โลกกำลังตกอยู่ในอันตราย ทุกประเทศต้องร่วมมือ

     นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส (António Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติ แสดงสุนทรพจน์ในงานประชุมสมัชชาสหประชาชาติประจำปี 2022 มีสาระสำคัญดังนี้

     เลขาธิการสหประชาชาติขึ้นต้นด้วยการกล่าวสรุปว่า “โลกกำลังเจอปัญหาใหญ่ นับวันยิ่งแบ่งแยก ความไม่เท่าเทียมขยายกว้าง ความท้าทายแผ่ขยายออกไป” แต่เมื่อนานาชาติมาประชุมร่วมกัน ภาพแห่งความหวังและคำมั่นสัญญาก็ปรากฏในใจ เปรียบเหมือนเรือลำใหญ่ที่จำต้องร่วมมือกันจึงจะสำเร็จ เหมือนที่เรือบรรทุกข้าวสาลียูเครนไปส่งแก่ผู้อดอยากหลายล้านคนที่แอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือ (Horn of Africa) เรือต้องแล่นผ่านพื้นที่สู้รบ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยกันนำเรือออกจากพื้นที่

ภาพ: อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติขณะกล่าวสุนทรพจน์
เครดิตภาพ: https://gadebate.un.org/en/77/secretary-general-united-nations

ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำอาหารกับปุ๋ยออกจากยูเครนและรัสเซียต่อไป บรรเทาทุกข์คนจำนวนมาก ลดแรงกดดันต่อตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เรื่องนี้ไม่ใช่การอัศจรรย์แต่มาจากการทูตหลายระดับ ที่สำคัญคือไม่ใช่ได้แค่อาหารแต่เป็น “ความหวัง” (Hope)

     เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวว่า “เราต้องการความหวัง ต้องการมากขึ้น ต้องลงมือทำ” เพื่อคลายวิกฤตอาหารโลก ขอย้ำเตือนให้ทราบว่าตอนนี้ตลาดปุ๋ยกำลังมีปัญหา ปีนี้โลกมีอาหารเพียงพอ ปัญหาอยู่ที่การกระจายสินค้า แต่หากตลาดปุ๋ยไม่เสถียรปีหน้าจะมีปัญหาอุปทานอาหารแน่นอน มีรายงานหลายชิ้นจากแอฟริกาตะวันตกและที่อื่นว่าการเพาะปลูกลดลงเพราะปุ๋ยแพงและหายาก

     ตอนนี้ยังต้องขจัดอุปสรรคที่ขวางการส่งออกปุ๋ย ธัญพืชและแอมโมเนียรัสเซีย [ใช้ผลิตปุ๋ย – ผู้เขียนบทความ] สิ่งเหล่านี้ไม่อยู่ในรายการ [ที่รัฐบาลสหรัฐกับพวก] คว่ำบาตร แต่ที่ส่งออกมีปัญหาเพราะผลที่เกิดโดยอ้อม

     อีกประเด็นสำคัญคือก๊าซแพงสัมพันธ์กับการผลิตปุ๋ยไนโตรเจน [สามารถนำก๊าซธรรมชาติไปผลิตปุ๋ยเคมี] สินค้าเหล่านี้ไม่อยู่ในรายการคว่ำบาตรเช่นกัน ถ้าไม่ลงมือแก้ไขตอนนี้โลกจะขาดแคลนปุ๋ย ในที่สุดอาหารจะไม่พอ

     เราต้องไม่อยู่กับภาพลวงตา ค่าครองชีพกำลังเข้าสู่วิกฤต (cost-of-living crisis) ความไว้เนื้อเชื่อใจป่นปี้ ความไม่เท่าเทียมแผ่กว้าง ดาวเคราะห์โลกกำลังไหม้ ประชาชนทุกข์ยาก กฎบัตรสหประชาชาติและแนวคิดที่เกี่ยวข้องตกอยู่ในอันตราย หน้าที่ของเราคือต้องลงมือแก้ แต่ติดเงื่อนปมที่แก้ไม่ได้จากระบบ ประชาคมโลกยังไม่พร้อมหรือไม่ยินดีจัดการปัญหาใหญ่

