุมากกว่า ๑,๔๐๐ แห่ง) และมีจำนวนไม่น้อยที่ถูกปล่อยทิ้งร้างไว้.....

จากบันทึกหลวงจีนฟาเหียนระบุถึงเรื่องราวที่เล่าสืบต่อๆ กันมาว่า.. “ในกาลครั้งหนึ่ง เมื่อสมเด็จพระพุทธเจ้าเสด็จไปสู่อินเดียภาคเหนือ... พระองค์ได้เสด็จมาถึงนครแห่งนี้ (หุบเขาสวัต) และได้ประทับ รอยพระบาทเบื้องซ้าย ลงไว้ในที่แห่งหนึ่งซึ่งผู้ได้ไปพบเห็นมาแล้ว บางคนก็ว่ายาว.. บางคนก็ว่าสั้น ตามแต่ความคิดของเขา

รอยพระบาทนั้นยังคงปรากฏมีอยู่ (ในพุทธศตวรรษที่ ๙-๑๐) และถือกันว่าเป็นรอยพระพุทธบาทแท้จริงตราบเท่าทุกวันนี้

อีกทั้งยังมีสถานที่เป็นศิลาอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งยังคงเห็นปรากฏอยู่ กล่าวกันว่าเป็นสถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงตากผ้าและเป็นสถานที่ที่พระองค์กระทำให้นาคผู้เป็นพาลตนหนึ่งกลับความประพฤติเป็นธรรม นาคผู้นี้นามว่า “อปทาล” เป็นเจ้าควบคุมแม่น้ำศุภวัสตุ (แม่น้ำสวัตปัจจุบัน)...

สำหรับศิลาลูกนี้ สูง ๔๐ ศอก และกว้าง ๒๐ ศอก ด้านหนึ่งของศิลาลูกนี้เกลี้ยงเกลา...”

จากบันทึกการเดินทางของหลวงจีนฟาเหียน เมื่อ พ.ศ.๙๔๒-๙๕๗ .. แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของพุทธศาสนาตามที่กล่าว จึงไม่แปลกที่อารยธรรมพุทธศาสนาสมัยคันธาระ.. จะปรากฏมากมายในหุบเขาสวัต (Swat Valley) แห่งนี้ ที่มีนามเดิมว่า “อุทยานะ” แปลว่า “สวน” ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถานในปัจจุบัน และอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันตกของเทือกเขาหิมาลัย การาโกรัม ฮินดูกูช และปามีร์…. (ติดตามอ่านตอนต่อไป).

 

เจริญพร

[email protected]

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“กระแสหลงเชื่อ .. ในภาวะหลงผิด” กรณี.. ตนบุญผู้วิเศษภาคเหนือ!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏเรื่องราวฉาวโฉ่ กรณีนักทำนายทายทักที่อ้างมีสื่อวิเศษ สามารถติดต่อโลกจิตวิญญาณในมิติภพภูมิต่างๆ.. เพื่อนำข่าวสารมาบอกกล่าวให้กับคนในโลกมนุษย์ได้ โดยสามารถเข้าไปเปิดดู บัญชีวิบากกรรมของแต่ละคน ที่กระทำไว้ในอดีตชาติ เพื่อนำไปสู่ การแก้กรรม .. ตามลัทธิความเชื่อโลกอัตตสัญญา ที่ถือว่า วิญญาณเที่ยงแท้.. อันเป็น มิจฉาทิฏฐิ เข้าขั้น จิตหลงผิด (Delusional Disorder) อย่างรุนแรง

ชัชชาติ นำโด่งม้วนเดียวจบ สก.50 เขต ผลเลือกตั้ง ได้สภากทม."ส้ม-เขียว-แดง-ฟ้า"

สนามเลือกตั้งท้องถิ่น เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆก่อนถึงวันเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ที่จะเริ่มรับสมัคร 28 พ.ค.และเลือกตั้งวันที่28 มิ.ย.

บทบาท .. “นายกรัฐมนตรี” ในภาวะเสี่ยง .. ของสังคมที่ถดถอย!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เช้านี้ (๕ พ.ค.๖๙) หลังจากบิณฑบาต ได้กลับมานั่งรอหมอนำบุรุษพยาบาลมาเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าต่างๆ ที่ต้อง เฝ้าระวังความเสี่ยงในภาวะชีวิตเริ่มถดถอย... อันเนื่องจากความชราพยาธิกัดกิน ที่แสดงความเป็นจริงว่า.. ที่สุดแห่งชีวิต รูปนี้ย่อยสลายสูญสิ้น อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ..

แนะนำ 3 เว็บไซต์สำหรับผู้ต้องการอ่านบทความอาหารเพื่อสุขภาพ

ในปัจจุบันอาหารเพื่อสุขภาพ กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การดูแลรูปร่าง หรือการป้องกันโรคในระยะยาว หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งที่กินมากขึ้น

“ทำดี .. ให้ลูก ทำถูก .. ให้หลาน” ส่งต่อมรดกความดีงาม .. ให้สังคม!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เทศกาลสงกรานต์ประเพณีไทย นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีโบราณ โดยมีความสำคัญหลักในการส่งผ่านความกตัญญูกตเวทีในวิถีวัฒนธรรม.. ด้วยการทำบุญสรงน้ำพระ.. รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพร ก่อเจดีย์ทรายในวัดวาอาราม... และการกลับคืนสู่ครอบครัวเพื่อแสดงถึงความรักสามัคคี เพื่อเริ่มต้นชีวิตอย่างมีมงคล