
ในช่วงปีที่ผ่านมา คนไทยมักจะได้ยินคำว่าซอฟต์เพาเวอร์ (Soft Power) อย่าหนาหู เพราะมีกระแสเกิดขึ้นมากมาย ทำให้ผลผลิต สินค้า ผลิตภัณฑ์ และบริการของไทยนั้นได้รับความนิยมมากขึ้น จากทั้งคนไทยด้วยกันเองและต่างชาติ ถ้าพูดถึงแล้วน่าจะอ๋อกันก็คือ ความนิยมของข้าวเหนียวมะม่วง จากการที่ศิลปินชาวไทยนำขนมไทยชนิดนี้ขึ้นไปรับประทานบนคอนเสิร์ตระดับโลกในสหรัฐอเมริกา หรือการที่ศิลปินไทยที่ไปโด่งดังที่เกาหลี พูดถึงลูกชิ้นยืนกิน ของเด็ดจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งทำให้สินค้าเหล่านี้ได้เกิดการรู้จักและนิยมมากขึ้นอย่างมาก
ผู้ประกอบการที่ขายสินค้านั้นๆ ได้รับผลดีจากยอดสั่งซื้อเป็นเท่าตัว และเป็นกระแสไปยังช่องทางอื่นมากมาย ทั้งหมดนี้เรียกว่าซอฟต์เพาเวอร์ แต่ต้องยอมรับว่าในประเทศไทยเอง
การที่จะผลักดันเรื่องพวกนี้ยังถือว่ามีน้อยอยู่มากถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะเกาหลีใต้ ที่มีอิทธิพลและความสามารถอย่างมากในการผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ในเรื่องต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในระดับโลกได้ ซึ่งเรื่องนี้เขาทำมามากกว่า 10 ปีแล้ว และทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศเกาหลีนั้นมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็นอาหาร สินค้า บริการ สถานที่ท่องเที่ยว หรือวัฒนธรรม แม้กระทั่งคนไทยเอง ในบางเรื่องก็ยังได้ความรู้และความเข้าใจในซอฟต์เพาเวอร์ของเกาหลีเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้เอง ประเทศไทยที่ถือว่าเป็นประเทศที่มีโอกาส เนื่องจากยังมีสินค้า บริการ และผลิตภัณฑ์ที่สามารถผลักดันให้กลายเป็นซอฟต์เพาเวอร์ได้อีกหลายชนิด จึงต้องมาเอาจริงเอาจังกับด้านนี้
และล่าสุดที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หารือสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ร่วมผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ไทยผ่านอุตสาหกรรมสารัตถะ (คอนเทนต์) เดินหน้าต่อยอดโมเดลเศรษฐกิจ BCG พร้อมส่งเสริมอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงไทยก้าวสู่สากล คาดช่วยหนุนให้ไทยขยับจากประเทศที่มีซอฟต์เพาเวอร์ อันดับ 35 ในปี 65 ให้อยู่ในอันดับดีขึ้น และสร้างมูลค่าเพิ่มแก่เศรษฐกิจไทย โดยนายเขมทัตต์ พลเดช นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ นำคณะกรรมการสมาพันธ์ฯ เข้าพบนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. หารือประเด็นดังกล่าว
โดยนายเกรียงไกรกล่าวว่า ซอฟต์เพาเวอร์ในปี 2565 เป็นพลังสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ประเทศที่โดดเด่นที่สุดในการใช้ซอฟต์เพาเวอร์มาสนับสนุนเศรษฐกิจคือ สาธารณรัฐเกาหลี ที่ก่อนหน้านี้ GDP ต่ำกว่าญี่ปุ่น แต่ปัจจุบัน GDP แซงหน้าญี่ปุ่นไปแล้ว คนทั่วโลกรู้จักซอฟต์เพาเวอร์อย่าง K-POP รวมถึงหนังและซีรีส์เกาหลี
ซึ่งการสร้างมูลค่าเพิ่มทำได้หลายวิธี แต่ตัวที่ดีที่สุดและประเทศไทยทำได้แน่นอนคือ ซอฟต์เพาเวอร์ที่ประกอบไปด้วย 5F คือ อาหารไทย (Food) ผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่นไทย (Fashion) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) มวยไทยและศิลปะการป้องกันตัว (Fighting) เทศกาลประเพณีไทย (Festival)
“สำหรับประเทศไทยมีซอฟต์เพาเวอร์สำคัญ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเผยแพร่ผ่านอุตสาหกรรมสารัตถะ (คอนเทนต์) เพื่อช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทย หากไทยสามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองแทนการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมแบบ OEM ที่เป็นอุตสาหกรรมรับจ้างผลิต ก็จะสามารถนำรายได้เข้าประเทศได้เพิ่มขึ้น” นายเกรียงไกรกล่าว
นายเขมทัตต์กล่าวว่า การสร้างซอฟต์เพาเวอร์ของไทย เราเน้นไปที่การท่องเที่ยวไทยเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่จริงๆ แล้วการกระตุ้นการอุปโภคบริโภคสินค้าทางอ้อมผ่านคอนเทนต์ไทย จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่ช่วยสร้างซอฟต์เพาเวอร์ไทยให้แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งสินค้าต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยก็มาจากผลิตผลจากภาคอุตสาหกรรมไทย จึงเป็นที่มาที่ต้องการมาหารือและสร้างความร่วมมือกับ ส.อ.ท.ให้เกิดขึ้นในวันนี้
จึงน่าติดตามว่าการร่วมมือกันครั้งนี้ ทั้ง ส.อ.ท.และสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ จะร่วมกันผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ในรูปแบบไหน และจะหยิบยกสินค้า ผลิตภัณฑ์ บริการใดของไทยมานำเสนอ รวมถึงจะใช้วิธีการหรือสถานการณ์ใดในการเดินหน้าในเกิดขึ้นได้จริง ซึ่งเป็นเรื่องที่คนไทยทุกคน โดยเฉพาะผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ กำลังจับตามองอยู่ เพื่อหวังว่าจะไปสนับสนุนยอดขายหรือรายได้ให้เติบโตขึ้น.
ณัฐวัฒน์ หาญกล้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

