
เป็นข่าวที่น่ายินดียิ่งที่ได้รู้ว่านายกรัฐมนตรีมีนโยบายในการพัฒนาเด็กของเราให้เป็นคนเก่ง เป็นคนดี ที่มีสุขภาพแข็งแรง (Head, Heart and Health) ในการดำเนินตามนโยบายดังกล่าวนี้ เป็นการทำงานแบบบูรณาการที่ 12 กระทรวงทำงานร่วมกัน เพื่อที่จะได้พัฒนาเยาวชนของเราให้เติบโตเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ สร้างศักยภาพในการแข่งขันให้แก่ประเทศไทยในเวทีโลก นโยบายดังกล่าวนี้เป็นการให้ความสำคัญแก่เยาวชนที่จะเติบใหญ่เป็นพลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต
เก่ง (Head) การที่คนเราจะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าสำหรับประเทศชาติ เราจะต้องเป็นคนเก่ง ดังนั้นด้วยนโยบายดังกล่าวนี้ รัฐบาลต้องให้ความสำคัญด้านการศึกษา ทั้งการให้โอกาสเยาวชนได้เรียนตามความรู้ความสามารถที่พวกเขามี โดยจะต้องสอนให้เยาวชนของเรารู้จัก “คิด” และมีความสามารถในการ “วิเคราะห์” โดยจะต้องพัฒนาเยาวชนของเราให้เป็น “คนที่มีสติปัญญาดี” เพื่อให้ดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ และจะต้องมี
“สมรรถนะสูงในการทำงาน โดยที่พวกเขาจะต้องมีทั้งความรู้ และมีปัญญาในการประยุกต์ใช้ความรู้ในการดำเนินชีวิต และการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่เป็นเลิศ พวกเขาจะต้องได้รับการฝึกฝน “ทักษะ” ในการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้เรียนมาอย่างคนที่มีปัญญา ทั้งนี้จะเป็นการขานรับเศรษฐกิจยุคใหม่ที่เป็น “เศรษฐกิจฐานความรู้” (Knowledge-based Economy) ที่ทรัพยากรมนุษย์ที่เก่งและมีทักษะในระดับเชี่ยวชาญ เป็นสิ่งที่สำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขัน
ดี (Heart) คนเราเมื่อเป็นคนเก่งแล้วจะต้องเป็นคนดีด้วย เพราะคนดีย่อมประยุกต์ใช้ความรู้กับเรื่องที่ดีๆ ความเก่งเป็นการแสดงความสามารถทางสมอง ความดีเป็นเรื่องสำนึกที่เกิดขึ้นในจิตใจของคนเรา ดังนั้นเยาวชนของเราต้องได้รับการปลูกฝังให้เป็นคนดี คือเป็นคน “จิตใจดี” มีน้ำใจ รวมทั้งเป็นคนที่ “มีจิตอาสา” พร้อมที่จะทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ต่อครอบครัว ต่อสังคม และต่อประเทศชาติด้วยการเป็นคนที่มีจิตสาธารณะ เป็นคน “มีวินัย” นั่นคือ การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่นด้วยความเคารพกฎกติกามารยาทของการอยู่ร่วมกัน และที่สำคัญจะต้องเป็นคนที่มี “คุณธรรมและจริยธรรม” หมายถึงการรู้จักการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ และเป็นคนที่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี เลือกทำสิ่งที่ดี และละเว้นการกระทำชั่ว ให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกับคนอื่นด้วยการเคารพสิทธิของคนอื่น รู้จักให้เกียรติคนอื่น
แข็งแรง (Health) เยาวชนของเรา เมื่อเป็นคนเก่งและเป็นคนดีแล้ว จะต้องเป็นคนที่สุขภาพดี ทั้ง “สุขภาพกายและสุขภาพจิต” ดังนั้นการเข้าถึงระบบสาธารณสุขขั้นพื้นฐานอย่างมีคุณภาพจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น รัฐบาลจะต้องมีความพร้อมในการจัดระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ และจะต้องมีการปลูกฝังจิตสำนึกให้เยาวชนของเรารู้จักรับผิดชอบสุขภาพของตนเอง ทั้งการออกกำลังกาย การกินตามหลักโภชนาการ และการไม่ไปอยู่ที่อโคจร ทั้งสถานที่อบายมุขและสถานที่มีปัญหาด้านสุขภาพ นอกจากจะมีสุขภาพกายที่แข็งแรงแล้ว เยาวชนจะต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น มีความสุข ไม่ว่าที่บ้าน สถานศึกษา และที่ทำงาน เพื่อให้เยาวชนมีสุขภาพจิตที่ดีจากชีวิตที่มีความสุข เมื่อเด็กๆ ดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้ดีแล้ว พวกเขาจะต้องอยู่ในสังคมที่ “ปลอดภัย” ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาอาชญากรรมที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
การที่เยาวชนของเราจะเติบโตด้วยความพร้อมของ Head, Heart และ Health ได้นั้น รัฐบาลจะต้องเป็นผู้พัฒนาสภาพแวดล้อมในการดำเนินชีวิต การเรียน และการทำงานของพวกเขา นายกรัฐมนตรีจึงให้ 12 กระทรวงร่วมมือกันทำงานแบบบูรณาการ เพื่อให้มีการพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนเก่ง คนดี คนแข็งแรง และมีความสุข ปฏิบัติการดังกล่าวนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
(1) กระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลบ้านเมืองให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อให้เยาวชนของเราได้ดำเนินชีวิตด้วยความปลอดภัย (2) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะต้องดูแลสวัสดิภาพและสวัสดิการในการดำรงชีวิตที่มีคุณภาพ เติบโตด้วยความมั่นคง (3) กระทรวงศึกษาฯ จะต้องให้ความรู้และส่งเสริมทักษะเพื่อให้เยาวชนเติบโตอย่างคนที่รู้จักใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ และประกอบอาชีพอย่างคนที่มีความรู้และทักษะ (4) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะต้องเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดแรงงานเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ (5) กระทรวงเกษตรฯ จะต้องทำให้เยาวชนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการเกษตรที่เป็นอาชีพหลักของคนไทย และทำให้ประเทศไทยไม่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนอาหาร (6) กระทรวงยุติธรรมจะต้องปลูกฝังให้เยาวชนของเรามีจิตสำนึกของการเป็นสมาชิกของสังคมประชาธิปไตยบนพื้นฐานของความเป็นนิติรัฐ (7) กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะต้องทำให้เยาวชนเห็นความสำคัญของการท่องเที่ยวที่เป็นเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจไทย พวกเขาจะต้องรู้และภูมิใจในทรัพยากรการท่องเที่ยวของประเทศ (8) กระทรวงวัฒนธรรมจะต้องปลูกฝังความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ปลูกฝังวัฒนธรรมอันดีงามที่เป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ให้เยาวชนภูมิใจในความเป็นไทยด้วยสำนึกแห่งความรักชาติ (9) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะต้องพัฒนาเยาวชนของเราให้เป็นพลเมืองของประเทศดิจิทัล ที่มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินชีวิตที่มีคุณภาพ (10) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะต้องปลูกฝังให้เยาวชนรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติบนฐานปรัชญาความยั่งยืน (11) กระทรวงแรงงานจะต้องให้ความสำคัญกับการจัดหางานให้เยาวชนที่จบการศึกษาทุกระดับ พัฒนาความสามารถของพวกเขาตามแนวทางของการ Reskill และ Upskill และ (12) ที่สำคัญที่สุดก็คือ กระทรวงสาธารณสุข ที่จะต้องดูแลให้เยาวชนของเราเติบโตด้วยสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่แข็งแรง ครบถ้วนจริงๆ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า
สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่
ความรู้-คู่-คุณธรรม
คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที
'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า
จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก
เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม
ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!
อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า
โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.
เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

