นโยบายต่างประเทศสหรัฐต่อจีนโดยแอนโทนี บลิงเคน

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2022 แอนโทนี บลิงเคน (Antony Blinken) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ บรรยายนโยบายต่อจีน มีสาระสำคัญดังนี้

บริบทประเทศ:

2 ปีมานี้สหรัฐต้องสู้กับโรคระบาดโควิด-19 เตรียมรับมือโรคระบาดอื่นๆ ในอนาคต ฟื้นฟูเศรษฐกิจ แก้ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน วิกฤตหนี้สิน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปรับเปลี่ยนนโยบายพลังงานที่สะอาดมั่นคงขึ้นในราคาซื้อได้ จำต้องแก้ปัญหาร่วมกัน ด้วยการส่งเสริมเทคโนโลยี ส่งเสริมการค้าที่เอื้อประโยชน์ต่อกรรมกร ขึ้นค่าแรง สร้างโอกาส ยึดมั่นสิทธิมนุษยชน ประเทศมั่นคงปลอดภัย

ภาพ: แอนโทนี บลิงเคน ขณะนำเสนอนโยบายต่างประเทศสหรัฐต่อจีน
เครดิต: https://www.facebook.com/photo/?fbid=388273589998579&set=pcb.388274346665170

ในการนี้จำต้องสร้างและปฏิรูประเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกา เฉกเช่นกฎบัตรสหประชาชาติ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน แต่ละประเทศสามารถตัดสินใจด้วยตนเอง มีอธิปไตย แก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธี เป็นหลักการที่โลกเห็นร่วมกัน

ประธานาธิบดีปูตินเป็นภัยในตอนนี้แต่จีนคือประเทศที่สหรัฐให้ความสนใจ เป็นความท้าทายระยะยาวที่ร้ายแรงที่สุด (most serious long-term challenge) ต่อระเบียบโลก

ภัยคุกคามจากจีน:

จีนเป็นประเทศเดียวที่มีทั้งความตั้งใจเปลี่ยนระเบียบโลกและมีพลังอำนาจที่จะทำ มีทั้งพลังอำนาจทางเศรษฐกิจ การทูต การทหารและเทคโนโลยี วิสัยทัศน์ของจีนอาจเปลี่ยนค่านิยมสากลที่ดำรงมาแล้ว 75 ปี ในขณะเดียวกันจีนเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจโลก เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและอีกหลายเรื่อง จึงเป็นความสัมพันธ์อันซับซ้อนของโลกวันนี้

สหรัฐไม่แสวงหาความขัดแย้งหรือสงครามเย็นใหม่ (new Cold War) แท้จริงแล้วเราพยายามหลีกเลี่ยง สหรัฐไม่ห้ามหากจีนหรือประเทศใดจะก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจ หากเศรษฐกิจเติบโตเป็น

ประโยชน์ต่อประชาชนของเขา แต่สหรัฐจะปกป้องและทำให้กฎหมายระหว่างประเทศ ข้อตกลง หลักการและสถาบันต่างๆ เข้มแข็ง ส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคง ปกป้องสิทธิส่วนบุคคล อธิปไตยของประเทศต่างๆ ให้ประเทศทั้งหลายอยู่ร่วมกันและร่วมมือกัน

ทุกวันนี้อำนาจจีนแผ่ขยายทั่วโลก มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก มีเมืองและเครือข่ายขนส่งที่เจริญทันสมัยระดับโลก เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่สุดของโลก ตั้งใจครอบงำเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมในอนาคต กองทัพจีนพัฒนาอย่างรวดเร็วและหวังแผ่กองทัพไปทั่วโลก เป็นผู้นำโลก

แต่จีนบ่อนทำลายกฎหมายระหว่างประเทศ ข้อตกลงหลักการต่างๆ พรรคคอมมิวนิสต์จีนกดทับคนจีนและแสดงความก้าวร้าวต่อภายนอกประเทศ รัฐบาลจีนตรวจสอบติดตามคนจีนอย่างกว้างขวาง อ้างสิทธิเหนือทะเลจีนใต้ทั้งๆ ที่ผิดกฎหมาย

บั่นทอนสันติภาพ ความมั่นคง เสรีภาพการเดินเรือและการค้า ส่งผลเสียต่อกรรมกรและบริษัทอเมริกันทั่วโลก การที่จีนปกป้องรัสเซียที่ทำสงครามยูเครน ขยายอิทธิพลในยุโรปสร้างความหวาดวิตกแก่ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

ด้วยเหตุผลทั้งมวลรัฐบาลสหรัฐจึงจำต้องปรับปรุงบริบทภูมิภาคให้เอื้อต่อวิสัยทัศน์เปิดกว้าง รวมระบบนานาชาติเข้าด้วยกัน ตามยุทธศาสตร์ของประธานาธิบดีไบเดน รัฐบาลจะลงทุน

โครงสร้างพื้นฐาน ลงทุนสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน นวัตกรรมและประชาธิปไตย ทำให้พันธมิตรกับหุ้นส่วนอยู่ในระเบียบ ร่วมมือกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน และแข่งกับจีนเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเรา มุ่งสู่วิสัยทัศน์ของเรา แยกเป็นนโยบายได้ดังนี้

