จาก'ความเสื่อม'ถึง'ความเสมือนจริง'!!!

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้เลยว่า ท่ามกลางความก้าวหน้า ก้าวไกลของ เทคโนโลยี ที่เรียกๆ กันว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) นั้น...สิ่งที่ยึดถือว่าเป็น ความจริง นับวันจะเป็นอะไรที่ยากที่จะพิสูจน์ ยากที่จะแยกแยะ กันได้ง่ายๆ หรือกลายเป็นสิ่งที่ตกอยู่ใน ห้วงอันตราย ชนิดที่ไม่อาจจะยึดมั่น ถือมั่นอะไรได้อีก เพราะมันถูกแทนที่เอาไว้ด้วย ความเสมือนจริง หรือ ความไม่จริง อันไม่ได้ต่างอะไรไปจาก ความเท็จ นั่นแล...

ทั้งที่ในยุคโบร่ำโบราณ...สิ่งที่เรียกว่า ความจริง ต้องถือเป็นสิ่งสำคัญเอามากๆ ไม่ว่าในทางปฏิบัติ หรือในแง่ของ ความเชื่อ ก็ตาม อย่างเช่นความเชื่อของชาวอินตะระเดียนับพันๆ ปีมาแล้ว ต่อกระบวนการ ความเสื่อม ของยุคสมัยต่างๆ ตั้งแต่ สัตตยายุค หรือ กฤดายุค ไล่มาถึง ไตรดายุค ทวาบรยุค จนมาถึง กลียุค หรือยุคที่ ความดี หลงเหลืออยู่เพียงส่วนเดียว ขณะที่ ความชั่ว ขยายตัว ลุกลามไปถึง 3 ส่วน ส่วนที่คงเหลืออยู่ส่วนเดียวและถูกสะท้อนผ่าน สัญลักษณ์ รูป วัวศักดิ์สิทธิ์ ที่เคยมีขาอยู่ 4 ข้าง จนกระทั่งเหลืออยู่เพียงขาข้างเดียว โดยขาที่ยังคงเหลืออยู่นั้น...ก็คือขาข้างที่เรียกว่า ความจริง นั่นเอง...

และด้วย ความจริง ที่เปรียบเสมือนขาที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวนี่แหละ ที่ทำให้เกิด ทางรอด ไปจากช่วง กลียุค จนสามารถฟื้นฟูความดี-ความงาม-และความจริงกลับคืนมาได้ใหม่ อันเนื่องมาจากการผนึกกำลังในการต่อสู้กับบรรดา ความชั่ว ทั้งหลาย ของ พระกัลกี โดยมี ผู้ช่วย ที่สำคัญเอามากๆ อยู่ 2 ราย คือ ธรรมะ (Dharma) และ สัตยา (Satya) ที่มีบุคลิกลักษณะไม่ต่างอะไรไปจากผู้ช่วยของ พระคริสต์ ในพระคัมภีร์ไบเบิล ช่วงที่เสด็จมาในจังหวะวันสิ้นยุค หรือวันพิพากษานั่นเอง นั่นก็คือผู้ที่มีชื่อ ฉายาว่า สัตย์ซื่อและสัตย์จริง...

ส่วนที่มา-ที่ไปของ ธรรมะ และ สัตยา ผู้ช่วยคนสำคัญของ พระกัลกี นั้น ได้ถูกอรรถาธิบายโดยนักปราชญ์ หรือโดยบรรดาพวกพราหมณ์ทั้งหลาย ว่าก็คือผู้ที่ถือกำเนิด ผู้ที่สืบทอดสายเลือดมาจากบรรพบุรุษผู้มีนามต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็น นาย สารัตถะ (Sraddha) หรือถ้าเรียกเป็นภาษาปะกิต ก็คือนาย Faith ผู้ที่เชื่อมั่นและศรัทธาสิ่งที่เป็นแก่น เป็นสาร นาง ลักษมี (Laksmi) หรือนาง Pride ที่สูงส่งไปด้วยชื่อเสียงและเกียรติยศ นาย วินายะ (Vinaya) หรือนาย Good Behavior ผู้ที่ประพฤติดีประพฤติชอบ นาย วยาไวศยะ (Vyavasaya) หรือนาย Perseverance ผู้มีความเพียร ไปจนถึงนาย สันติ (Santi) หรือนาย Peace นาย เกษมะ (Kshema) หรือนาย Prosperity นาย สุขะ (Suka) หรือนาย Enjoyment ที่โดยชื่อแต่ละชื่อต่างสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่เป็นเสมือนสายใยที่ผูกพัน เชื่อมโยง เอาไว้กับ ความจริง นั่นก็คือ ความสุข ความสงบ ความรุ่งโรจน์ และความร่าเริง ฯลฯ ทั้งหลาย ทั้งปวง นั่นเอง...