     วิกฤตเหล่านี้คุกคามอนาคตมนุษยชาติและทุกชีวิตบนโลกนี้ การสู้รบในยูเครน ความขัดแย้งในหลายพื้นที่ทั่วโลก ภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ (climate emergency) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ สถานการณ์การเงินที่เลวร้ายในหมู่ประเทศกำลังพัฒนา เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ที่ไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จ เทคโนโลยีหรือความก้าวหน้าบางอย่างที่มีโอกาสเป็นอันตราย เช่น Neurotechnology Cryptocurrencies

     สื่อโซเชียลมีเดียบางแพลตฟอร์มที่ทำกำไรจากความก้าวร้าวรุนแรง นำความเสียหายแก่สังคม เป็นแหล่งแห่งความจงเกลียดจงชัง Hate speech ปล่อยข้อมูลบิดเบือน มุ่งเอาประโยชน์จากผู้หญิงและคนบางกลุ่ม เรื่องทำนองนี้กำลังขยายตัว

     ข้อมูลส่วนตัวของเราถูกนำไปขาย มี spyware ที่แอบสอดส่องพวกเราจำนวนมากและคุมไม่ได้ ความเป็นส่วนตัวจึงไม่เหลือ ปัญญาประดิษฐ์ลดทอนความซื่อสัตย์ของระบบข้อมูล ลดทอนความน่าเชื่อถือของสื่อและบั่นทอนประชาธิปไตย Quantum computing อาจทำลายความมั่นคงทางไซเบอร์และทำลายอีกหลายระบบ ณ ตอนนี้โลกยังไม่มีระบบที่จะจัดการกับสิ่งเหล่านี้เลย

     โลกกำลังถูกแบ่งแยกทางภูมิศาสตร์การเมือง บั่นทอนคณะมนตรีความมั่นคง บั่นทอนกฎหมายระหว่างประเทศและความร่วมมือนานาชาติ เราจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไม่ได้ ไม่มีใครหรือกลุ่มใดสามารถตัดสินชี้ขาด ปัญหาท้าทายเรื่องใหญ่ๆ ต้องร่วมกันแก้ไขด้วยความเต็มใจ ทุกประเทศจำต้องร่วมมือกัน

     ด้านแรกที่ต้องร่วมมือคือให้อยู่อย่างสันติ การรบที่ยูเครนทำให้หลายล้านคนต้องอพยพออกจากประเทศ นับพันล้านคนทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสมรภูมินี้ เราเห็นอันตรายของการแบ่งแยกระหว่างกลุ่มชาติตะวันตกกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา จำต้องรักษาสันติภาพตามกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ

     เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวว่าแท้จริงแล้ววิกฤตมนุษยชาติรุนแรงและขยายตัวแต่มักไม่เป็นที่สนใจ ปีนี้เงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโลก (Global Humanitarian Appeal) ขาดถึง 32,000 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ บางประเทศเกิดเหตุวุ่นวายหนัก เศรษฐกิจอัฟกานิสถานเสื่อมทราม คนแอฟกันกว่าครึ่งแทบไม่มีจะกิน สิทธิสตรีกับเด็กหญิงถูกเหยียบย่ำ กองกำลังติดอาวุธแถบตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกกำลังทำร้ายประชาชน กลุ่มแก๊งที่เฮติ (Haiti) ทำลายเมืองทุกพื้นที่ ลิเบียกับอิรักยังไม่สงบ ความขัดแย้งอิสราเอลกับปาเลสไตน์ดำเนินต่อไป สิทธิมนุษยชนและสภาพสังคมเมียนมาเลวร้ายลง ฯลฯ อย่างไรก็ตามสถานการณ์บางประเทศดีขึ้น เช่น เยเมน โคลอมเบีย

     ต้องสร้างกลไกพูดคุยเพื่อรักษาเยียวยาการแบ่งแยก ใช้การทูตทุกช่องทางเพื่อแก้ข้อพิพาทด้วยสันติ ส่งเสริมบทบาทผู้นำสตรี เน้นการป้องกันมากกว่าแก้ปลายเหตุ

     วิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นอีกประเด็นสำคัญ รัฐบาลทุกประเทศหลายองค์กรต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ภายในปี 2030 ต้องลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 45% และหวังว่าจะเหลือศูนย์ในภายปี 2050 โลกกำลังรับผลกระทบ เช่น ยุโรปเจอคลื่นความร้อนจัด แผ่นดินจีนแห้งแล้งเป็นวงกว้าง การกันดารอาหารในแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ร้อนที่สุดในฤดูร้อนอาจเป็นวันที่หนาวสุดขีดในอนาคต สภาพภูมิอากาศปั่นป่วนรุนแรงที่นานปีจะพบสักครั้งอาจกลายเกิดทุกปี ที่น่าคิดคือ 80% ของก๊าซเรือนกระจกมาจากประเทศกลุ่ม G20 แต่ประเทศยากจนที่สุดปล่อยก๊าซน้อยที่สุดกลับเป็นผู้รับผลกระทบรุนแรงสุด

     ในขณะนี้อุตสาหกรรมพลังงานฟอสซิลยังได้รับเงินอุดหนุนปีละหลายแสนล้านดอลลาร์ จำต้องเข้าแทรกแซงหากโลกยังชอบใช้พลังงานฟอสซิล ต้องให้บริษัทเชื้อเพลิงพวกนี้รับผิดชอบ รวมทั้งธนาคาร private equity ผู้จัดการหลักทรัพย์ สถาบันการเงินอื่นๆ ที่ยังคงลงทุนและสร้างมลภาวะ ต้องแก้ความเข้าใจผิด ข้อมูลผิดๆ เหมือนอุตสาหกรรมยาสูบในหลายทศวรรษก่อนที่ทำให้สังคมรับข้อมูลไม่ตรงความจริง คนสร้างมลภาวะต้องจ่ายเงินแก้ไขมลภาวะ เริ่มจากบริษัทกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง เงินที่ได้แบ่งเป็น 2 ส่วน กระจายให้กับผู้รับผลกระทบกับคนที่อดอยากยากจนเพราะราคาอาหารกับพลังงานที่ถีบตัวสูง

     รัฐบาลทั่วโลกจำต้องยกระดับเป้าหมายแก้ภาวะโลกร้อนให้สูงกว่าที่เป็นอยู่ ลงทุนเพื่อการแก้ปัญหามุ่งสู่เศรษฐกิจที่เติบโตยั่งยืน ต้องทำ 3 ข้อ 1) ส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) อันจะเพิ่มการจ้างงาน 3 เท่า ต้นทุนปัจจุบันถูกกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ราคาไม่ปรวนแปร ประเทศพัฒนาแล้วช่วยประเทศกำลังพัฒนาให้หันมาใช้พลังงานหมุนเวียน 2) ช่วยเหลือประเทศต่างๆ ปรับตัวเพื่อเผชิญปัญหาการเปลี่ยนภูมิอากาศ ลงทุนพัฒนาประเทศจนถึงให้การอพยพเคลื่อนย้ายถิ่นเป็นระบบระเบียบ 3) รายงานความสูญเสียจากภัยธรรมชาติ

     วิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังซ้ำเติมอากาศแปรปรวน 94 ประเทศครอบคลุมประชากร 1,600 ล้านคนต้องเผชิญมหันตภัย คือ เผชิญภัยจากเศรษฐกิจสังคมอันเนื่องจากโรคระบาด อาหารกับพลังงานแพงลิบลิ่ว ทั้งๆ ที่ติดหนี้สินมากอยู่แล้ว เงินเฟ้อรุนแรง ไม่อาจเข้าถึงแหล่งทุน [ก่อนหน้าโรคระบาดโควิด-19 เศรษฐกิจหลายประเทศอ่อนแออยู่แล้ว โรคระบาดและปัญหาเงินเฟ้อในขณะนี้ซ้ำเติมให้สถานการณ์เลวร้ายกว่าเดิม] หลายประเทศถึงขั้นสังคมวุ่นวาย เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนส่อแววล้มเหลว แผนช่วยเหลือคนยากไร้คนหิวโหยและช่วยเหลือการศึกษากำลังจะพัง คนยากจนเพิ่มมากขึ้น คนหิวโหย อดอยากเพิ่มมากขึ้น ดูแลรักษาสุขภาพน้อยลง การศึกษาลดลง ความไม่เท่าเทียมทางเพศขยายตัวเพราะยากความจน

     โดยรวมแล้วประเทศกำลังพัฒนากำลังโดนเล่นงานทุกด้าน ในตอนนี้กลุ่มประเทศ G20 ต้องเร่งสนับสนุน “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ภาคสถาบันการเงินต้องให้ความช่วยเหลือ ลดข้อกำจัดการกู้ยืม ที่ผ่านมาหลายประเทศไม่สามารถกู้ยืมเพราะเหตุนี้ ต้องปรับโครงสร้างหนี้ (debt relief) ที่หลายคนไม่เพียงจมน้ำแต่จมอยู่ในหนี้สินด้วย ต้องเพิ่มสภาพคล่อง รัฐบาลทุกประเทศเร่งส่งเสริมกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund)

     ท้ายที่สุด ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเงินโลกที่สร้างโดยประเทศที่ร่ำรวย และเป็นผู้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากระบบการเงินโลก ต้นเหตุความไม่เท่าเทียม นับวันประเทศพัฒนากับกำลังพัฒนาจะแตกต่างมากขึ้น ไม่ไว้วางใจต่อกัน ไม่อยากร่วมมือกัน จำต้องแสวงหาทางออกร่วมกัน บนพื้นฐานความปรารถนาดี ร่วมมือกันภายใต้สหประชาชาติ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนเยอรมันไม่วางใจรัฐแก้ปัญหาโลกร้อน

สุดท้ายสังคมต้องตอบคำถามว่า “จะขับเคลื่อนการกอบกู้โลกอย่างไร โดยไม่สร้างภาระจนประชาชนล้มละลาย” หรือ “จะรักษ์โลกอย่างไรที่จะไม่อดตายเสียก่อน”

สิ่งแอบแฝงที่มาพร้อมกับภาษีทรัมป์2.0 (2)

สิ่งแอบแฝงที่มาพร้อมกับภาษีทรัมป์นับวันชัดเจนขึ้น มีข้อมูลมากขึ้น การขาดดุลการค้าเป็นแค่ตัวจุดประเด็นให้ทรัมป์ 2.0 ใช้เป็นข้ออ้างเรียกร้องสิ่งต่างๆ ที่มากกว่าแก้ขาดดุลการค้า

รองนายกฯ แนะคนไทยรู้เท่าทันสถานการณ์โลก รับมือปิดช่องแคบฮอมุส ปฏิบัติการรอบสามตะวันออกกลาง

รองนายกฯปกรณ์ ชี้การเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์ เราต้องรู้เท่าทันและตระหนักถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย จะได้รับมือกับสถานการณ์ที่ไม่เหมือนเดิมได้

พันธมิตรนาโตจะพังเพราะสงครามอิหร่านหรือไม่

ทรัมป์ 2.0 ตำหนิหลายเรื่องที่สมาชิกไม่ทำตามใจสหรัฐ แต่ไม่เน้นเรื่องถอนตัวจากนาโต แสดงว่าทรัมป์เปลี่ยนท่าที ฝั่งยุโรปเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น