
การดำเนินงานภายใต้สถานการณ์โควิด-19 นั้น ในปัจจุบันอาจจะเห็นช่องทางที่ชัดเจนมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงแรกๆ ที่เกิดการแพร่ระบาด เนื่องจากคนในสังคมยังมีความหวาดกลัว รวมถึงยังรับมือไม่ถูกกับเชื้อไวรัสดังกล่าว ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักลงไป แต่ในทุกวันนี้ผ่านมาแล้วกว่า 2 ปี จึงเป็นเรื่องที่เกิดความเคยชินและมีการปรับตัวมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลายเป็นการใช้ชีวิตวิถีใหม่ที่โฟกัสมาที่การดูแลและรักษาตัวเองมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ด้านเศรษฐกิจก็มีแนวโน้มที่จะเติบโตท่ามกลางความยากลำบากนี้ได้แล้วจากการประเมินของหลายๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แม้ว่าปัจจุบันยังมีปัจจัยลบอื่นๆ เข้ามาฉุดรั้งอยู่บ้าง แต่หลายฝ่ายก็ยังมองว่ายังมีแนวโน้มที่ดูจะสดใสกว่าเดิม ซึ่งภาคการดำเนินธุรกิจเองก็เริ่มเข้าใจตลาดและความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้นจากการทำการวิเคราะห์และศึกษาผ่านเวลามาขนาดนี้ แต่เชื่อว่าแม้จะมีการปรับตัวที่เพิ่มขึ้นแล้วในกลุ่มธุรกิจก็ยังมีปัญหาและผลกระทบมาอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากไม่ใช่ทุกคนจะสามารถแบกรับต้นทุนหรือภาระที่ถาโถมเข้ามาได้ในช่วงแรก ด้วยเหตุนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม จึงได้ดำเนินมาตรการ “พร้อมสู้ อยู่ได้ ไปรอด” ภายใต้นโยบายโควิด 2.0 ช่วยเหลือผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ ยกระดับกระบวนการผลิตและเพิ่มมูลค่าสินค้า ผ่านศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งพร้อมรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ประกอบการ ด้วยเครื่องจักรกลกว่า 50 ประเภท โดยเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมในแต่ละพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง เช่น เกษตรแปรรูป อาหาร และสมุนไพร
ด้วยโครงการนี้เอง จึงน่าจะเชื่อมั่นได้ว่าจะสามารถดูแลและพยุงกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจโดยเฉพาะเอสเอ็มอี รายย่อย หรือกลุ่มไมโครเอสเอ็มอีที่น่าเป็นห่วงที่สุดให้สามารถแก้ไขปัญหาและจัดการกับผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ ตามแผนของนโยบายโควิด 2.0 จะผลักดันให้ศูนย์ ITC ทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ เร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการในการยกระดับกระบวนการผลิตและเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ให้สามารถประยุกต์ใช้กรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัย นำเทคนิคหรือองค์ความรู้ใหม่ๆ ไปสร้างความแปลกใหม่น่าสนใจให้กับสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน
ณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้กล่าวว่า ดีพร้อมได้เห็นการปรับตัวของผู้ประกอบการทั้งในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนมากผู้ประกอบการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลถือว่ามีทิศทางการผลิตสินค้า-บริการใหม่ๆ ที่สอดรับกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์ สินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าแฟชั่น ตลอดจนการเข้ามารับคำปรึกษาเพื่อเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ทอัปของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งที่อยู่ในระหว่างกระบวนการพัฒนาและที่ต่อยอดมูลค่าทางธุรกิจได้สำเร็จ
ส่วนในระดับภูมิภาค กลุ่มที่เข้ามาขอรับคำปรึกษาและพัฒนาธุรกิจจะมีทั้งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชน โดยผู้ประกอบการในภาคเหนือมักจะเป็นเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เช่น การนำใบชามาพัฒนาเป็นน้ำยาบ้วนปาก การต่อยอดผลผลิตจากการเลี้ยงผึ้ง การแปรรูปสมุนไพรต่างๆ อาทิ การนำกระชายสดมาทำการแปรรูปเป็นกระชายผงโดยการอบแห้งด้วยเครื่องอบลมร้อน และบดให้เป็นผงด้วยเครื่องบด เป็นการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์กระชายผงที่สามารถนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ ขณะเดียวกัน
ผู้ประกอบการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่อนข้างมีความเด่นชัดในเชิงการพัฒนาวัตถุดิบจากท้องถิ่น เช่น การแปรรูปแมลง หอยเชอรี่ ผลิตภัณฑ์น้ำปลาร้า การต่อยอดสินค้าจากการเลี้ยงไหม และการพัฒนากระบวนการผลิตข้าว ส่วนผู้ประกอบการในภาคใต้จะมีความคล้ายคลึงกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ เน้นพืชเศรษฐกิจท้องถิ่นเป็นหลัก เช่น การเพิ่มมูลค่าให้กับน้ำยางพารา ผลผลิตจากปาล์มน้ำมัน รวมไปถึงการ แปรรูปอาหารทะเล
และด้วยความพร้อมของศูนย์พัฒนาฯ ทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการพัฒนากระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบต่างๆ ที่ช่วยลดต้นทุน เพื่อให้สามารถทำการตลาดได้ง่ายและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ท่ามกลางสถานการณ์ยากลำบากที่อาจจะส่งผลต่อเนื่องไปในอนาคตได้แน่นอน.
ณัฐวัฒน์ หาญกล้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

