นายกรัฐมนตรีเสริมสร้างพลังสตรี

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี มีสตรีจากทั่วประเทศร่วมงานกันอย่างล้นหลาม และเมื่อได้ยินได้ฟังคำปราศรัยของนายกรัฐมนตรีแล้ว ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสด้วยความปลื้มปีติกับวิสัยทัศน์และทัศนคติของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของสตรีในหลายๆ ด้าน นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนพัฒนาศักยภาพสตรีอย่างรอบด้าน ยกระดับ การสร้างโอกาส การประกอบอาชีพ การมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพิ่มความมั่นคงทางรายได้ของสตรี อีกทั้งยังมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสตรีให้มีบทบาทเป็นพลังขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ

โครงการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อสร้างโอกาสด้านอาชีพให้แก่สตรี อีกทั้งยังมีแนวทางที่จะสร้างสรรค์บทบาทสตรีให้มีส่วนในการพัฒนาชุมชนสู่ความเข้มแข็ง ในการกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “พลังงานสตรีขับเคลื่อนประเทศ” มีคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และผู้เข้าร่วมโครงการฯ เข้าร่วมงาน ใจความสำคัญของการปาฐกถาของนายกรัฐมนตรีได้ชี้ให้เห็นว่า ในปัจจุบันสังคมไทยได้เปิดโอกาสให้สตรีมีบทบาทมากขึ้น ทั้งบทบาทในครอบครัว บทบาททางสังคม บทบาททางเศรษฐกิจ รวมทั้งบทบาทในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศชาติ

บทบาทของสตรีในด้านครอบครัว คือ บทบาทของความเป็นแม่ที่ต้องเป็นหลักในการเลี้ยงดูลูกๆ ให้เติบใหญ่เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศ สอดคล้องกับโครงการพัฒนาเยาวชนที่เป็นความร่วมมือกันแบบบูรณาการของ 12 กระทรวง ที่มุ่งมั่นพัฒนาเยาวชนของเราให้เป็นคนเก่ง (Head) เป็นคนดี (Heart) และมีสุขภาพที่แข็งแรง (Health) ทำหน้าที่ให้ความรักความอบอุ่น และสั่งสอนคุณธรรมจริยธรรมแก่ลูกเพื่อให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพในสังคม นอกจากความเป็นแม่แล้ว นายกรัฐมนตรียังพูดถึงสตรีที่มีบทบาทของความเป็นลูกสาวที่ต้องดูแลพ่อแม่ยามแก่ชรา

นอกจากบทบาทในครอบครัวแล้ว ผู้หญิงยังมีบทบาทสำคัญในหลากหลายวงการ ทั้งในด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ และด้านการเมือง แสดงให้เห็นว่าสังคมให้โอกาสผู้หญิงในการเข้าถึงโอกาสด้านต่างๆ ไม่แพ้ผู้ชาย เป็นการส่งเสริมความทัดเทียมทางเพศ สังคมไทยในปัจจุบันยอมรับความสามารถของผู้หญิงมากยิ่งขึ้น รัฐบาลมุ่งยกระดับและสร้างโอกาสให้ผู้หญิงมากขึ้น โดยได้กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาสตรีในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 แผนต่างๆ นี้เชื่อมโยงไปถึงการกำหนดแผนปฏิบัติการของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และโครงการต่างๆ ของสมาชิกกองทุนที่ได้ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เพื่อพัฒนาศักยภาพของสตรีให้มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาในท้องที่ของตน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในการขับเคลื่อนประเทศตามแนวทางที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ นั่นคือ “การไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เป็นการให้ความสำคัญกับชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ มีการขับเคลื่อนด้านต่างๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง โดยให้สตรีมีบทบาทสำคัญในการมีส่วนร่วมในการพัฒนา

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการให้การสนับสนุนเงินอุดหนุนแก่สมาชิกกองทุนฯ ว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของสตรีมาตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปี 2565 โดยได้มีการสนับสนุนเงินอุดหนุนให้สมาชิกร่วมกันทำโครงการไปแล้วกว่า 24,683 โครงการ และให้การสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนกว่า 65,891 โครงการ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม คณะทำงานทุกระดับทุกฝ่ายที่มีส่วนช่วยกันขับเคลื่อนในลักษณะของการรวมพลังกันทำงานแบบบูรณาการ นอกจากคณะทำงานของหน่วยงานต่างๆ ในภาครัฐแล้ว สตรีที่สมาชิกในชุมชนต่างๆ ก็ได้มีบทบาทที่ช่วยกันระดมความคิดเห็นและออกแบบโครงการที่ตรงกับความต้องการของชุมชนตนเอง จนทำให้โครงการประสบความสำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดีและเป็นที่ชื่นชมของฝ่ายต่างๆ ที่มีส่วนร่วมในการผลักดันโครงการ เป็นความสำเร็จที่สตรีมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของโครงการ

