
เข้าปี 2566 มาเกือบครึ่งปีแล้ว ในปีนี้มีการดำเนินงานต่างๆ ของประเทศเกิดขึ้นมากมาย และเมื่อเร็วๆ นี้ก็คงหนีไม่พ้นการเลือกตั้งที่จะเข้ามากำหนดทิศทางของประเทศในอนาคต แต่หากไปดูรายละเอียดของการทำงานเบื้องหลัง ซึ่งมีอยู่หลายเรื่องที่ไม่ว่าจะเปลี่ยนรัฐบาลหรือไม่ก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป เพราะมีข้อกำหนดไว้อย่างชัดเจน หนึ่งในนั้นคือเรื่องการเปลี่ยนคุณภาพในน้ำมันเติมรถยนต์ในประเทศ ที่จะขยับมาตรฐานขึ้นไปจากปัจจุบันอยู่ที่ EURO4 (ยูโร 4) ขึ้นไปเป็น EURO5 (ยูโร 5) และ 6 ต่อไป เนื่องจากการปรับปรุงประสิทธิภาพมาตรฐานน้ำมันนั้น จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดประเด็นเรื่องมลภาวะของประเทศไปได้
แต่หากใครยังไม่รู้ว่ามาตรฐานน้ำมันยูโรระดับต่างๆ นั้นคืออะไร กรมธุรกิจพลังงานได้ทำสรุปข้อมูลมาตรฐานไอเสียรถยนต์ไว้ดังนี้ คําว่า ยูโร มาจากคําว่า ยุโรป ซึ่งในที่นี้หมายถึงกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป โดยกลุ่มประเทศเหล่านี้ได้มีการวางกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สําหรับในด้านการใช้เชื้อเพลิงในภาคการขนส่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่มีการปล่อยมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม ได้เริ่มมีการควบคุมการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะอย่างเป็นระบบตั้งแต่ปี ค.ศ.1992 (พ.ศ.2535) โดยได้มีการกําหนดมาตรฐานไอเสียสําหรับยานพาหนะควบคู่กับมาตรฐานของเชื้อเพลิง เพื่อให้ยานพาหนะที่ผลิตจําหน่ายออกมาปลดปล่อยไอเสียได้ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานที่กําหนด
ผลจากการกําหนดมาตรฐานดังกล่าว ก่อให้เกิดการพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงทั้งในด้านเทคโนโลยียานพาหนะเพื่อให้สามารถควบคุมการปลดปล่อยมลพิษให้ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน และในด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งได้แก่ น้ำมันเบนซินและดีเซล ก็ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเพื่อลดองค์ประกอบที่ก่อให้เกิดมลพิษให้น้อยลงไปด้วย มาตรฐานไอเสียและมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้กําหนดไว้นั้น มีการพัฒนาให้มีความเข้มงวดมากขึ้นเป็นระยะๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสิ่งแวดล้อมและปริมาณมลพิษที่ถูกปลดปล่อยออกมาตามปริมาณการใช้เชื้อเพลิง จึงเรียกชื่อมาตรฐานเหล่านี้ตามลําดับของการกำหนดออกมาบังคับใช้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 6 แต่ในประเทศไทยอยู่ที่ระดับ 4
โดยแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนของประเทศไทยนั้น จะมีการบังคับใช้มาตรฐานยูโร 5 เริ่ม 1 ม.ค.2567 และยูโร 6 เริ่ม 1 ม.ค.2569 ควบคุมสารมลพิษจากรถยนต์ขนาดเล็ก รถกระบะ รถบัส และรถบรรทุก ทั้งที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ยกระดับการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และคุ้มครองความปลอดภัยประชาชน ด้วยเหตุนี้เองจึงมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งปรับตัวและดำเนินงานให้ตรงตามแผนที่ได้ประกาศมา
ซึ่งหนึ่งในหน่วยงานที่มีแผนการดำเนินงานอย่างชัดเจน และมีความกระตือรือร้นในการทำงาน ได้แก่ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) โดยนายบรรจง สุกรีฑา เลขาธิการ สมอ. ได้จัดทำแผนการบังคับใช้มาตรฐานเพื่อให้ผู้ผลิตรถยนต์เตรียมความพร้อมและวางแผนการผลิตรถยนต์ตามกรอบเวลาที่กำหนดได้ ซึ่งจะสอดคล้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกที่ได้มีการพัฒนาเครื่องยนต์ให้ปล่อยมลพิษออกมาน้อยที่สุด โดยปัจจุบันสหภาพยุโรปได้ประกาศบังคับใช้มาตรฐานยูโร 6 แล้ว ในเรื่องดังกล่าว สมอ.ได้จัดประชุมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2566 ที่ผ่านมา
เพื่อประชุมชี้แจงแผนการบังคับใช้มาตรฐานยูโร 5 และยูโร 6 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย นำโดยนายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของไทย จำนวน 25 ราย อาทิ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด, บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จำกัด, บริษัท วอลโล่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เป็นต้น
แน่นอนว่าการหารือร่วมกันเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของการดำเนินงาน เพื่อให้ทุกฝ่ายเดินหน้าไปในแนวทางเดียวกัน และสามารถตอบสนองกับเป้าหมายใหม่ๆ ที่จะนำประเทศไปสู่ความสมบูรณ์แบบได้.
ณัฐวัฒน์ หาญกล้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

