ว่าด้วยการหนีคุก-ติดคุก-และคุกแห่งชีวิต!!!

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้เลยนั่นแหละว่า แรงดึงดูด ของเมืองไทย หรือของ ความเป็นไทยๆ มันช่างเป็นอะไรที่มากมายเสียเหลือเกิน ชนิดที่เรียกว่า...ผู้ที่อุตส่าห์หนีคุก หนีคดี ไปร่อนเร่พเนจรอยู่ต่างบ้าน ต่างเมือง นับสิบๆ ปี ยังอดมิได้ที่จะต้องหวนกลับมาติดคุก ด้วยความยินยอม พร้อมใจ ไม่คิดจะหลบลี้หนีหายไปที่ไหนต่อที่ไหนต่อไปอีกแล้ว!!!

ส่วน ความเป็นคุก เมืองไทย...มันจะต้องนอนเบียดเสียด ยัดเยียด กันแบบเหงื่อไหล ไคลย้อย รดกันไป-รดกันมา หรือจะหะรูหะรา มีทั้งห้องเลี้ยงหลาน ห้องประชุม ครม.เอาไว้ในตัว เหมือนอย่างที่คุณพี่ เบื๊อก-บัญชา คามิน การ์ตูนนิสต์มือวางอันดับ 1

ของประเทศไทย ท่านวาดจินตนาการไว้ในการ์ตูน ผู้จัดการ เมื่อวัน-สองวันก่อน อันนั้น...คงต้องลองไปสำรวจ ตรวจสอบ เอาเองก็แล้วกัน แต่ในฐานะ คนแก่ ที่ยังไม่รู้จะอยู่-จะไป ณ วันไหนต่อวันไหน น่าจะพอ เข้าใจได้ ต่อความรู้สึกนึกคิด ของผู้ที่ยินยอม พร้อมใจ กลับมา ติดคุกตอนแก่ ที่เมืองไทย แผ่นดินไทย อันเต็มไปด้วย ความเป็นไทยๆ ที่ออกจะหายากหาเย็นกว่าบ้านอื่น-เมืองอื่นอยู่พอสมควร...

คือมันคงจะเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า เต็มที...สำหรับการ หนี หรือแม้แต่การหันมา สู้รบตบมือ กับใครต่อใครอย่างแทบไม่มีที่สิ้นสุด เพราะสิ่งอันเป็นที่ปรารถนา-ต้องการของบรรดา คนแก่ โดยส่วนใหญ่ คงไม่มีอะไรดีไปกว่า ความสงบ-ความเย็น นั่นแหละทั่น!!! เผลอๆ...ดีซะยิ่งกว่าวิตามินเอ วิตามินบี ฯลฯ ดีกว่าอาหารเพื่อสุขภาพไม่ว่ารูปไหน แบบไหน ไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า หรืออาจถือเป็นอาหารทางใจ ทางจิตวิญญาณ ที่ไม่ว่าคนแก่รายใดถ้าหากขาด สารอาหาร ประเภทนี้ซะอย่างแล้ว ก็ออกจะเป็นอะไรที่น่าอเนจอนาถ น่าเวทนา เป็นอย่างยิ่ง

การเสาะแสวงหาสิ่งเหล่านี้กันอย่างจริงๆ จังๆ อย่างเป็นระบบและกิจการ ของบรรดาคนโบร่ำ-โบราณทั้งหลาย จึงปรากฏให้เห็นเป็นหลักคิด เป็นค่านิยม คตินิยม อันเป็นที่รับรู้ รับทราบ มาจนตราบเท่าทุกวันนี้ อย่างที่เรียกๆ กันว่า อาศรม 4 อะไรทำนองนั้น คือแค่อายุ-อานามประมาณ 50-75 ปี หรือช่วงที่เรียกว่า วานปรัสถ์ ก็ต้องเริ่มเตรียมตัว ถอนตัว ออกจากชีวิตทางโลกย์ไว้ซะแต่เนิ่นๆ ยิ่งถ้าเลยไปถึง 75 ปีขึ้นไป หรือช่วงที่เรียกว่า สันยาสี ก็ต้องหันไปละทิ้งความปรารถนาในทางโลกย์ให้เบ็ดเสร็จและเด็ดขาด ชนิดถึงขั้นหันไปปลีกวิเวก ไปอยู่ป่า อยู่เขา เอาเลยก็ยังมี

ส่วนจะส่งผลให้เกิดการบรรลุถึงซึ่ง โมกษะ ถึงขั้น นิพพาน กันเลยหรือไม่? อย่างไร? อันนั้น...คงเป็นเรื่องของใคร-ของมันก็แล้วแต่จะว่ากันไป แต่ที่แน่ๆ...มันน่าจะก่อให้เกิด ความสงบ-ความเย็น ติดปลายนวมเอาไว้มั่งไม่มาก-ก็น้อย อันเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเอามากๆ สำหรับใครก็ตาม หรือแม้กระทั่งบรรดาสรรพสิ่งทั้งหลาย ที่ล้วนแล้วแต่ต้อง เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-และดับไป อย่างไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น หรือต่างต้องลา-ละ-สละไปจากโลกใบนี้ โดยไม่ได้มีอะไรติดตัวไปด้วยเลย นอกเสียจาก กรรมดี-กรรมชั่ว ที่จะติดตาม ติดตัว เป็นเงาไปในทุกๆ หนแห่ง

ด้วยเหตุนี้...บรรดา คนแก่ ทั้งหลาย ถ้าหากยังต้องมา ฮึดสู้ตอนแก่ หรือดันหันไปเป็น ฝ่ายซ้ายตอนแก่ ชนิดต้องลุกขึ้นมากู่ก้องร้องตะโกนด้วยสุ้มเสียงแหบแห้งและโหยหวนว่า ช่วยหามลุง...ไปตีกับมันที!!! อะไรประมาณนั้น จึงเป็นอะไรที่ออกจะน่าอเนจอนาถ น่าเวทนา อย่างที่ว่าไว้แล้วนั่นแหละ แม้จะเคยเก่งกาจ ฉกาจฉกรรจ์ แคล่วคล่อง ว่องไว เคย คร่อกก์ก์ก์ มาแล้วถึงขั้นไหนต่อขั้นไหน แต่ด้วยอายุ-อานาม ด้วยวัยและสังขาร ที่มันไม่ได้เป็นใจให้กับการต่อสู้ การเอาชนะใครๆ เอาเลยแม้แต่น้อย แถมยังหันมาบีบบังคับให้ต้องหันมาสู้กับ ตัวกูเอง ซะเป็นหลักใหญ่ เพื่อให้เกิดความรู้แจ้ง-เห็นจริง ว่าตัวตนของเรานั้น...เกิดมาทำไม อะไรที่ทำให้ต้องเกิด-ต้องเป็นอยู่-ต้องตายไป แบบซ้ำๆ ซากๆ วนเวียนไป-มาแทบไม่รู้จบ

อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้ ความสงบ-ความเย็น มันเลยเป็นสิ่งที่สำคัญเอามากๆ เพราะไม่เพียงแต่มันจะช่วยให้เกิดสมาธิ สติและสัมปชัญญะ อันเป็นครรลองที่จะทอดนำไปสู่ปัญญา ไปสู่ความ รู้แจ้ง-เห็นจริง ภายในขั้นตอนสุดท้ายได้อย่างเป็นจริง-เป็นจัง แต่ยังเป็นตัวช่วยขจัดกวาดล้าง บรรดา ความจริงสัมพัทธ์ ทั้งหลาย อันเกิดจากการ ปรุงแต่ง ไปตามอารมณ์ความรู้สึก ไปตามความชอบ-ความชัง ของใคร-ของมัน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น มายาภาพ ไปด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะความเป็น ด้อมส้ม ความเป็น ติ่งเพื่อไทย หรือกระทั่งความเป็น ติ่งลุงป้อม-ลุงตู่ ฯลฯ หรืออะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ ที่ล้วนแต่กระจอก งอกง่อย ไปด้วยกันทั้งนั้น เพราะไม่ได้ช่วยให้เกิด ความรู้ อันจะนำไปสู่ ความหลุดพ้น จากการเวียนว่าย-ตายเกิดเอาเลยแม้แต่น้อย มีแต่ต้องกลับมาเกิดใหม่ กลับมาติดคุก ติดตะราง หรืออยู่ใน คุกแห่งชีวิต ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของฝ่ายใด-ฝ่ายหนึ่ง ที่ตัวเองรักๆ-ชังๆ ไปตามสภาพ ตามแต่ เหตุปัจจัย ที่ย่อมหมุนเวียน-เปลี่ยนผัน ไปตาม กฎเหล็กแห่งธรรมชาติ อันว่าด้วย...ด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้-สิ่งนี้จึงเป็นไป นั่นแล...

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ด่าไป ช้อปไป

วันนี้ขอพักเปิดซองอีกสักวัน จดหมายจากผู้อ่านยังมีรออยู่อีกหลายซอง ไม่ได้หายไปไหน พอดีเรื่องกะเพราแก้วจุรีของบริษัทซีพีแรมที่ผมเคยเขียนถึงไปแล้ว ดูท่าจะยังไม่จบง่ายๆ

อุทาหรณ์สอนใจจาก'จลาจลฝรั่งเศส'

เมื่อช่วงปีที่แล้ว...รองประธานาธิบดีอเมริกา นาย JD Vance ซึ่งยังคงหนุ่มๆ แน่นๆ และออกจะเป็นประเภท ปากแจ๋ว อยู่พอสมควร ถึงกับโดดขึ้นธรรมาสน์ เทศนา

สแกน 'โฆษก' ชายแดนใต้

การแต่งตั้ง “นายพัน” ตำแหน่ง รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ลงมาถึง สารวัตร (สว.) วาระประจำปี 2569 แม้ตามกฎ ตามระเบียบ ต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 พ.ย. 2569 เพื่อให้คำสั่งมีผลพร้อมกันวันที่ 7 ธ.ค. 2569

เบื่อหน้าเดิม…จะให้ใครออกสื่อ?

ผมมีความคิดพิเรนทร์อยู่อย่างหนึ่งครับ ถ้าวันไหนคนดูโทรทัศน์เบื่อหน้านักวิเคราะห์การเมืองขึ้นมาจริงๆ เราจะทำอย่างไรกันดี

นายกฯ ในดวงใจ?

ถ้ามีใครมาถามว่า นายกรัฐมนตรีคนไหนอยู่ในดวงใจของเสมอต้น ผมคงต้องขอเวลาคิดสักหน่อยครับ