รถไฟไทยยุคใหม่ การขับเคลื่อนสร้างความก้าวหน้าใหม่

รถไฟไทยวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มีการพัฒนาเร่งปรับตัว-ปรับระบบ-ปรับบริการ และขยายขีดความสามารถให้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในวันนี้อย่างต่อเนื่อง โลกวันนี้ระบบรางพัฒนาขึ้นเป็นระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ที่สำคัญ มีต้นทุนที่เสริมสร้างศักยภาพการแข่งขัน-สร้างเศรษฐกิจยุคใหม่ได้ไม่แพ้การคมนาคม ขนส่ง และโลจิสติกส์ในแบบอื่นๆ ซึ่งระบบรางของไทยก็กำลังปรับตัวสร้างความก้าวหน้าใหม่อย่างมุ่งมั่นเช่นกัน!

ถ้าย้อนหลังกลับไปดูจะพบว่า เรามีรถไฟทั้งแรงตั้งแต่สมัยพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 มีการสร้างทางรถไฟสยามจากกรุงเทพฯถึงโคราชตั้งแต่ 1 มีนาคม รศ. 109 หรือพ.ศ 2433 ต่อจากนั้นการรถไฟก็ค่อย ๆ ขยายไปยังภูมิภาคเหนือ กลาง อีสาน ออก ตก ของประเทศต่อมาอย่างช้า ๆ ในช่วงเริ่มแรกก็ใช้หัวรถจักรไอน้ำลากจูงขบวน ต่อมาก็ใช้รถจักดีเซล และมีช่วงสะดุดหยุดพัฒนาไปนานทีเดียวในช่วงที่การรถไฟบริหารจัดการระบบราง

เมื่อสิ้นสุดรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เส้นทางรถไฟเชื่อมโยงขยายตัวใน 5 ทิศทางทั้งสายเหนือกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ยาว 752.077 กิโลเมตร

สายใต้ สถานีธนบุรี-สุไหงโกลก นราธิวาส ยาว 1,144.140 กิโลเมตร/ แยกสถานีปาดังเบซาร์ยาว 43.502 กิโลเมตร/ แยกสถานีสุพรรณบุรียาว 78.090 กิโลเมตร/ แยกคีรีรัตน์นิคมความยาว 31.250 กิโลเมตรแยกกันตังความยาว 92.802 กมและแยกนครศรีธรรมราช ยาว 35.081 กิโลเมตร

สายอีสาน กรุงเทพฯ - อุบลราชธานี 575 กิโลเมตรกรุงเทพฯ - หนองคาย 627.5 กิโลเมตร

สายตะวันตก กรุงเทพฯ-ชุมทางหนองปลาดุก สถานีน้ำตกจังหวัดกาญจนบุรียาว 130.989 กิโลเมตร

สายภาคกลางและตะวันออก กรุงเทพ-สถานีอรัญประเทศจังหวัดสระแก้วยาว 260.449 กิโลเมตร สถานีคลอง 19 ชุมทาง แก่งคอย ยาว 81.358 กิโลเมตร ชุมทางเขาชีจรรย์-มาบตาพุดยาว 24.070 กิโลเมตร

สำหรับการตื่นตัวและพัฒนาระบบรางในปัจจุบันของไทยเรา กระทรวงคมนาคมได้จัดตั้ง กรมการขนส่งทางรางขึ้นเมื่อเดือน มีนาคม 2562 และมีการพัฒนาอุตสาหกรรมทางรางทั้งระบบเดิมและระบบรถไฟความเร็วปานกลาง ความเร็วสูง และดูและปรับปรุงระบบรางเดิม ๆ ที่ดำเนินการอยู่ พร้อมทั้งขยายงานบริหารจัดการระบบโลจิสติกทางรางขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ตั้งสถาบันรางพัฒนาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีระบบรางและจนถึงการพัฒนาบุคลากรทั้งในส่วนที่เป็นกลุ่มสาขาขาดแคลน และพัฒนายกระดับระบบเดิมขึ้นมาในการบริหารระบบรางไทยยุคใหม่ในวันนี้ด้วย

มีการจัดทำแผนและปฏิบัติการที่มุ่งพัฒนาความก้าวหน้าของระบบรางสู่การคมนาคมที่ยั่งยืน ได้บรรจุไว้ในแผนในยุทธศาสตร์ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ที่มุ่งผลักดันให้เกิดการพัฒนาโครงข่ายรถไฟอย่างจริงจัง ช่วงที่ คสช. ขับเคลื่อนการบริหารประเทศ ได้มีมติเห็นชอบหลักการและยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่ง ปี พ.ศ. 2558-2565 โดยเห็นชอบให้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานรถไฟทางคู่ในเส้นทางรถไฟเดิม ในช่วงที่มีปัญหาการเดินรถ 6 เส้นทาง และให้ปรับสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการสร้างรถไฟทางคู่ขนาด 1.435 เมตรจำนวน 2 เส้นทาง เพื่อพัฒนาความก้าวหน้าใหม่-ให้เร่งพัฒนาโครงข่ายระบบราง-ระบบรถไฟ ให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าใหม่-เป็นไปตามนโยบายของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีวงเล็บ 2560 - 2579 และให้ขยายโครงข่ายรถไฟสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ การท่องเที่ยว และการพัฒนาพื้นที่ โดยให้มีโครงข่ายทางรถไฟครอบคลุมการพัฒนาทั่วประเทศ สอดรับกับการพัฒนายุคใหม่และความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ สังคม และการเชื่อมต่อกับทุกภูมิภาคที่สำคัญ

กระทรวงคมนาคมได้เร่งปรับปรุงมาตรฐานระบบรถไฟ-การพัฒนารถไฟ ตั้งสถาบันรางขึ้นสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร โดยมีแผนการลงทุนที่สำคัญคือการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 14 เส้นทาง ระยะทางรวม 2,500 กิโลเมตร และได้พัฒนาขยายเส้นทางเชื่อมภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันตกให้เชื่อมต่อและขยายเส้นทางต่อเชื่อมกันมากขึ้น

ส่วนที่ 2 ได้เดินหน้าก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงขนาดทางมาตรฐาน 1.435 เมตร 2 เส้นทางคือเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รองรับการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี กับเส้นทางที่จะไปเชื่อมต่อกับเส้นทางที่จีนสร้างลงมาถึง สปป.ลาว

ส่วนที่ 3 มีโครงการพัฒนาเส้นทางรถไฟสายใหม่ในแนวระเบียงเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ เช่นช่วงกาญจนบุรี – กรุงเทพฯ-อรัญประเทศ ช่วงกาญจนบุรี – กรุงเทพฯ-แหลมฉบัง ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ

รวมการพัฒนาระบบรางของรถไฟยุคใหม่นี้ทั้งหมดรวมทั้งสิ้นราว 4,000 กว่ากิโลเมตร ที่มีการประสานเทคโนโลยีจากทั้ง ญี่ปุ่น ยุโรป และจีน ซึ่งจะสร้างเชื่อมต่อกับทุกภาคของประเทศและเชื่อมภูมิภาคของประเทศเพื่อนบ้านด้วยในขณะเดียวกัน ก้าวใหม่ของรถไฟไทยวันนี้จึงเป็นก้าวกระโดดที่มุ่งสร้างประเทศ-สร้างศักยภาพการแข่งขัน ในช่วงเวลาที่ประเทศต้องเร่งสร้างความก้าวหน้า-เปลี่ยนแปลงให้เท่าทันกับโลกแวดล้อมที่กำลังปรับตัวเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในทุกวันนี้ .

โลกใบใหม่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“เมื่อโลกล้ำ.. ธรรมล้น..” ... กาลโกลาหลจึงบังเกิด!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... นับว่า วิถีโลก เข้าสู่กาลโกลาหลเต็มตัว เมื่ออำนาจเทคโนโลยียุคไอทีผลักดันสังคมเข้าสู่กระแสดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ.. จึงได้เห็น กาลโกลาหลในกระแสสังคมดิจิทัล ที่แม้แต่ ศาสนจักร ยากจะปฏิเสธ

ดร.ดวงฤทธิ์-กัปตันทีมกลุ่มคนทำงาน เลือก สก.กลุ่มเรา รับรองตรงปก อิสระจริงหรือทีมชัชชาติ?

"กลุ่มคนทำงาน กทม." ที่เป็นกลุ่มอิสระ ประกาศส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานคร (สก.) ในการเลือกตั้งท้องถิ่นสนาม สก.ที่ชิงชัยกัน 50 เก้าอี้ โดยกลุ่มคนทำงานจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันเสาร์ที่ 23 พ.ค.ที่สวนลุมพินี

'ดร.เอนก' แนะพึ่งพากันอย่างรู้แจ้ง ชี้ทางสว่าง '2 ผู้นำมหาอำนาจ'

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เขียนบทความเรื่อง "เมื่ออาเซียน ยุโรป และผองชาติอำนาจอื่นๆ ต้องร่วมแก้ปัญหาให้ พญาอินทรีและพญามังกร"

“กระแสหลงเชื่อ .. ในภาวะหลงผิด” กรณี.. ตนบุญผู้วิเศษภาคเหนือ!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏเรื่องราวฉาวโฉ่ กรณีนักทำนายทายทักที่อ้างมีสื่อวิเศษ สามารถติดต่อโลกจิตวิญญาณในมิติภพภูมิต่างๆ.. เพื่อนำข่าวสารมาบอกกล่าวให้กับคนในโลกมนุษย์ได้ โดยสามารถเข้าไปเปิดดู บัญชีวิบากกรรมของแต่ละคน ที่กระทำไว้ในอดีตชาติ เพื่อนำไปสู่ การแก้กรรม .. ตามลัทธิความเชื่อโลกอัตตสัญญา ที่ถือว่า วิญญาณเที่ยงแท้.. อันเป็น มิจฉาทิฏฐิ เข้าขั้น จิตหลงผิด (Delusional Disorder) อย่างรุนแรง

ชัชชาติ นำโด่งม้วนเดียวจบ สก.50 เขต ผลเลือกตั้ง ได้สภากทม."ส้ม-เขียว-แดง-ฟ้า"

สนามเลือกตั้งท้องถิ่น เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆก่อนถึงวันเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ที่จะเริ่มรับสมัคร 28 พ.ค.และเลือกตั้งวันที่28 มิ.ย.

บทบาท .. “นายกรัฐมนตรี” ในภาวะเสี่ยง .. ของสังคมที่ถดถอย!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เช้านี้ (๕ พ.ค.๖๙) หลังจากบิณฑบาต ได้กลับมานั่งรอหมอนำบุรุษพยาบาลมาเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าต่างๆ ที่ต้อง เฝ้าระวังความเสี่ยงในภาวะชีวิตเริ่มถดถอย... อันเนื่องจากความชราพยาธิกัดกิน ที่แสดงความเป็นจริงว่า.. ที่สุดแห่งชีวิต รูปนี้ย่อยสลายสูญสิ้น อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ..