ประชาธิปัตย์“ฉบับรีแบรนด์ใหม่” “คว้ากระแส”หรือตามเงา"พรรคส้ม"
การที่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดของประเทศ กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ ทั้งจากผลการเลือกตั้งที่ถดถอย ความไม่ชัดเจนในทิศทางของพรรค และการสูญเสียบุคลากรทางการเมืองที่สำคัญ จนส่งผลให้ภาพลักษณ์ของพรรคที่เคยเป็น ‘พรรคต่อสู้กับเผด็จการ’ หรือ ‘พรรคที่ยึดมั่นในอุดมการณ์’ ได้เลือนหายไป จนอาจถูกมองว่าเป็นเพียง ‘พรรคระดับพื้นที่’ ไปเสียแล้ว
ศึกชิงอำนาจ7เสือกกต. เบื้องหลัง"ณรงค์"เฉือน"สิทธิโชติ"
“ณรงค์ กลั่นวารินทร์-กรรมการการเลือกตั้งที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ส่งชื่อไปให้วุฒิสภาชุดปัจจุบันลงมติเห็นชอบให้เข้าไปทำหน้าที่เป็น กกต. และเป็นอดีตตุลาการชั้นผู้ใหญ่ในวงการศาลยุติธรรม
‘ทรัมป์’ แยก ‘มั่นคง-การค้า’ ‘อนุทิน’ ยืนหยัด 'ชาตินิยม'
เมื่อครั้งที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ประกาศระงับ ปฏิญญาสันติภาพ บนภูมะเขือ หลังเกิดเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดจนขาขาด เป็นรายที่ 7 มีทั้งเสียงชื่นชมและเสียงวิพากษ์วิจารณ์
เปิดวิสามัญเดินหน้าแก้รธน. ปลดล็อกเงื่อนไขซักฟอกนายกฯ แต่'ธรรมนัส'ยังโดนล็อกเป้า
จากเงื่อนไขการเมืองสองข้อที่ พรรคประชาชน ซึ่งสนับสนุนให้อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่าพร้อมจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี-รัฐบาลทันทีหากอนุทินไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขสองข้อคือ
แก้วิกฤต‘ไทย-กัมพูชา’ วัดฝีมือ‘รัฐบาลหนู’จบศึก
ทุกการตัดสินใจของรัฐบาลและนายกฯ อนุทินอยู่บนความปลอดภัยของประชาชน ขณะที่รัฐบาลนายอนุทินเองก็เปรียบเสมือนรัฐบาลที่เข้ามาทำงานเพียงชั่วคราวในเวลาสั้นๆ แค่ 4 เดือน กับภาระที่ยิ่งใหญ่ และเป็นงานหินในมือที่ต้องจัดการในเวลาจำกัด
นับหนึ่ง"ปฏิบัติการทางทหาร" พลิกยุทธวิธีจาก “ป้องกัน-ได้สัดส่วน”
หลังจากเกิดเหตุทหารเหยียบระเบิดช่วงเช้าของวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา บริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเส้นทาง เป็นเหตุให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 4 นาย หนึ่งในนั้นคือ จ.ส.อ.เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ ข้อเท้าขวาขาด
‘อภิปรายไม่ไว้วางใจ’ แค่คำขู่ ป้อง ‘แก้ไขรธน.’ ล่มกลางทาง
หากใครนับวันรอเลือกตั้งรอบใหม่ ช้าที่สุดคงเหลือเวลาไม่ถึง 3 เดือนดีของรัฐบาลชุดปัจจุบัน นับแต่การแถลงนโยบายต่อรัฐสภากว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะเวียนไปบรรจบกับวันที่ 31 มกราคม ปี 2569 ตามข้อตกลง MOA ที่ได้ทำไว้กับพรรคประชาชน และ ‘นายกฯ หนู’ ประกาศให้คำมั่นไว้
ธรรมนัส“ไม่ออก”ปักหลักชน หลังเจอแรงบีบให้ซ้ำรอยอดีตรมช.คลัง
แม้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะออกลูกแอ็กชันหลายรอบในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี-สแกมเมอร์-พนันออนไลน์ มีการประกาศให้เป็น “วาระแห่งชาติ” ผ่านการออกอาวุธต่างๆ
'สแกมเมอร์-รัฐธรรมนูญ' ต่อรองเพื่อเป้าหมายทางการเมือง
การเปิดเครือข่ายสแกมเมอร์ของพรรคประชาชนไม่ได้เกิดขึ้นช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเท่านั้น แต่มีการเปิดประเด็นและนำไปอภิปรายในสภามาพักใหญ่
“ทุ่นระเบิด-เชลยศึก”สู่โหมด“ไรดาร์” กับระเบิดเวลาเขตแดน“ได้-เสมอ-เสีย”
การดำเนินการตามถ้อยแถลงนายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชา ซึ่งได้ลงนามกันทางมาเลเซีย โดยมี “โดนัลด์ ทรัมป์” นายกรัฐมนตรีเป็นสักขีพยาน ในประเด็นร้อนเรื่องการถอนอาวุธ ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่โปร่งใส หรือมีคำถามเรื่องการปกปิด อำพรางซ่อนเร้นหรือไม่ อีกทั้งมีหลักประกันอะไรที่จะไม่มีการเคลื่อนย้ายอาวุธร้ายแรงที่เป็นภัยคุกคามกับไทยกลับมาอีก

