
กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้ รวมทั้งส่งเสริมให้การประกอบกิจการต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามแนวทางอุตสาหกรรมสีเขียวเพื่อเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 สอดรับกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาล หรือ BCG Model ที่เป็นรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม 3 มิติไปพร้อมกัน ประกอบด้วย เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพัฒนาเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ต้องพัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุลเกิดความมั่นคงและยั่งยืนไปพร้อมกัน
ซึ่ง รมว.อุตสาหกรรม สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ระบุว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งมั่นผลักดันโรงงานสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว ตั้งเป้าทุกแห่งภายในปี 2568 โดยในปี 2565 มีเป้าหมายที่ 60%, ปี 2566 เป้าหมาย 80%, ปี 2567 เป้าหมาย 90% และเป็น 100% ในปี 2568 ซึ่งเป็นไปตามแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมและพัฒนาสถานประกอบการสู่อุตสาหกรรมสีเขียว 2564-2580 เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ส่งเสริมและกำกับดูแลคุณภาพสิ่งแวดล้อมของสถานประกอบการ
ล่าสุด วีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จับมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พัฒนามาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศสนองตอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมุ่งส่งเสริมให้โรงงานอุตสาหกรรมมีการปล่อยของเสียเป็นศูนย์หรือมีของเสียเกิดน้อยที่สุด ใช้วัตถุดิบและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีและได้มาตรฐาน รวมถึงดำเนินกิจกรรมที่น่าเชื่อถือ เกื้อกูลกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือสังคมโดยรอบ
โดย กนอ.สนับสนุนที่ปรึกษาเข้าให้คำแนะนำกับโรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมในการดำเนินงานตามมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และยังส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากร เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดการเกิดของเสีย และหมุนเวียนทรัพยากรเหลือใช้มาใช้เป็นวัตถุดิบ เพื่อสร้างผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ นอกจากนี้ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายโรงงานอุตสาหกรรมลดก๊าซเรือนกระจก
โดยมีเป้าหมายในปี 2565 กนอ.จะทบทวนเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ โดยปริมาณก๊าซเรือนกระจกจะพิจารณาอ้างอิงตามแนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตปริ้นต์ขององค์กร ซึ่งจะนำมาปรับใช้กับนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงานด้วย และจะดำเนินนโยบายผลักดันสถานประกอบการสู่อุตสาหกรรมสีเขียวให้เป็นไปตามเป้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดไว้
พร้อมทั้งเตรียมผลักดันนิคมอุตสาหกรรมหนองแค จ.สระบุรี ให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมต้นแบบ เนื่องจากมีความพร้อมและปรับตัวตามกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมหลายด้าน ทั้งในด้านการดำเนินตามแนวคิดเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 4.0 โดยได้รับการรับรองเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในระดับเวิลด์คลาส อีกทั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 4.0 ด้านน้ำและพลังงานที่มีโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำในการผลิตและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นเอกชนรายใหญ่พัฒนาโครงการต่างๆ และยังปรับตัวให้สอดคล้องกับชุมชนโดยรอบ
และล่าสุด กรมโรงงานอุตสาหกรรม ก็เดินหน้าขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมและพัฒนาสถานประกอบการสู่อุตสาหกรรมสีเขียว โดยจับมือกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยโปรแกรม ITAP สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการผลิตในภาคอุตสาหกรรมส่งออกสินค้าไปยังตลาดโลก
การดำเนินการของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ แต่ก็อย่าเมินเฉยกับปัญหากากอุตสาหกรรมที่อยู่ใต้พรมที่นับวันกองยิ่งใหญ่ขึ้นทุกๆ วัน.
บุญช่วย ค้ายาดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Human-madeโอกาสสร้างมูลค่าธุรกิจ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีและ AI เข้ามาเปลี่ยนวิธีการแข่งขันของธุรกิจ ทำให้หลายอย่างเร็วขึ้น สะดวกขึ้น และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จากการซื้อสินค้าที่เคยต้องเดินทางไปหา สู่การกดสั่งผ่านโทรศัพท์ จากข้อมูลที่เคยต้องใช้เวลาค้นหา สู่คำตอบที่ได้ภายในไม่กี่วินาที จนถึงการสร้างภาพ เขียนข้อความ และผลิตคอนเทนต์ที่ใช้เวลาน้อยลงกว่าที่เคย
‘ละครแนวตั้ง’โอกาสใหม่ศก.ครีเอทีฟ
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังทำให้ ‘อุตสาหกรรมสื่อ’ ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคไม่ได้ยึดโยงอยู่กับเวลา สถานที่ หรือช่องทางการรับชมแบบเดิมอีกต่อไป
PDP 2026 จุดเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน
แนวทางการปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 กำลังเปลี่ยนกรอบแนวคิดด้านพลังงานของประเทศ จากเดิมที่เน้นเพียงความมั่นคงและราคาถูกบนฐานฟอสซิล ไปสู่การชู "พลังงานสะอาด" เป็นแต้มต่อทางเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) และคลื่นการลงทุนระลอกใหม่อย่าง Data Center และ AI
โค้งสุดท้ายท่องเที่ยวไทย
สถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดน่าน ยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งบริหารจัดการ ทั้งในมิติการช่วยเหลือประชาชน การฟื้นฟูพื้นที่ และการเยียวยาความเสียหาย โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับทุกส่วนราชการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและทำให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมเน้นย้ำว่า กระบวนการเยียวยาจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมความเดือดร้อน และไม่ปล่อยให้ผู้ประสบภัยต้องรอการช่วยเหลือเป็นเวลานาน
อ้อยพลังขับเคลื่อนโลกอย่างยั่งยืน
อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างสำคัญในแต่ละปีอุตสาหกรรมนี้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและโกยรายได้เข้าประเทศสูงถึงปีละประมาณ 2 แสนล้านบาท
กุญแจสู่การเติบโตของ Solar Rooftop
หลายปีที่ผ่านมาการพูดถึง ‘โซลาร์ รูฟท็อป’ (Solar Rooftop) ในประเทศไทยมักวนเวียนอยู่กับเรื่องประสิทธิภาพของแผง เทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ หรือระยะเวลาคืนทุน แต่เมื่อพลังงานสะอาดกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเติบโตอย่างจริงจัง คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่าเทคโนโลยีพร้อมหรือไม่ หากเป็นประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีนั้นได้มากเพียงใด

