ความหวังของเศรษฐกิจ กับการเปิดประเทศอีกครั้ง

ประเทศไทยหลังจากผ่านมรสุมมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของการต่อสู้กับโรคระบาดอย่างโควิด-19 ที่ยาวนานมากว่า 3 ปี รวมถึงเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมายังเกิดความโกลาหลกับเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง คือการก่อสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่ส่งผลต่อราคาต้นทุนและวัตถุดิบต่างๆ อย่างหนัก นอกจากนี้ยังมีภาวะอัตราเงินเฟ้อของประเทศที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งถือว่าเป็นวิกฤตที่ค่อนข้างสาหัสกับเศรษฐกิจไทยเลยก็ว่าได้

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังกำลังต้องเผชิญกับวิกฤตราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น มีผลต่อราคาค่าไฟฟ้า คณะกรรมการกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้มีมติให้ปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (FT) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2565 โดยให้เรียกเก็บที่ 24.77 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บกับประชาชนเพิ่มเป็น 4.00 บาทต่อหน่วย จากเดิมเรียกเก็บที่ 3.76 บาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้น 5.82% สูงสุดเป็นประวัติการณ์

แต่เมื่อรัฐบาลได้ผลักดันมาตรการต่างๆ เพื่อมาควบคุมเหตุการณ์ไว้ได้บางส่วน และประเมินสถานการณ์แล้วว่าประเทศไทยอยู่ในจุดที่สามารถ และจำเป็นจะต้องเปิดประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาได้เหมือนเดิม จึงทำการประกาศเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ค.65 เพื่อจะสนับสนุนการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมา

ด้วยการเปิดประเทศครั้งนี้เป็นครั้งที่น่าจับตามอง เพราะหลายฝ่ายกำลังตั้งตารอ และก็มีหลายหน่วยงานออกมาการันตีว่าการเปิดประเทศครั้งนี้เป็นเรื่องที่ถูกที่ ถูกเวลา โดยเฉพาะ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เองก็ออกมากล่าวถึงความมั่นใจว่า หลังวันที่ 1 พ.ค.นี้ เศรษฐกิจปี 65 จะกลับมาดีขึ้นจากปีก่อน

โดยคาดว่าจะส่งผลให้การท่องเที่ยวของไทยทยอยฟื้นตัว ซึ่งจะส่งต่อให้ภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 65 ปรับตัวดีกว่าในปีที่ผ่านมา โดยจะเห็นชัดเจนในช่วงไตรมาส 3-4 แต่สิ่งที่กังวลคือ ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้าภาวะค่าครองชีพของประชาชนจะสูงขึ้นจากระดับราคาสินค้า ค่าพลังงานที่ปรับเพิ่ม เช่นเดียวกับต้นทุนของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นแล้วเฉลี่ยประมาณ 10%

ซึ่ง เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ SENA กล่าวว่า สถานการณ์ของต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้น มีแนวโน้มว่าผู้ประกอบการอาจจะทยอยปรับราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น โดยในส่วนของเสนาฯ อาจจะมีการปรับเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ราว 10% โดยมากน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการ ซึ่งปัจจุบันเสนาฯ ได้ออกแคมเปญต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละกลุ่มลูกค้า

ขณะที่ด้านราคาพลังงานก็เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าไฟฟ้านั้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาทุกโครงการของเสนาฯ ก็ยังเป็นแนวทางเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกบ้าน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาด 2 ปีที่ผ่านมาที่คนทำงานต้องปรับการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ โดยทำงานอยู่ที่บ้าน WFH ค่าไฟฟ้าจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่เป็นภาระค่าใช้จ่าย และที่อยู่อาศัยที่ติดตั้งโซลาร์จะช่วยบรรเทาภาระ ลดภาระค่าไฟฟ้าได้อย่างแท้จริง ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โดยในปี 2565 นี้จะมีการผลักดันการใช้โซลาร์รูฟท็อปในโครงการใหม่ของเสนาฯ ทุกโครงการ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดของปีนี้ โดยเฉพาะในโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ

เกษรามีความเห็นว่า เมื่อประเทศไทยกำลังเปิดประเทศ และโควิด-19 ก็เริ่มคลี่คลาย นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะต่างชาติก็น่าจะทยอยกลับมา แต่เราต้องยอมรับว่าการจะกลับไปยังจุดเดิมเหมือนก่อนเกิดโควิด-19 อย่าง กทม.มีต่างชาติเข้ามาเที่ยวถึง 60 ล้านคน เป็นอันดับที่ 11 ของโลก คงต้องใช้เวลา ดังนั้นเศรษฐกิจไทยก็จะค่อยๆ ฟื้นตัว แต่แน่นอนว่าจะดีกว่าช่วงที่ไม่เปิดท่องเที่ยว แต่ระหว่างที่เศรษฐกิจเรากำลังทยอยกลับมาเราก็ต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูง ต้นทุนธุรกิจที่แพงขึ้น ดังนั้นช่วง 2-3 เดือนข้างหน้าต้องกัดฟันสู้กันต่อไป

ด้วยความคิดเห็นของภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นของเสนาฯ หรือจากหน่วยงานอื่นๆ ก็มีความมั่นใจว่าประเทศไทยในปีนี้จะดีขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา จึงเป็นความหวังให้คนในสังคมว่าจะหลุดพ้นจากวิกฤตอย่างที่ผ่านมาได้ 100% นอกจากนี้ก็ต้องมาติดตามกันว่ารัฐบาลจะออกแผนงานอะไรเพิ่มเติม เพื่อมาประคองเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประเทศให้ยั่งยืนต่อไป.

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?

ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"

กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก

โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว

เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?

เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”

หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย

ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย

เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง