จัดทัพกำชับนโยบายอุตสาหกรรม

จากการดำเนินงานของกระทรวงอุตสาหกรรม ผ่านมาหลายเดือนก็เริ่มเห็นนโยบายที่ชัดเจนขึ้น และการบูรณาการการทำงานของหลายๆ หน่วยงานไปพร้อมๆ กัน จากสิ่งแรกที่เห็นคือการปรับปรุงนโยบายของกระทรวงภายใต้คำว่า MIND “ใช้หัวและใจ” ทำงาน โดยแบ่งเป็น 4 มิติ ได้แก่

คือ 1.ความสำเร็จทางธุรกิจ การปรับธุรกิจให้เหมาะสมกับโลกอนาคต 2.การดูแลสังคมโดยรอบโรงงานอุตสาหกรรมทั้งยามปกติและเมื่อเกิดวิกฤต 3.การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์ไทยและประชาคมโลก และ 4.การกระจายรายได้ให้แก่ประชาชน และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เน้นสร้างงาน สร้างอาชีพ และกระตุ้นผู้ประกอบการให้ดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมทำงานร่วมกับชุมชนและเครือข่าย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ประชาชนในพื้นที่อย่างจริงจัง  

จากแนวความคิดการรีแบรนด์ของกระทรวงอุตสาหกรรมสู่ MIND ด้วยเหตุนี้เองจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน อย่างที่กล่าวไปว่าเริ่มเห็นการบูรณาการจากหน่วยงานต่างๆ แล้ว แต่หน่วยงานหลักภายใต้การดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม อย่างสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) ก็จำเป็นต้องยึดหลักนโยบายนี้และเดินไปพร้อมกันด้วย 

ล่าสุดจึงเห็นว่าท่านปลัด “ณัฐพล รังสิตพล” ก็ได้จัดทัพเดินสายกำชับให้มีการตรวจติดตามราชการในพื้นที่สำนักอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) ทั่วประเทศ เพื่อถ่ายทอดและเน้นย้ำนโยบาย MIND ที่ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมให้ไว้เป็นแนวการทำงานของทุกหน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนแผนงานปี 2566 โดยการย้ำให้ทุกโรงงานในพื้นที่ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การทำงาน มุ่งสู่ความสำเร็จทั้ง 4 มิติ ตามนโยบายของกระทรวง ทั้งในด้านผลิตภาพและการดูแลสิ่งแวดล้อม ใส่ใจชุมชนและร่วมพัฒนาอาชีพ กระจายรายได้ให้ชุมชนโดยรอบโรงงาน

โดย “วิษณุ ทับเที่ยง” หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เปิดเผยว่า สำหรับในการตรวจติดตามราชการปกติ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ให้ข้อเสนอแนะการตรวจราชการ ดังนี้ 1.เน้นย้ำการตรวจกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรม โดยการเร่งรัดการตรวจ กำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมที่มีน้ำเสีย มลพิษทางอากาศ และโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงจะเกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการประกอบกิจการให้ปฏิบัติตามกฎหมาย  

2.ให้เตรียมสำรวจและคัดเลือกสถานประกอบการเป้าหมาย เพื่อกรอกข้อมูลลงในระบบ I-Single Form พร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่ให้ศึกษาการใช้งานระบบ I-Single Form ให้มีความชำนาญ พร้อมสำหรับการเป็นที่ปรึกษาให้ความรู้การใช้งานระบบต่อสถานประกอบการในพื้นที่ 3.การรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว (GI) เน้นย้ำให้เร่งประชาสัมพันธ์ชี้แจงความสำคัญของการเข้าร่วมโครงการ พร้อมเชิญชวนสมัครเข้าร่วมโครงการ เตรียมยกระดับการขอรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวให้ผู้ประกอบการต่อไป 

4.คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ OPOAI-C โดยมุ่งเน้นส่งเสริมกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการโรงงาน หรือสุ่มเสี่ยงได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการโรงงาน เพื่อลดผลกระทบจากเรื่องร้องเรียนและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อโรงงานอุตสาหกรรม 5.ประชาสัมพันธ์และคัดเลือก เสนอรายชื่อโรงงานในพื้นที่ที่มีการประกอบการที่ดี เป็นแบบอย่าง มีการดำเนินงานครบ 4 มิติ ตามนโยบายของกระทรวง เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมคัดเลือกรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นและอุตสาหกรรมยอดเยี่ยมของกระทรวงอุตสาหกรรม 

และ 6.ปัญหาผังเมืองที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของจังหวัด ให้อุตสาหกรรมจังหวัดรวบรวมข้อมูลปัญหาและอุปสรรคจากภาคเอกชนในพื้นที่ และนำเสนอการแก้ไขผังเมือง เริ่มต้นตั้งแต่การประชุมภายในจังหวัดเพื่อให้มีต้นเรื่องจากจังหวัดเสนอเข้าไปสู่หน่วยงานส่วนกลาง เพื่อดำเนินการพิจารณาแก้ไขผังเมืองให้ตอบสนองต่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่อไป

หลังจากนี้คงต้องติดตามกันอย่างเข้มข้นว่าความชัดเจนของนโยบาย MIND นั้นจะสามารถสร้างความสำเร็จให้กับผู้ประกอบการและประชาชนในประเทศได้มากน้อยเพียงใด และในช่วงที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหลังการเลือกตั้งใหม่นั้น จะเห็นอะไรที่เปลี่ยนไปของนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรมอีกหรือไม่ แต่ก็เชื่อว่าทุกแนวทางดำเนินงานน่าจะนำประชาชนและผู้ประกอบการเป็นที่ตั้งแน่นอน.

 

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?

ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"

กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก

โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว

เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?

เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”

หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย

ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย

เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง