
"...ไปจำศีลมา ๘ เดือน..."
"นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร" นักโทษคดีคอร์รัปชันพูดไว้แบบนั้นหลังออกจากคุก
ฟังแล้วแอบสะดุ้งอยู่เหมือนกัน
เพราะมันตีความได้หลายทาง
อาจเป็นการพูดลอยๆ ไม่มีความหมายใดๆ ก็ได้
นึกถึงเสือเฒ่าจำศีลครับ!
...ชายสูงอายุที่มีท่าทีสงบเสงี่ยมน่านับถือ แต่เจ้ามารยามีเล่ห์เหลี่ยมมาก...
ฉะนั้นอย่าไว้วางใจเสือเฒ่าจำศีลเป็นอันขาด
ออกจากคุกครั้งนี้คาดเดายากครับว่า "นักโทษชายทักษิณ" จะกลับตัวกลับใจหรือไม่ หรือยังมีความคิดว่าตัวเองคือศูนย์กลางของพรรคเพื่อไทยอยู่
โทษจาก ๑๐ ปี เหลือ ๘ เดือน จะช่วยขัดเกลาอะไรได้บ้าง...
ยากจะหยั่งรู้จริงๆ
แต่ที่แน่ๆ คือ ภาพแรกของ "นักโทษชายทักษิณ" ในรอบ ๘ เดือน ไม่มีร่องรอยของผู้ป่วยวิกฤตติดเตียง ห่างหมอไม่ได้แม้เศษเสี้ยวนาทีเดียว
สภาพร่างกายโดยรวม อยู่ในเกณฑ์ชายชราวัยใกล้ ๘๐ ปีทั่วๆ ไป
เทียบกับการอยู่ในคุก ๘ เดือน ถือว่าดูดีทีเดียว
ออกจากคุกแล้วไงต่อ เป็นคำถามที่ถามกันมากที่สุดในตอนนี้
ถ้ารู้จักถอดบทเรียน ออกจากคุกก็จำศีลต่อในถ้ำนานเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น
เสือที่นอนนิ่งอยู่ในบ้าน ไม่น่ากลัวเท่าเสือที่กบดานเงียบเพื่อรอโจมตีเหยื่อ
หวังว่า "นักโทษชายทักษิณ" จะเลือกกินนอนเงียบๆอยู่ในบ้าน เล่นกับลูกกับหลานไปตามประสาผู้สูงอายุวัยเกษียณ
แต่ถ้าไม่...ก็ลำบากครับ
อิสรภาพที่ได้มาในช่วงการโรยราของพรรคเพื่อไทย เป็นเรื่องที่น่าจะตัดสินใจได้ง่ายๆ ว่าควรจะอยู่แบบไหน
หากจมไม่ลงงานนี้อาจต้องเดิมพันด้วยตระกูล
การที่คนเสื้อแดงเรือนพันแห่ไปรับหน้าคุก อยากให้ "นักโทษชายทักษิณ" ได้ตระหนักว่า นั่นคือภาพลวงตา
แน่นอนคนรักทักษิณยังมีอยู่ แต่สถานการณ์ของพรรคเพื่อไทยได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความยิ่งใหญ่เป็นเพียงอดีต
"จตุพร พรหมพันธุ์" คู่รักคู่แค้น คนที่สะท้อนถึงความเป็นทักษิณมากที่สุด พูดไว้น่าสนใจครับ...
"...ทักษิณ ชินวัตร ได้พักโทษ ติดกำไลอีเอ็มออกจากคุกตั้งแต่เช้า ๑๑ พ.ค.นี้ แต่มีคำถามว่า หลังจากนั้นจะวางมือการเมืองหรือไม่ ซึ่งคำตอบควรพูดให้ชัด ขณะที่คนไทยไม่มีสิทธิ์ห้ามทักษิณยุ่งการเมืองด้วย
อย่างไรก็ตาม ถ้าประกาศจะสู้ทางการเมืองต่อไป ย่อมไม่มีปัญหาอะไรเช่นกัน แต่ปัญหาที่ผ่านมาเกิดจากอ้างกลับมาไทยเพื่อเลี้ยงหลาน
แต่ยุ่งการเมืองจนเกิดความวุ่นวายตามมาอีก
ถ้าบอกว่า ล้างมือในอ่างเด็ดขาด ใช้ชีวิตสงบในวัย ๗๗ ปี ใครก็ไม่เข้าไปยุ่งกับชีวิตของบุคคลธรรมดา เพราะไม่ใช่คนสาธารณะ ถ้าเข้ามายุ่งทางการเมือง ซึ่งเป็นสิทธิ์
ฝ่ายต่อต้านก็มีสิทธิ์ต้าน
ฝ่ายสนับสนุนก็มีสิทธิ์สนับสนุนเช่นกัน
อีกทั้ง ทักษิณ ยังมีอีกสองคดีคือ คดีชั้น ๑๔ และ ม.๑๑๒ ซึ่งมีโอกาสกลับเข้าคุกได้อีก
โดยคดีชั้น ๑๔ น่ากลัวกว่าคดี ม.๑๑๒ หลายเท่าตัว และอาจจะมาเร็วด้วย ซึ่งต้องขบคิด
อีกอย่างจุดสูงสุดทางการเมืองของทักษิณ ผ่านไปแล้วและคงกู่ไม่กลับ
สิ่งสำคัญหากทักษิณ อดไม่ได้ ถ้าต้องการยุ่งการเมืองควรอยู่เบื้องหลังแล้ว ต้องอยู่เบื้องหลังให้จริง ไม่เห็นตัว เป็นคนไร้ร่องรอย ถ้าทำไม่ได้จะเกิดผลลัพธ์ตามมา และคงมีแรงกระแทกกลับเช่นกัน
การอยู่เบื้องหลังทำได้ แต่ว่าบางทีคนเราไม่ชินเหมือนกัน เพียงแต่ว่าทำใจได้หรือเปล่า ความจริงเสืออยู่มุมไหนก็เป็นเสือ ถ้ามาคำรามอยู่สี่แยกก็ไม่น่ากลัว เพราะไม่ใช่พื้นที่ (คำราม)
ดังนั้น จึงอยู่ที่วิถีทางถัดจากนี้ไป ดังนั้น ในสถานะคนผ่านคุกกันมา เห็นว่า เชือก (คดี) ยังผูกขาอยู่อย่างน้อยสองเส้น
ในทางการเมืองมองเห็นกระดานว่า ยามไหนในหนทางข้างหน้าควรพยศหรือไม่ควรพยศ
แต่พูดโดยทั่วไปแล้ว คนที่อยู่เหนือกว่าจะทำใจไม่ได้ เพราะคนที่เคยอยู่ใต้กลับมาอยู่เหนือแล้วตนเองทำใจไม่ได้
รับสภาพไม่ได้เมื่อเห็นลูกน้องไปใหญ่กว่าตัวเอง
ซึ่งความจริงควรยกย่องและสนับสนุนลูกน้อง ชีวิตก็จะมีความสุข
นอกจากนี้ คดีในส่วนทักษิณ ยังมีอีกมาก โดยเฉพาะคดีของอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวและอดีตนายกฯ ยังไม่ถูกดำเนินคดีอาญา
ดังนั้น ทุกเรื่องขณะนี้จึงไม่ง่ายเลย เพียงแต่ว่าคนเรามักลืมตัวเสมอ ยิ่งโซ่หลุดก็เอาอีกแล้ว
ความนิยมของทักษิณ ลดต่ำลงมาก โดยประเมินจากเสียงเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยที่ได้ สส.ต่ำกว่าร้อยเสียง หายไปกว่าครึ่งหนึ่งที่เคยได้รับ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะคนสิ้นสงสัย ไม่มีอะไรค้างคาใจในทางการเมืองแล้ว
ถ้าทักษิณ อยากมาสู้ทางการเมืองก็ไม่มีใครกลัวอะไรแล้ว เพราะความสำเร็จของคนคือ จุดสูงสุดทางการเมือง เมื่อมันผ่านแล้ว เรื่องที่เคยทำได้ก็กลายเป็นเรื่องยาก โดยดูจากสองอดีตนายกฯ เพื่อไทยยังควานหาความสำเร็จไม่เจอ ทั้งที่ทักษิณกลับมาอยู่ในไทยแล้ว
ความสำเร็จเกิดจากความศรัทธาและความเชื่อมั่น ถ้าสองสิ่งนี้มีปัญหาแล้ว สิ่งที่เคยสำเร็จก็จะไม่สำเร็จ คนคนเดียวเมื่อเคยทำความสำเร็จ ณ เวลาหนึ่ง แต่พอมาแล้วอีกเวลาหนึ่งก็หาความสำเร็จไม่เจอเหมือนกัน
บัดนี้ได้พิสูจน์สัจธรรมการเมืองให้เห็นอย่างชัดเจนว่า วันที่มีความสำเร็จทางการเมือง ทำอะไรก็สำเร็จไปหมด
แต่วันที่ไม่ใช่ก็ควานหาความสำเร็จไม่เจอ ทั้งที่เรื่องเหล่านั้นเคยสำเร็จมาแล้วก็ตาม...”
ครับ...ความตกต่ำของพรรคเพื่อไทย ปัจจัยหลักมาจากทักษิณ
เพราะทักษิณเป็นคนทำลาย!
หลังจำศีล ๘ เดือน "นักโทษชายทักษิณ" จะทำอะไรต่อ ก็คาดเดากันไปครับ
ที่แน่ๆ มีแค่ ๒ ทางเลือก
กบดานให้เงียบที่สุด
กับซุ่มรอโจมตีเหยื่อ
และผลของการกระทำจะต่างกันอย่างสิ้นเชิง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หมดยุค 'ทักษิณ' แล้ว
๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙ บรรยากาศดูคึกคักดี “นักโทษชายทักษิณ” ได้ออกจากคุก แต่ยังไม่พ้นโทษ คือ...ได้พักโทษ และสวมกำไล EM
ขยี้ ๔ แสนล้าน
เรื่องเงินกู้ ๔ แสนล้าน ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่พรรคฝ่ายค้านทั้งขยำและขยี้ เกรงรัฐบาลอนุทินจะทำให้ประเทศได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะหากเสียวินัยทางการคลัง เสียหายใหญ่หลวงแน่นอน
เพื่อนบ้านแซงไปหมดแล้ว!
แลนด์บริดจ์ ไม่ใช่ของใหม่ และไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้นที่พยายามสร้างมันขึ้นมา ข้างบ้านเรา มาเลเซีย กำลังทำอยู่และใกล้เสร็จแล้ว จะเปิดใช้ในเร็วๆ นี้
อย่ากู้มาโกง!
มันเป็นแบบนี้นี่เอง... ไม่แปลกใจครับที่วันก่อน สวนดุสิตโพล ยกให้ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" มีบทบาทในฐานะฝ่ายค้านโดดเด่น นำลิ่ว ชนิดที่ "หัวหน้าเท้ง" ผู้นำฝ่ายค้าน มองตาปริบๆ
ทำไมเราทำ ๒ อย่างไม่ได้
แลนด์บริดจ์ เป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องคิดให้รอบคอบว่า จะสร้าง หรือไม่สร้าง ด้วยเหตุผลอะไร
กุ๊ย
เห็นยังไม่เป็นข่าว ไม่มีการเผยแพร่ในวงกว้าง เลยเอามาฝากครับ มีเสวนาวิชาการ หัวข้อ "ปอกเปลือกจรรยามารยาทและความเป็นผู้ดีไทย" ตั้งแต่โน้นครับ...วันที่ ๒๔ เมษายน ที่ห้องประชุมริมน้ำ ชั้น ๑ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

