สกัดก่อนเสียหาย

สินค้าทั้งอุปโภคบริโภคที่คนในสังคมเลือกซื้อหาได้ง่ายที่สุด มาจากแหล่งการขายใกล้บ้าน อาทิ ตลาดสด ที่ไม่ใช่จะขายแค่ของสดเท่านั้น แต่การขายอุปกรณ์เครื่องใช้ก็มีให้เลือกสรรได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นหม้อ กะละมัง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ปลั๊กไฟ สายไฟ อุปกรณ์เครื่องเขียน หรืออุปกรณ์การช่าง ยิ่งในพื้นที่ต่างจังหวัดที่การเดินทางไปตลาดง่ายกว่าการเดินทางไปห้างสรรพสินค้า จึงเป็นช่องทางที่ดีสำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่จะนำสินค้าดังกล่าวไปขายในพื้นที่นั้นๆ และเราก็มักจะได้ยินเสียงประกาศตามร้านค้าอย่างเช่น ร้านทุกอย่าง 20 บาท 

ซึ่งเมื่อมีของถูกและหาซื้อง่ายมาขายแบบนี้ มีหรือที่ชาวบ้านในพื้นที่จะไม่เลือกซื้อทันที และความนิยมของร้านค้าประเภทดังกล่าวก็มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ 

ไม่ว่าจะไปพื้นที่ใดก็ตาม แม้แต่ในเมืองอย่างกรุงเทพฯ เอง ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ประชาชนหรือชาวบ้านจะรู้หรือไม่ว่าคุณภาพสินค้าที่แลกมากับราคาที่ถูกลงนั้น บางชิ้นหรือจากบางร้านอาจจะไม่ได้รับการการันตีมาตรฐาน หรือไม่มีมาตรฐานควบคุมเลยก็เป็นได้ จึงทำให้ที่ผ่านมามักเห็นข่าวถึงความเสียหายที่เกิดจากการใช้อุปกรณ์จำพวกนี้ที่ไม่มีมาตรฐาน แต่ชาวบ้านหาซื้อได้ง่ายเพราะใกล้ตัวเพิ่มขึ้น 

ด้วยเหตุนี้เอง “การส่งเสริมผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยให้จำหน่ายสินค้ามาตรฐาน มอก. เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค” จึงเกิดขึ้นจากพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กับภาคีเครือข่ายตลาดสดน่าซื้อจังหวัดปทุมธานี ซึ่งถือว่าเป็นการนำร่องการดำเนินงานระหว่างภาครัฐซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแล และภาคเอกชนที่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจร้านค้าในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัยจากการใช้สินค้า 

ซึ่งสอดคล้องตามนโยบาย “ประชารัฐ” ของรัฐบาล ที่ภาครัฐและเอกชนร่วมมือกัน ในการคุ้มครองความปลอดภัยในคุณภาพสินค้าให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่อยู่ในการควบคุมของ สมอ. ทั้ง 126 รายการ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ของเล่น หมวกกันน็อก ท่อพีวีซี เหล็ก และวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น ซึ่งหากไม่ได้มาตรฐานอาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ 

โดยมีแผนยุทธศาสตร์การคุ้มครองผู้บริโภค ระยะที่ 1 (พ.ศ.2563-2565) เป็นแนวทางในการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศไทย โดยให้ทุกหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการคุ้มครองผู้บริโภค บูรณาการการทำงานร่วมกัน เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.), สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อให้การดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภค บรรลุผลตามที่รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายไว้ 

ซึ่ง บรรจง สุกรีฑา เลขาธิการ สมอ. ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงการลงนามในครั้งนี้ว่า เพื่อประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันระหว่าง สมอ.กับภาคีเครือข่ายตลาดสดน่าซื้อในจังหวัดปทุมธานี ทั้ง 33 แห่ง อาทิ ตลาดรังสิต, ตลาดอินเตอร์มาร์ท, ตลาดใหญ่ลำลูกกา, ตลาดมั่งมีทรัพย์, ตลาดสดฉัตรไชย และตลาดสี่มุมเมือง เป็นต้น จะร่วมมือกันส่งเสริมความรู้ให้ผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยภายในตลาดตัวเอง โดยเฉพาะร้านค้าขนาดเล็กขายสินค้าที่ได้มาตรฐานถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อมิให้เกิดการกระทำความผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์  

รวมทั้งเฝ้าระวังมิให้มีการจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารให้กับผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อย เพื่อให้สามารถเลือกสินค้าที่ได้มาตรฐานมาจำหน่ายได้อย่างถูกต้อง เพื่อประโยชน์ในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งมีแผนการตรวจติดตามการจำหน่ายสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ร้านค้าปฏิบัติตามข้อกฎหมายได้อย่างถูกต้อง 

เชื่อว่าการลงมือที่จะบูรณาการความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นต้นแบบที่ดีให้กับการดำเนินงานในอนาคตโดยจะเลือกเข้าไปทำงานในพื้นที่อื่น ๆ ได้อย่างไม่มีสะดุด รวมถึงเป็นโมเดลที่จะขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศเลยด้วยซ้ำ เพราะเมื่อพิจารณาแล้ว ความปลอดภัยของประชาชนคนไทยก็เป็นสิ่งสำคัญ หากมีเครื่องมือหรืออำนาจที่จะสามารถจัดการได้แล้วก็ควรที่จะลุกขึ้นมาทำอย่างเช่นโครงการนี้.  

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า