“สหรัฐไม่แสวงหาความขัดแย้งหรือสงครามเย็นใหม่ (new Cold War) รัฐบาลสหรัฐจะสัมพันธ์กับจีนอย่างสร้างสรรค์ในทุกเรื่องที่ทำได้ โดยที่สหรัฐจะไม่ทิ้งหลักการของตน”

นโยบายสหรัฐต่อจีน:

ประการแรก ลงทุนสร้างชาติให้เข้มแข็ง

รัฐบาลมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับเรื่องสำคัญที่สุด สร้างอุตสาหกรรมสมัยใหม่อันส่งเสริมเศรษฐกิจและเทคโนโลยี สร้างเศรษฐกิจกับห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นแข่งขันได้

จีนได้ลงทุนในเทคโนโลยีสมัยใหม่มาก รัฐบาลไบเดนก็เช่นกันแต่การใช้ของเราส่งเสริมประชาธิปไตยไม่ใช่อำนาจนิยม

จำต้องเร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานเพราะสินค้าบริการขนส่งตลอดเวลา ถ้าสหรัฐไม่สร้างก็จะมีประเทศใดประเทศหนึ่งสร้าง เรื่องนี้มีผลต่อความเข้มแข็งไม่เฉพาะสหรัฐเท่านั้น มีผลต่อพันธมิตรและหุ้นส่วน จึงรอช้าไม่ได้

รัฐบาลยังต้อนรับนักศึกษาจีน ปีการศึกษาล่าสุดนักศึกษาจีนกว่าแสนคนลงทะเบียนเรียน ราว 80% เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ต้องยอมรับว่าพวกเขาเป็นประโยชน์แก่สหรัฐด้วย การเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติและความเกลียดชังไม่ช่วยสร้างชาติ ตลอดประวัติศาสตร์คนต่างด้าวช่วยสร้างชาติ คนอเมริกันเชื้อสายจีนทำคุณประโยชน์ต่อประเทศ หากใครปฏิบัติต่อคนจีนไม่ถูกไม่ควรเท่ากับทำลายจุดยืนของประเทศ

คนอเมริกันเคารพนับถือคนจีนแต่กลับพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐบาลจีนนั้นเป็นคนละเรื่อง

ประการที่ 2 ประชาธิปไตยของสหรัฐ

ประชาธิปไตยคือเสาหลักความเข้มแข็งของชาติ ในศตวรรษที่ 21 ความมั่งคั่งที่แท้อยู่ที่ประชาชนหรือทรัพยากรมนุษย์ ความสามารถที่จะให้คนปลดปล่อยศักยภาพทั้งหมดที่มี

ระบอบประชาธิปไตยให้เราอภิปราย ถกแถลง ไม่เห็นด้วย ท้าทายกันและกันแม้กระทั่งต่อผู้นำที่เราเลือก เราไม่สมบูรณ์แต่ทำอย่างดีที่สุด ระบอบประชาธิปไตยมีเพื่อสิ่งเหล่านี้

จีนคิดว่าระบอบของเขาดีกว่า มีพรรคเป็นศูนย์กลางของทั้งระบบ ไม่วุ่นวายยุ่งเหยิง รัฐบาลสหรัฐไม่ต้องการเปลี่ยนการเมืองจีน แต่จะแสดงให้เห็นว่าประชาธิปไตยสามารถเผชิญหน้าทุกความท้าทาย สร้างโอกาส ทำให้มนุษยชาติพัฒนา

ประชาธิปไตยอเมริกาทำงานร่วมกัน พันธมิตรและหุ้นส่วน สร้างอินโด-แปซิฟิกที่เปิดเสรีและเปิดกว้าง อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ทำขึ้นอย่างโปร่งใส ใช้อย่างยุติธรรม ทุกประเทศตัดสินใจได้เอง สิ่งต่างๆ เคลื่อนไหว เคลื่อนย้ายโดยเสรี

สหรัฐต้องการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี การแก้ปัญหาโลกร้อน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสุขภาพอนามัยโลก เศรษฐกิจที่ทุกคนมีส่วนร่วม หวังร่วมมือกับประเทศต่างๆ ให้มากประเทศที่สุด แก้ไขความแตกต่างด้วยสันติวิธี บนพื้นฐานเป็นรัฐอธิปไตยเท่าเทียม

สิทธิมนุษยชนเป็นอีกประเด็นที่สหรัฐจะยึดถือร่วมกับพันธมิตรและหุ้นส่วน ต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่รัฐบาลจีนทำต่อหลายพื้นที่ของตน ใช้มาตรการที่ไม่เป็นประชาธิปไตยโดยอ้างว่าเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ รัฐบาลจีนอ้างว่าเป็นเรื่องภายในประเทศ แต่ผิดเพราะละเมิดปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนที่อยู่ภายใต้กฎบัตรสหประชาชาติ

