ตรวจสอบสัมพันธ์จีน-รัสเซียผ่านศึกยูเครน

     กลางเดือนกันยายน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบปะปูตินในงานประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) พูดบางประเด็นสะท้อนความสัมพันธ์ทวิภาคีล่าสุด สำนักข่าวบางแห่งนำเสนอว่าผู้นำจีนแสดงท่าที “สมดุล” (balanced) ไม่เอียงข้างต่อสถานการณ์ยูเครนจนหลายคนแปลกใจ บทความนี้ประมวลถ้อยคำ 2 ผู้นำพร้อมการวิเคราะห์ ดังนี้

จีนร่วมปกป้องผลประโยชน์หลักของรัสเซีย:

     รัฐบาลจีนแถลงยืนยัน “สนับสนุนอย่างแข็งแกร่ง” (strong support) ต่อผลประโยชน์หลักของรัสเซีย

ภาพ: ภาพล่าสุดของ 2 ผู้นำ สี จิ้นผิง กับปูติน
เครดิตภาพ: https://tass.com/politics/1508073

     เมื่อเอ่ยถึงผลประโยชน์หลัก (core interests) จะหมายถึงผลประโยชน์แห่งชาติที่สำคัญ อาทิ อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน เรื่องที่กระทบความมั่นคงแห่งชาติอย่างรุนแรง รัฐบาลปูตินกล่าวย้ำเรื่องยูเครนหลายปีแล้วว่าห้ามยูเครนเป็นสมาชิกนาโต ถือเป็นเส้นต้องห้าม (red line) การที่กองทัพรัสเซียบุกยูเครนก็ด้วยเหตุผลยูเครนละเมิดเส้นต้องห้ามดังกล่าว สามารถตีความว่าจีนสนับสนุนรัสเซียเรื่องนี้ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจีนจะเห็นด้วยกับรัสเซียทุกอย่าง

     Yang Jin จาก Chinese Academy of Social Sciences อธิบายว่า เรื่องที่จีนระวังตัวคือไม่ให้ชาติตะวันตกผูกโยงจีนกับรัสเซียเป็นกลุ่มการเมืองการทหารแล้วสร้างความขัดแย้งระหว่างขั้ว รัฐบาลจีนดำเนินนโยบายเป็นอิสระ แม้จีนเป็นมิตรกับรัสเซียแต่ไม่ใช่พันธมิตร ป้องกันการต่อสู้ระหว่าง 2 ขั้วแบบยุคสงครามเย็น สอดคล้องกับนโยบายแม่บทสร้างโลกพหุภาคีต่อต้านเอกภาคี (unipolar world) ของสหรัฐ จีนหวังค้าขายกับชาติตะวันตก ร่วมมือทางวัฒนธรรม รวมทั้งด้านอื่นๆ สรุปคือจีนร่วมมือกับรัสเซียและชาติตะวันตกพร้อมกัน ส่วนความคิดต่างเป็นเรื่องปกติ พยายามแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี

     9 ปีความริเริ่มแถบและเส้นทาง (BRI) หลายสิบประเทศร่วมลงทุนกับจีนถึง 230,000 ล้านดอลลาร์ ยอดค้าขายกับจีน 11 ล้านล้านดอลลาร์ เชื่อม 3 ทวีป 149 ประเทศ มีมากกว่า 200 ข้อตกลง ตลอด 9 ปีรัฐบาลสหรัฐพยายามชี้ข้อเสียของ BRI ซึ่งมีโครงการที่ล้มเหลว โครงการที่ไม่เกิดผลดี แต่โดยรวมแล้ว BRI สร้างผลประโยชน์มหาศาล ผลงาน 9 ปีเป็นหลักฐานชัดว่าแม้แต่ยุโรปยังร่วมค้าร่วมลงทุนกับจีน เป็นหนึ่งในเรื่องที่รัฐบาลสหรัฐกลัวมากที่สุด

     ยอดนำเข้าส่งออกเป็นหลักฐานที่ดี เดือนมิถุนายนจีนส่งออกรวม 331,200 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17.9% นำเข้า 233,300 ล้านดอลลาร์ จีนเกินดุล 97,900 ล้านดอลลาร์ ทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง เฉพาะอเมริกา จีนส่งสินค้าขายอเมริกาเพิ่ม 19.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน รวมมูลค่า 56,000 ล้านดอลลาร์ นำเข้าสินค้าอเมริกาเพิ่ม 1.7% มูลค่า 14,600 ล้านดอลลาร์ จีนเป็นฝ่ายเกินดุลอเมริกาถึง 41,400 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 26% ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร เผชิญปัญหาร้ายแรงอย่างโควิด-19 ถูกกีดกันการค้า ปัญหาซัพพลายเชน เรือขนส่งไม่พอ สินค้าจีนยังคงส่งออกมากขึ้นทุกที อีกไม่กี่ปีข้างหน้าเศรษฐกิจจีนจะโตเป็นอันดับหนึ่งของโลก

     เป้าหมายของจีนคือเร่งพัฒนาประเทศ ทำมาค้าขายกับทุกชาติ ให้ทุกคนมีงานทำ สร้างการอยู่ดีกินดีถ้วนหน้า ดำเนินชีวิตเป็นปกติสุข แต่หากเกิดสงครามย่อมกระเทือนการค้าการลงทุน กระทบชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

     Yang Jin อธิบายว่า ความสัมพันธ์ทวิภาคีกับรัสเซียเป็นผลของพัฒนาการมาอย่างยาวนาน ไม่ใช่แค่เรื่องยูเครนเท่านั้น การค้าทวิภาคีปีที่แล้วมีมูลค่า 140,000 ล้านและปีนี้น่าจะไปถึง 200,000 ล้านดอลลาร์

     ด้านประธานาธิบดีปูตินย้ำเสมอว่าความสัมพันธ์กับจีนยึดหลักเท่าเทียมและผลประโยชน์ร่วม เคารพอธิปไตยอีกฝ่าย ไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน ประณามรัฐบาลสหรัฐที่ยั่วยุจีนในกรณีไต้หวัน ประธานาธิบดีสีกล่าวชื่นชม ย้ำว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน ห้ามไต้หวันประกาศแบ่งแยกประเทศเป็นอิสระ ทั้งจีนกับรัสเซียเห็นตรงกันในประเด็นดังกล่าว

     เห็นชัดว่ารัฐบาลจีนเข้ากับรัสเซียได้ดีกว่ารัฐบาลสหรัฐ

แสดงบทบาทโลกร่วมกัน:

     ปูตินย้ำว่าทั้งรัสเซียกับจีนต่างมีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพโลกและภูมิภาค สร้างโลกพหุภาคีที่เป็นประชาธิปไตย มีความยุติธรรมบนกฎหมายระหว่างประเทศ มีสหประชาชาติมีศูนย์กลาง

     ด้านประธานาธิบดีสีกล่าวว่า จีนปรารถนาทำงานร่วมกับรัสเซียเพื่อแสดงความรับผิดชอบในฐานะประเทศหลัก (major country) จีนแสดงบทบาทมหาอำนาจ มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพในห้วงเวลาที่ปั่นป่วน ขอให้รัสเซียร่วมเสริมสร้างความเข้มแข็งของ SCO กับ BRICS องค์กรระหว่างประเทศต่างๆ

     จะเห็นว่าแม้จีนพูดว่าไม่ต้องการสร้างขั้วแต่การจับกลุ่มในกรอบต่างๆ สะท้อนว่ามีกลุ่มของใครกลุ่มของมันอยู่ในตัว

ซื้อขายพลังงาน ความสัมพันธ์ที่มากกว่าคำพูดหลายรูปแบบ:

     ก่อนกองทัพรัสเซียบุกยูเครน นาโตประกาศย้ำว่าจะเป็นการปะทะโดยตรงระหว่างกองทัพยูเครนกับรัสเซียเท่านั้น สิ่งที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกทำคือคว่ำบาตรพลังงานรัสเซีย การทำธุรกรรมด้วยเงินรูเบิล ส่งอาวุธเครื่องกระสุนช่วยยูเครน ต่อมารัฐบาลสหรัฐกับพวกออกมาตรการใหม่คือกดราคาน้ำมันรัสเซีย อ้างว่าเพื่อรัสเซียจะไม่นำกำไรไปใช้ทำสงคราม ชาติสมาชิกอียูเห็นด้วยเดินหน้ากดราคาพลังงานรัสเซียแม้ราคาพลังงานเชื้อเพลิงสูงขึ้นมาก ราคาก๊าซบางประเทศสูงขึ้นหลายเท่าตัว ประชาชนเริ่มประท้วงไม่พอใจรัฐบาล เห็นว่ารัฐบาลดำเนินนโยบายผิดพลาดไม่ควรคว่ำบาตรพลังงานรัสเซียซึ่งเป็นการทำร้ายประชาชนตัวเอง ด้านปูตินย้ำถ้าไม่ซื้อราคาปกติก็ไม่ต้องซื้อ

     ในกรอบ 6-7 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลจีนไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์การบุกยูเครน ทั้งยังนำเข้าเชื้อเพลิงรัสเซียเพิ่มขึ้นมาก ข้อนี้อาจตีความว่าจีนเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากสถานการณ์ อาจซื้อในราคาพิเศษ

     ครึ่งปีแรกจีนนำเข้าพลังงานรัสเซียเพิ่ม 74% เฉพาะเดือนสิงหา.จีนนำเข้าพลังงานรัสเซียถึง 8,300 ล้านดอลลาร์ (เพิ่ม 68% เมื่อเทียบกับปีก่อน) เป็นสถิติสูงสุด นำเข้าทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน เฉพาะครึ่งปีแรกจีนนำเข้าเกือบ 44,000 ล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้น 74% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้ตัวเลขนำเข้าเหล่านี้ยังไม่รวมที่ส่งผ่านท่อส่งที่จีนไม่เปิดเผยข้อมูล

     ด้านอินเดียที่แต่เดิมไม่เคยนำเข้าน้ำมันรัสเซีย ตอนนี้กลายเป็นพ่อค้าคนกลางให้รัสเซีย แน่นอนว่าอินเดียได้กำไรในฐานะพ่อค้าคนกลางไม่มากก็น้อย พลังงานเชื้อเพลิงเป็นผลประโยชน์ที่จับต้องได้ทันที มารีน เลอเปน (Marie Le Pen) หัวหน้าพรรค National Rally แกนนำฝ่ายค้านฝรั่งเศสถึงกับพูดว่า มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียไม่ได้ผลเลย (“completely inefficient”) ทำให้รัสเซียรวยกว่าเดิม ฝรั่งเศสต่างหากที่ได้รับผลกระทบมากกว่าที่รัสเซียเผชิญ ตอนนี้ฝรั่งเศสต้องไปซื้อน้ำมันจากอินเดียที่ประเทศนี้นำเข้าจากรัสเซียอีกทอด

     12 กันยายน สื่อ Financial Times รายงาน อินโดนีเซียกำลังพิจารณาซื้อน้ำมันรัสเซีย โดยรัสเซียจะขายในราคาต่ำกว่าตลาด 30% ก่อนหน้านี้อินโดฯ ไม่ได้นำเข้าน้ำมันรัสเซียเลย รัฐบาลอินโดฯ อธิบายว่ามองหาน้ำมันจากทุกประเทศ มองบริบทรอบด้าน

     Centre for Research on Energy and Clean Air สรุปว่า 6 เดือนสงครามยูเครน รัสเซียส่งออกพลังงานมูลค่า 158,000 ล้านดอลลาร์ ตอนนี้รัสเซียขายได้เงินมากกว่าเก่าแม้ปริมาณส่งออกลดลง เพราะราคาขยับขึ้นสูง เป็นข้อสรุปว่ามาตรการที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกใช้ไม่ได้ผล มีแต่ทำให้ประชาชนทั่วโลกยากลำบาก สินค้าขึ้นราคา แพงทั้งแผ่นดิน

     นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส (António Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติแสดงสุนทรพจน์ในงานประชุมสมัชชาสหประชาชาติประจำปี 2022 ว่า การรบที่ยูเครนทำให้หลายล้านคนต้องอพยพออกจากประเทศ นับพันล้านคนทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสมรภูมินี้

     รวมความแล้วมาตรการคว่ำบาตรพลังงานรัสเซียไม่ได้ผล แต่ประสบผลสำเร็จในแง่รัฐบาลสหรัฐจัดระเบียบพลังงานโลก พวกเดียวกันซื้อใช้ของพวกเดียวกัน ส่งเสริมการควบคุมกันเอง พร้อมกับความทุกข์ยากของคนนับพันล้านทั่วโลกไม่เว้นพลเมืองอเมริกัน

     เรื่องน่าสนใจคือ ในขณะที่หลายประเทศซื้อพลังงานรัสเซียในราคามิตรภาพ สหรัฐที่เป็นพันธมิตรนาโตกับอียูขายก๊าซธรรมชาติแก่อียูในราคาแพงกว่าก๊าซรัสเซียเป็นเท่าตัว เรื่องนี้สะท้อนรูปแบบความสัมพันธ์เช่นกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Global Risk Report 2023:มหันตภัยโลก

ความเป็นไปของธรรมชาติสัมพันธ์กับความมั่นคงแห่งชาติ การหยุดโลกร้อนกับการอยู่เย็นเป็นสุขเป็นเรื่องเดียวกัน

Oxfam: ทางรอดของอภิมหาเศรษฐี

หากไม่แก้ความเหลื่อมล้ำจะนำสู่หายนะทางเศรษฐกิจสังคม ร้ายแรงที่สุดคือล้มล้างการทางเมือง ทางออกที่ควรจะเป็นคือเก็บภาษีพวกเศรษฐีพันล้าน ไม่ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ฯลฯ

'มาร์กอส จูเนียร์'ฟื้นสัมพันธ์ฟิลิปปินส์-จีน

สัมพันธ์ฟิลิปปินส์-จีนภายใต้รัฐบาลชุดนี้จะเป็นไปด้วยดีแต่ไม่ทิ้งสหรัฐ เพียงแต่รัฐบาลสหรัฐไม่อาจแทรกแซงข้อพิพาททะเลจีนใต้โดยยืมมือมาร์กอส จูเนียร์

รัฐบาลเนทันยาฮูล่าสุดกับประเด็นอ่อนไหว

เนทันยาฮูเป็นนายกฯ มาแล้วหลายสมัย แต่รอบนี้แตกต่างเพราะพรรคร่วมเป็นขวาจัด ส่อแววขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และดูเหมือนว่ารัฐบาลชุดใหม่วางแผนล่วงหน้า

สัมพันธ์จีน-ซาอุฯหน้าใหม่สู่โลกพหุภาคี

จีนไม่ใช่ผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่แต่กำลังเข้าไปมีส่วนร่วมกิจการด้านพลังงานของซาอุฯ โดยที่รัฐบาลซาอุฯ เปิดทางให้อุตสาหกรรมพลังงาน ซาอุฯ จึงร่วมมือกับชาติตะวันตกและจีนพร้อมกัน