โครงการที่ประสบความสำเร็จเป็นโครงการที่เสริมสร้างความเข้มแข็งของวิสาหกิจชุมชน เป็นการพัฒนาสินค้าจากวัตถุดิบและภูมิปัญญาในชุมชน ส่งเสริมสินค้าของชุมชนที่มีทั้งการใช้วัตถุดิบ การผลิต การตลาด การขาย ที่สตรีในชุมชนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตามแนวทางการส่งเสริมของรัฐบาล ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่เห็นความสำคัญของสตรีในทุกระดับ ทั้งระดับชาติ ระดับภูมิภาค ระดับจังหวัด ไปจนถึงระดับชุมชน จากภาพความสำเร็จเหล่านี้นับเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสตรี ทำให้เห็นว่ารัฐบาลมาถูกทางแล้วที่มีโครงการที่เหมาะสมในการพัฒนาศักยภาพของสตรีให้เข้มแข็งและก้าวหน้า และโครงการนี้ก็จะยังคงเดินหน้าต่อไปด้วยความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น

โครงการส่งเสริมความเข้มแข็งของวิสาหกิจชุมชน เพื่อความเข้มแข็งของทางด้านเศรษฐกิจของชุมชน เป็นการพัฒนาแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความทันสมัย แต่ยังคงดำรงความเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น เพื่อสร้างความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ในแต่ละพื้นที่ และตรงตามความต้องการของตลาด ไปจนถึงกระบวนการผลิต การแปรรูป การขนส่ง การตลาด การจัดจำหน่าย ในกระบวนการทางด้านเศรษฐกิจ โครงการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนยังคงมุ่งเน้นที่จะรักษาศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติตามปรัชญาของการพัฒนาบนรากฐานของความยั่งยืน ทั้งหมดนี้เพื่อพัฒนาบทบาทสตรี สร้างความเข้มแข็งให้สตรีตามนโยบายของรัฐบาล.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ว่าด้วยกฎของมนุษย์และกฎแห่งธรรมชาติ

ใครที่มีโอกาสได้ดู คลิปวิดีโอ เหตุการณ์แผ่นดินไหว ธารน้ำแข็งพังทลาย เขื่อนแตก น้ำท่วม โคลนถล่ม แถวๆ อาณาเขตประเทศเนปาลและทิเบต น่าจะหนีไม่พ้นต้องเกิดอาการขนหัวลุก ขนคอตั้ง ไม่มาก-ก็น้อย โดยเฉพาะภาพที่ผู้คนนับสิบ นับร้อย ใส่ตีนผี ใส่เกียร์ห้า วิ่งหนีกันจ้าละหวั่น หวังให้รอดพ้นจากกระแสอันบ้าคลั่งของน้ำและโคลน ที่สาดซัดเข้ามากลืนกินแทบทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ต่างอะไรไปจาก ฝูงมด ที่กำลังหนีน้ำ...

ยุคทอง นรต.46

เฮ้อ...นี่แหละ "ยุทธจักรโล่เงิน" พอทุกอย่างวิน-วิน สมประโยชน์กันทุกฝ่าย อะไรที่ดูยาก อะไรที่ดูมีปัญหา ก็กลายเป็นเรื่องเค้กๆ การแต่งตั้งตำรวจระดับ "นายพล"

เปิดซองออนไลน์…เรื่องมันมีอยู่ว่า

บ้านเมืองทุกวันนี้ ข่าวสารวิ่งกันเร็วยิ่งกว่ารถส่งพัสดุเสียอีก บางเรื่องยังไม่ทันรู้ต้นสายปลายเหตุว่าใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร อีกเรื่องก็วิ่งแซงขึ้นหน้ามาแล้ว

ประเทศจะล่มจมเพราะคนไทยเป็นไทยเฉย

ในอดีตคนไทยที่บอกว่ารักชาติไม่ได้พูดแต่ปาก แต่จะช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ คนโกงถูกจับติดคุก และติดนานตามคำตัดสินของศาล เพราะถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้น จะมีคนไทยจำนวนหนึ่งที่ต้องการเห็นกระบวนการยุติธรรมของไทยมีความศักดิ์สิทธิ์

อิสราเอล...สังคมที่กำลัง'ป่วยไข้'!!!

บรรดาชาวยิวที่เข้ามา อยู่ หรือเข้ามา ยึด เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะภูเก็ต ฯลฯ ของบ้านเรา จะเป็น ยิวดี หรือ ยิวร้าย ก็คงต้องไปแยกแยะ พิจารณา กันเอาเอง แต่สำหรับใครก็ตามที่มีโอกาสได้ดู

ส่งไม้ใน 'ตท.31' คุม 'ฉก.นราธิวาส'

วันอาทิตย์ที่ 23 ส.ค. น่าจะเป็นวันหยุดที่ "นักวิ่งสีกากี" ไม่ได้พักผ่อนเหมือนวันหยุดสุดสัปดาห์ทั่วไป หลัง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้ฤกษ์งามยามดีนัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการ