
ปี 2568 ยังเป็นอีกปีที่ต้องจับตากับทิศทางของเศรษฐกิจไทย เพราะยังมีปัจจัยหลายอย่าง ทั้งบวกและลบ ที่จะเข้ามามีผลกับภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสถานการณ์กดดันจากปัญหาหนี้ครัวเรือน ที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน ความสามารถในการชำระหนี้ ตลอดจนความสามารถในการก่อหนี้ใหม่ที่ถูกจำกัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ภาคธุรกิจเองก็ปฏิเสธได้ยากว่ายังมีอีกหลายปัจจัยที่เข้ามากระทบ ทำให้มีการประเมินว่าภาพรวมสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ของไทยในปีนี้อาจชะลอลง ตามสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังมีข้อจำกัดในการขยายตัว
โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่ได้ออกบทวิเคราะห์ “คาดสินเชื่อระบบแบงก์ไทยปี 2568 เติบโตในระดับต่ำที่ 0.6% ตามสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มขยายตัวในกรอบจำกัด” ซึ่งระบุว่า สินเชื่อระบบแบงก์ไทยในปี 2567 ที่ผ่านมา หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี สะท้อนการปรับตัวที่เกิดขึ้นทั้งในฝั่งผู้กู้และสถาบันการเงินในยุคหลังโควิด-19 โดยยอดคงค้างของสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ (ระบบแบงก์ไทย) มีโอกาสปิดสิ้นปี 2567 ในระดับต่ำกว่าสิ้นปี 2566 หรือหดตัวลงประมาณ 1.8% ซึ่งนับเป็นการหดตัวลงของสินเชื่อเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2553
ทั้งนี้ สินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อรายย่อยอาจหดตัวลงในปี 2567 สอดคล้องกับสัญญาณการฟื้นตัวช้าของภาพรวมเศรษฐกิจไทย หลังจากแรงส่งต่อสินเชื่อรวมทั้งระบบแบงก์ไทยจากสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อรายย่อยเริ่มทยอยถดถอยลงตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/2567 ซึ่งแรงฉุดหลักๆ ของสินเชื่อธุรกิจมาจากการชำระคืนสินเชื่อของธุรกิจขนาดใหญ่ และการลดลงอย่างต่อเนื่องของสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี ขณะที่สินเชื่อรายย่อยก็มีภาพอ่อนแอลงเกือบทุกผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะสินเชื่อสำหรับ Big-Ticket Items ของครัวเรือน ทั้งสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ และสินเชื่อบ้าน ส่วนสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับ (Ploans) หดตัวลงท่ามกลางสัญญาณของปัญหา NPL ที่เพิ่มสูงขึ้น
ส่วนในปี 2568 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า จะยังคงเห็นสินเชื่อของระบบแบงก์ไทยเติบโตอย่างช้าๆ และอยู่ในระดับต่ำ สอดคล้องกับหลายปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในภาพรวม
ทั้งนี้ สินเชื่อธุรกิจมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีกว่าสินเชื่อรายย่อย โดยคาดว่าสินเชื่อธุรกิจอาจพลิกจากที่หดตัวลงตลอดปี 2565-2567 มาขยายตัวได้ที่ราว 1.5% ในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากบรรยากาศการลงทุนของภาคเอกชนและภาครัฐในปีนี้สามารถทยอยกลับมาดีขึ้นกว่าปี 2567 ซึ่งแรงขับเคลื่อนของสินเชื่อธุรกิจอาจเริ่มจากการเริ่มเบิกใช้สินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน และสินเชื่อเพื่อการลงทุนของธุรกิจรายใหญ่ ขณะที่การฟื้นตัวของสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังคงอ่อนแอ ท่ามกลางข้อจำกัดในการฟื้นตัวของธุรกิจ เพราะต้องเผชิญปัญหาเฉพาะหน้า ทั้งกำลังซื้อที่ีอ่อนแอ การแข่งขัน และการฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวม
สำหรับสินเชื่อรายย่อยในระบบแบงก์ไทย คาดว่าจะยังคงมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องในปี 2568 โดยอาจหดตัวลงประมาณ 1% ต่อเนื่องจากที่คาดว่าจะหดตัวลงประมาณ 2% ในปี 2567 เนื่องจากกรอบการฟื้นตัวที่จำกัดของรายได้ในภาคครัวเรือนและภาระหนี้สินที่มีอยู่เดิม มีผลต่อความสามารถในการก่อหนี้ก้อนใหม่ โดยเฉพาะหนี้ที่มีวงเงินต่อสัญญาที่ค่อนข้างสูง เช่น หนี้บ้าน และหนี้รถยนต์
ดังนั้น หากถอยออกมาประเมินภาพที่ใหญ่ขึ้น เป็นสถานการณ์สินเชื่อของระบบแบงก์ไทยในปี 2568 แล้ว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าภาพรวมสินเชื่ออาจเติบโตในระดับต่ำที่ประมาณ 0.6% แม้จะเป็นระดับที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับที่คาดว่าสินเชื่อจะปิดสิ้นปี 2567 ในแดนลบ แต่ก็คงต้องยอมรับว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อในปีนี้ที่ระดับดังกล่าวเป็นระดับที่ไม่สูง และต่ำกว่าอัตราการเติบโตของมูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจ (Nominal GDP Growth) ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากความไม่แน่นอนของแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ไม่เพียงมีผลต่อการเบิกใช้สินเชื่อ และความสามารถในการกู้ยืมของทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน
แต่ยังมีผลต่อการพิจาณาความเสี่ยงด้านเครดิตและการเฝ้าระวังดูปัญหาคุณภาพหนี้ในฝั่งของสถาบันการเงิน หลังสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) และสินเชื่อที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิต (Stage2) ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง.
ครองขวัญ รอดหมวน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เมื่อขยะ(ไม่)ไร้ค่า
ในวันที่โลกกำลังเผชิญกับภาวะความผันผวนของราคาพลังงานจากพิษสงครามในตะวันออกกลาง และวิกฤตขยะล้นเมืองที่กัดเซาะสิ่งแวดล้อมมานานนับทศวรรษ คำถามสำคัญคือ เราจะหาจุดสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานและการจัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร?
บ้านประหยัดพลังงาน
สภาพอาการแปรปรวนที่มาจากปัญหาโลกร้อนนั้น ทำให้ทั่วโลกหันมาให้ความสนใจกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหันมาตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ร่วมกันผลักดันเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้คนต่างหันมาเลือกที่อยู่อาศัยหรือบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จนกลายเป็นเทรนด์รักษ์โลก
ปรับเกมรุกดึงตลาดใกล้
จากวิกฤตในตะวันออกกลางที่ลุกลามส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมการบิน ทำให้ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงและข้อจำกัดด้านเที่ยวบินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวระยะไกลเริ่มชะลอการเดินทาง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้
มองวิกฤตคือโอกาส
ในสภาวการณ์ปัจจุบันที่มีผลกระทบรอบด้านฉุดเศรษฐกิจโลกให้มีการเติบโตที่ชะลอตัว ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐ ที่สร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลกเพราะการสู้รบและทำลายล้างในพื้นที่หลักของการผลิตน้ำมัน รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของผู้บริโภค และกระแสการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน
ถอดบทเรียนแบรนด์ดังดันยอดขายด้วยData
ในยุคที่ “ข้อมูลลูกค้า” คือหัวใจในการเอาชนะความท้าทายที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยต้องเผชิญ ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ต้นทุนที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่เข้มข้น
จับตา'ส่งออกไทย’อ่วมพิษสงคราม
ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักและเป็นจุดเชื่อมโยงของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของการค้าโลก และการเคลื่อนย้ายสินค้าในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