ประการที่ 3 ประเด็นสำคัญอื่นๆ

จีนมักลักลอบขโมยเทคโนโลยีของประเทศอื่น ด้วยเหตุนี้สหรัฐจะต้องปกป้องตัวเอง เช่น ควบคุมการส่งออกให้เข้มงวดขึ้นให้มั่นใจว่านวัตกรรมสำคัญจะไม่ตกอยู่ในมือคนที่ไม่ควรได้

จีนใช้นโยบายทุ่มตลาด ตัวอย่างที่เห็นชัดคือตลาดเหล็กกล้าที่ผลิตจำนวนมาก และขายถูกโดยไม่หวังกำไรเพราะได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลจีน ต้นทุนต่ำเพราะไม่คำนึงสิ่งแวดล้อม ไม่ปกป้องสิทธิคนงาน โรงงานอเมริกันจึงสู้ไม่ได้ เหล็กกล้าจีนเข้าแทนที่ในหลายประเทศ ตัวอย่างอื่นๆ เช่น แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่รถไฟฟ้า เป็นเหตุผลที่คนอเมริกันหลายล้านคนตกงาน ประเทศอื่นๆ ตกอยู่ในสภาพนี้เช่นกัน

ประเด็นไต้หวัน นโยบายสหรัฐต่อไต้หวันยังคงเหมือนเดิม ยึดถือนโยบายจีนเดียว (one China policy) ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงจุดยืนของทุกฝ่าย (ทั้งจีนกับไต้หวัน) ไม่สนับสนุนให้ไต้หวันประกาศเป็นรัฐอธิปไตย พร้อมกับสนับสนุนให้ไต้หวันมีกองทัพที่ป้องกันตนเองได้ มีสัมพันธ์ที่ไม่เป็นทางการกับไต้หวันแต่ติดต่อร่วมมือกับไต้หวันต่อไปและมากขึ้น

ประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลายปีที่ผ่านมาจีนกับสหรัฐมีจุดที่เห็นไม่ตรงกันและมีส่วนที่ไปด้วยกัน สนับสนุนกัน

โดยสรุป รัฐบาลสหรัฐจะสัมพันธ์กับจีนอย่างสร้างสรรค์ในทุกเรื่องที่ทำได้ โดยที่สหรัฐจะไม่ทิ้งหลักการของตน ไม่มีเหตุใดที่ 2 ชาติมหาอำนาจจะอยู่ร่วมกันโดยสันติไม่ได้ สามารถแบ่งปันร่วมมือเพื่อความก้าวหน้าของมนุษย์ มีสันติภาพ อยู่ดีกินดีและเสรีกว่านี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เส้นประ 9 เส้น VS ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก

ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกคือยุทธศาสตร์ปัจจุบันที่รัฐบาลสหรัฐใช้ขวางเส้นประ 9 เส้นของจีน เป็นการเผชิญหน้าระหว่าง 2 มหาอำนาจโดยตรงและกำลังทวีความรุนแรง

ซ้อมรบรอบไต้หวันยกระดับความขัดแย้งจีน-ไต้หวัน

การ “ปั่น” คนไต้หวันให้เป็นศัตรูกับจีนนั้นมีจริง เป็นภัยคุกคามที่บั่นทอนความสงบสุข การอยู่ดีกินดีในยามนี้และในอนาคต สุดท้ายจึงอยู่ที่คนไต้หวันจะรู้ทันนักการเมืองหรือไม่

มุมมองยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติญี่ปุ่น 2022

จีนที่ก้าวขึ้นมาทำให้สหรัฐกับญี่ปุ่นอยู่เฉยไม่ได้ มองว่าจีนกำลังเปลี่ยนแปลงอินโด-แปซิฟิกเพื่อตนเอง ญี่ปุ่นที่มีพลังอำนาจเป็นรอง จำต้องแสวงหาพันธมิตรและเข้าพัวพันเข้มข้นกว่าเดิม

ยุทธศาสตร์ 2 นายอำเภอประจำตะวันออกกลาง

เป็นธรรมดาที่จะมีผู้แข็งแรงกับอ่อนแอกว่า รัฐบาลสหรัฐอาศัยอิสราเอลกับซาอุฯ ที่แข็งแรงและเป็นพันธมิตรของตน ช่วยควบคุมกำกับภูมิภาคตะวันออกกลาง

ซาอุฯ กับสหรัฐผู้นำ 2 โลกในโลกใบเดียวกัน

รัฐบาลซาอุฯ กับสหรัฐมีเป้าหมายของตนเอง ขัดแย้งกันในอุดมการณ์หรือหลักยึด ยิ่งสหรัฐต้องการขยายอำนาจอิทธิพลครอบงำ ฝ่ายซาอุฯ ย่อมต้องตอบโต้ตามหลักคำสอนอิสลาม

ความภาคภูมิใจของคนอเมริกันต่อประเทศตัวเอง

สถิติความภาคภูมิใจของสหรัฐอาจไม่ดีที่สุดและแย่ลงทุกที แต่ดีกว่าหลายประเทศ ช่วยชี้วัดความพอใจของประชาชน และชี้วัดความเข้าใจต่อการเมืองและสังคมด้วย