บันทึกหน้า 4
ช็อกไปตามๆ กัน เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เผยแพร่ภาพจดหมายระบุว่า สหรัฐจะตั้งกำแพงภาษีต่างตอบแทนต่อสินค้านำเข้าจากประเทศไทยในอัตรา 36% เริ่มตั้งแต่ 1 ส.ค.2568
บันทึกหน้า 4
เฉลยออกมาแล้ว หลังพยายามเก็บงำตั้งแต่การประชุม ครม.นัดพิเศษเมื่อวันที่ 3 ก.ค. หลัง ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุว่า อำนาจรักษาราชการแทนนายกฯ ยุบสภาไม่ได้ สวนทางกับความเห็นของ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ที่บอกว่ายุบสภาได้
บันทึกหน้า 4
เริ่มต้นด้วยบันทึกเชิงกลัดกลุ้มใจ ..ประเทศไทย!!ยังไงต่อไป?!? เพราะเป็นคำถามยอดนิยมในทุกช่องโซเชียล เมื่อวันที่ “อุ๊งอิ๊ง” ต้อง “หยุดปฏิบัติหน้าที่” ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ..ตอบตรงไปตรงมา ..ก็ทนๆ กันไป เพราะการปรับ ครม.สดๆ ร้อนๆ “นอมินี” จากกลุ่มอำนาจเดิมก็ยังคงลอยหน้าลอยตาเข้ามาด้วยการจัดโครงสร้างเดิมๆ
บันทึกหน้า 4
ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา! ดันทุรังหามกันต่อไป ถึงเชิงตะกอนเมื่อไหร่ได้เผาจริง “แพทองธาร ชินวัตร” กลับเข้าทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง ในฐานะ “รมว.วัฒนธรรม” คนใหม่ หลังเข้าร่วมประชุม ครม.นัดพิเศษ ก็ดอดขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เก็บของเพิ่มเติมจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถือฤกษ์ 09.29 น. เข้ากระทรวง วธ. วันศุกร์นี้ ปิดหูปิดตาไม่สนเสียงเตือนดังลั่นทั้งประเทศ
บันทึกหน้า 4
ต้องปรบมือดังๆ ให้กับ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จริงๆ เพราะถือเป็น “นายกฯ ไทย” คนแรกและคาดว่าจะเป็นคนเดียวที่ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วมีอานิสงส์ไปถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ปิดตลาดแดนบวกได้ถึง 2 วันติดๆ กัน
บันทึกหน้า 4
โปรดเกล้าฯ ครม.แพทองธาร 1/2 โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีและควบ รมว.วัฒนธรรม นายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นรองนายกฯ ควบ รมว.มหาดไทย โยกนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็น รมว.ศึกษาธิการ
บันทึกหน้า 4
ช่วงนี้ไม่เพียงแต่เรื่องความชอบธรรมของรัฐบาลเพื่อไทย หลังเกิดวิกฤตคลิปลุง-หลาน ขณะที่แกนนำพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน ภายใต้การนำของ หน.เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
บันทึกหน้า 4
เริ่มต้นบันทึกขอกราบคารวะ 3 ที กับมวลมหาประชาชนที่พร้อมใจกันออกไประบายความรู้สึกในใจว่า “ลูกออกไป-พ่อติดคุก” ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางฝนตกชุ่มฉ่ำ แต่ก็ไม่มีใครยอมแพ้หรือล่าถอย เพราะการเงียบเท่ากับการสมรู้ร่วมคิดให้ “พ่อ-ลูก” ตระกูลชินวัตร หยามเหยียดศักดิ์ศรีความเป็นพลเมืองไทย ด้วยการอ้างอำนาจจากการเลือกตั้งและการแบ่งเค้กให้กับพรรคร่วมรัฐบาล
บันทึกหน้า 4
เสาร์นี้ 28 มิ.ย. กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน ผู้รักชาติรักแผ่นดินทั้งหลาย มีนัดสำคัญที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สถานที่สำคัญรำลึกถึงบรรพบุรุษที่ใช้เลือดเนื้อต่อสู้ป้องกันประเทศ รอบนี้แกนนำบอกว่าไม่ใช่ม็อบ แต่เป็นการรวมพลังของประชาชนชาวไทยที่รักประเทศ ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนข่มเหงและรังแกได้ง่ายๆ โดยเฉพาะผู้นำรัฐบาลชุดนี้ ที่มีพฤติกรรมหลายครั้งค้านสายตาคนไทย
บันทึกหน้า 4
แม้ “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี จะนิยามตัวเองว่าเป็น “นายกฯ เจนวาย” แต่ดูเหมือนการทำงานไม่ได้เป็นเจนวาย หรือยุคดิจิทัลแต่ประการใดเลย โดยเฉพาะ ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ที่ออกมาแถลงข่าวการประชุม เพราะเรียกว่าไม่ต่างจากยุคพิมพ์ดีดหรือยุคอะนาล็อก โดยเฉพาะประเด็นและเนื้อหาเรียกว่ามาช้ายิ่งกว่าเรือเกลือเสียอีก

