วันวานบกพร่องโดยสุจริต

เห็นว่าตื่นเต้นดีใจกันยกใหญ่

เครือข่ายแดงอีสานรอพบ "นักโทษชายทักษิณ" ที่จะไปเหยียบแผ่นดินอีสานครั้งแรกในรอบ ๑๘ ปี วันที่ ๒๕  พฤษภาคมนี้

ก็หวังว่ากรมคุมประพฤติ กรมราชทัณฑ์ คงได้รับหนังสือจาก "นักโทษชายทักษิณ" ขออนุญาตไปโคราชแล้ว

เพราะเงื่อนไขสำคัญสำหรับนักโทษที่ได้รับการพักโทษ คือห้ามออกนอกเขตท้องที่ที่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต

ถ้าได้รับแล้วก็เก็บรักษาไว้ดีๆ วันข้างหน้าอาจถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในศาล

ครับ... "นักโทษชายทักษิณ" จะเดินทางไปนครราชสีมา ในวันที่ ๒๕ พฤษภาคมนี้ ไปเป็นประธานงานฌาปนกิจ "วิชัย ช่างเหล็ก"

"วิชัย ช่างเหล็ก" เป็นใครทำไม "นักโทษชายทักษิณ" ถึงต้องไปเป็นเจ้าภาพ

เป็นคนขับรถคู่ใจครับ!

ที่จริง "วิชัย ช่างเหล็ก" เสียชีวิตตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว

 งานศพจัดที่ วัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร ถนนพิบูลสงคราม อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี

ในงานสวดพระอภิธรรม มีคนในครอบครัวชินวัตรเดินทางไปเข้าร่วมด้วย

คือ "แพทองธาร และ พินทองทา ชินวัตร"

และมีพวงพรีดของ "นักโทษชายทักษิณ"

ก็ไม่มีอะไรแปลกประหลาด เป็นการจัดงานศพทั่วไป

ครั้งนั้น "นักโทษชายทักษิณ" แจ้งความประสงค์ไปยังครอบครัวของ "วิชัย ช่างเหล็ก" ว่าอย่าเพิ่งทำพิธีฌาปนกิจเผาศพ ขอให้ทำพิธีบรรจุเก็บศพไว้ก่อน รอ "นักโทษชายทักษิณ" กลับมาร่วมฌาปนกิจด้วยตัวเอง

นั่นคือที่มาของการเดินทางไปโคราชบ้านเกิด "วิชัย ช่างเหล็ก" ของ "นักโทษชายทักษิณ" ในวันที่ ๒๕ พฤษภาคมนี้

ปี ๒๕๔๓-๒๕๔๔ ชื่อของ "วิชัย ช่างเหล็ก" เป็นที่รู้จักของคนไทยทั้งประเทศ เพราะเขาคือ "คนขับรถ" ของ "นักโทษชายทักษิณ" ที่ปรากฏในคดีซุกหุ้นนั่นเอง

 คำวินิจฉัยที่ ๒๐/๒๕๔๔ ระบุตอนหนึ่งว่า

...พยานหลักฐานจากเอกสารประกอบคำร้องของผู้ร้อง (ป.ป.ช.) ในชั้นคณะอนุกรรมการตรวจสอบฯ ปรากฏตามคำให้การบางตอนของบุคคลที่มีชื่อถือหุ้นแทนผู้ถูกร้อง (ทักษิณและคู่สมรส) ซึ่งให้การต่อคณะอนุกรรมการตรวจสอบฯ เมื่อวันที่ ๒๗ และวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ และวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๔๓ ดังนี้

"วิชัย ช่างเหล็ก" ให้การว่า

 “…เมื่อข้าพเจ้าเข้ามาทำงานเป็นคนขับรถที่บริษัทชินวัตรนั้น คุณหญิงพจมานฯ ได้เรียกข้าฯ ไปพบ… และบอกกับข้าพเจ้าว่า จะขอใช้ชื่อข้าพเจ้าถือหุ้นแทน คุณหญิงพจมานฯ ตามบริษัทต่างๆ ข้าพเจ้าได้ตอบตกลง โดยข้าพเจ้าไม่ทราบเหตุผล… และต่อมาเลขานุการคุณหญิงพจมานฯ ชื่อคุณแจง ชื่อจริง นางกาญจนาภา ก็ได้นำเอกสารต่างๆ มาให้ข้าพเจ้าลงลายมือชื่อ…”

แต่สุดท้ายแล้ว "ทักษิณ" รอดไปอย่างเฉียดฉิว!

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยุคนั้นลงมติด้วยเสียง ๘ ต่อ ๗ ไม่มีความผิดคดีซุกหุ้น ตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ 

ที่เฉียดฉิวเพราะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนกลัวม็อบ ๑๑ ล้านเสียง อ้างว่าเป็นเสียงสวรรค์ที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่อาจไปไล่นายกฯ ให้พ้นจากตำแหน่งได้

ต้องวินิจฉัยคดีด้วยการอ้างอิงความนิยมในตัว "ทักษิณ"

จากวันที่ บกพร่องโดยสุจริต จึงได้เกิดระบอบทักษิณโดยเจตนาขึ้น

และอยู่ยาวจนถึงปัจจุบัน

การกลับมาของระบอบทักษิณรอบนี้ ดูจะห้าวหาญ และเหิมเกริมกว่าเมื่อครั้งการกลับมาของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ข้อใหญ่ใจความคือ ซ้ำซากด้วยนโยบายประชานิยม

ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย เล่นใหญ่ จะปฏิรูปเศรษฐกิจ การเมือง สังคม โจมตีรัฐบาลลุงตู่ว่าเป็นทศวรรษที่สูญหาย

แต่เมื่อได้อำนาจ สิ่งที่รัฐบาลระบอบทักษิณทำคือ มุ่งสู่นโยบายประชานิยม แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ขยายสิทธิ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคไปเรื่อยๆ จนระบบหลักประกันสุขภาพผิดเพี้ยน

คนจ่ายเงินในระบบประกันสังคม เดิมเป็นลูกเมียน้อยอยู่แล้ว ปัจจุบันมีสภาพไม่ต่างลูกโสเภณี

เพราะนักการเมืองหวังเห็นผลระยะสั้น ชอบทุ่มเงินเพื่อกระตุ้น มากกว่าจะปฏิรูป ทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง จึงอยู่ในสภาวะล้าหลังไปเรื่อยๆ

"นักโทษชายทักษิณ" ในนาม "โทนี่ วูดซัม" พยายามสร้างภาพตัวเองเป็นผู้รู้เศรษฐกิจสมัยใหม่  เข้าใจเศรษฐกิจในมิติที่ลึกกว่ารัฐบาลประยุทธ์

แต่ความจริงที่ปรากฏ ไม่มีตรงไหนที่อธิบายได้ว่า รัฐบาลเข้าใจโลกสมัยใหม่เลย

ยังมุ่งไปที่นโยบายประชานิยมเป็นหลักเหมือนเดิม

รัฐบาลโง่ๆ อย่างรัฐบาลประยุทธ์ ผลักดันอุตสาหรรมรถอีวี สร้างอีอีซีขึ้นมา ปูพรมโครงสร้างพื้นฐาน ทั่วประเทศ

ส่วนรัฐบาลคนฉลาดคิดแค่ใช้เงิน ๕ แสนล้านบาท ไปละลายในแม่น้ำ

จะเอาข้าว ๑ ทศวรรษ ไปขายแอฟริกา ตลาดข้าวไทย พินาศ ฉิบหาย ป่นปี้ วอดวาย ใครจะรับผิดชอบ

มีอยู่เรื่องหนึ่งที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ แต่ก็ลืมๆ กันไปเสียแล้ว

คือ...ตามตัวคนผิดมารับโทษ

วานนี้ "ชาญชัย อิสระเสนารักษ์" จากค่ายประชาธิปัตย์ ตอก "อ้วน ภูมิธรรม" เสียหน้าหงาย

"...คำตัดสินของศาลฎีกาฯ สรุปสาระได้ว่า การกระทำของจำเลยคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงเป็นการละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่กระทรวงการคลัง ประเทศชาติ หรือผู้หนึ่งผู้ใด อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามกฎหมายดังกล่าว ให้จำคุก ๕ ปี

เมื่อศาลมีคำพิพากษาดังกล่าวในหน้า ๙๕ ของคำตัดสิน ผมจึงขอฝากถึงคุณภูมิธรรมช่วยไปตาม คุณยิ่งลักษณ์ ตามคำพิพากษาศาลเพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย หรือภาษาชาวบ้านคือ เอามาเข้าคุก ๕ ปี ตามคำพิพากษาของศาล ไม่ใช่ไปช่วยคุณยิ่งลักษณ์..."

 “...วันนี้ต้องกลับไปยึดอายัดทรัพย์ คุณยิ่งลักษณ์กลับมาคืนรัฐ โดยคุณภูมิธรรมที่เป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ มีหน้าที่ต้องทำ ซึ่งจะไปปรึกษากับนายกฯ เศรษฐาให้ดีก็ได้ ซึ่งถ้าผมยื่นเรื่องไปแล้ว และหากพวกท่านไม่ทำอะไร ความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา ๑๕๗ ก็จะติดตัวท่านไปตลอดชีวิต..."

ครับ...รัฐบาลมีหน้าที่ต้องทำหลายเรื่อง แต่กลับไปทำเรื่องที่ไม่ควรทำหลายเรื่อง

และยิ่ง "นักโทษชายทักษิณ" แสดงบทผู้มีบารมีเหนือรัฐบาลมากเท่าไหร่ อายุรัฐบาลก็จะสั้นลงเป็นเงาตามตัว

จากนี้ไม่มีอีกแล้วกับคำว่า บกพร่องโดยสุจริต

เพราะเท่าที่เห็นทุจริตโดยตั้งใจแทบทั้งนั้น

แค่เรื่องผู้ป่วยวิกฤต ห่างหมอไม่ได้ เป็นตายเท่ากัน  มันประจานไปทั้งโลก

คือจุดเริ่มต้นวิกฤตระบอบทักษิณรอบใหม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สับปลับบุรุษ

จับตาดูดีๆ นะครับ "นักโทษชายทักษิณ" ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นมาแล้วกับการ ไม่ติดคุกแม้แต่วันเดียว จากคดีคอร์รัปชัน โกงบ้านกินเมือง

๑๘ มิ.ย. ใครจะอยู่ ใครจะไป

ชาวโซเชียลถึงกับยกให้เป็นวันโลกาวินาศกันเลยทีเดียว อย่างที่ทราบกันครับ ๑๘ มิถุนายน มีหลายคดีสำคัญ ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาในวันเดียวกัน

'แก้ไข-ยกเลิก' ม.๑๑๒ = ล้มล้าง

ยุบพรรคการเมืองได้หรือไม่? ประเด็นนี้คงจะสิ้นสงสัยกันไปแล้ว เพราะที่ผ่านมา มีพรรคการเมืองถูกยุบไปแล้วหลายพรรค ด้วยสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป

หนักกว่า 'ยุบ-ไม่ยุบ' ก้าวไกล

พรุ่งนี้อาจได้รู้ครับ... ยุบหรือ ไม่ยุบ พรรคก้าวไกล หรือศาลรัฐธรรมนูญจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันอื่นหลังจากนี้แทน