หรือพูดง่ายๆ ว่า...โดยตัวตนของ ธรรมะ และ สัตยา อันเป็นรากฐานที่มาของ ความจริง นี่เอง คือความต่อเนื่องที่จะนำมาซึ่งความมีแก่นสาระ ชื่อเสียง เกียรติยศ ความประพฤติดีประพฤติชอบ ความเพียร ความสุข ความสงบ ความรุ่งโรจน์ ฯลฯ มาสู่ผู้คน สู่สังคมแต่ละสังคมในแต่ละยุค แต่ละสมัย ต่างไปจากฝ่ายตรงข้ามกับ พระกัลกี และผู้ช่วยทั้ง 2 ราย ที่สืบทอดสายเลือดมาจากผู้ที่น่าเกลียด น่ากลัว เอามากๆ ไม่ว่าไล่มาตั้งแต่ อธรรม (Adhrma) หรือนาย Vice ที่ถือเป็น เมล็ดพันธุ์แห่งความชั่ว ซึ่งติดตัวมากับมนุษย์แต่เริ่มแรก และดันไปอยู่กินเป็นสามี-ภรรยากับนาง มิตะยา (Mithya) หรือนาง Falsehood ที่ขี้ฉ้อตอแหล มีลูกหลานต่อมาเป็นนาย Damba หรือนาย Vanity ที่ช่างไร้สาระ ไร้แก่นสารเสียเหลือเกิน แล้วดันไปแต่งงานกับนาง Maya หรือนาง Illusion ที่มารยาสาไถย ชอบหลอก ชอบลวง อะไรทำนองนั้น ออกลูกมาเป็นนาย โกรธะ (Krodha) หรือนาย Anger ที่ไปมีภรรยาชื่อว่า นาง Himsa หรือนาง Violence ผู้แสนจะกราดเกรี้ยว รุนแรง จนให้กำเนิดบุตรชายที่จะกลายมาเป็นศัตรูตัวร้ายของ พระกัลกี ของ ธรรมะ และ สัตยา ผู้มีนามว่า กาลี (Kali) นั่นเอง...

ด้วยเหตุนี้นี่เอง...ที่ทำให้อะไรก็ตามที่อยู่ตรงข้ามกับความจริง ไม่ว่าจะเป็นการบิดเบน บิดเบือน การประดิษฐ์ ตกแต่ง เพื่อให้ ความเสมือนจริง กลายเป็นสิ่งที่เข้ามาแทนที่ ความจริง ในแบบไหน? อย่างไร? ก็แล้วแต่ จึงเป็นอะไรที่ออกจะน่ารังเกียจ เดียดฉันท์ เอามากๆ ชนิดไม่ต่างอะไรไปจาก เมล็ดพันธุ์แห่งความชั่ว ที่ถูกเพาะ ถูกหว่าน ถูกสืบทอดกันมาตั้งแต่ต้นตระกูลแห่งความชั่ว อย่างนาย อธรรม (Adhrma) เอาเลยก็ว่าได้ ดังนั้น...แม้ว่าความก้าวหน้า ก้าวไกล ของ เทคโนโลยี ชนิดนี้มันจะมีเสน่ห์ น่ารัก น่าประทับใจ น่าหยิบมาใช้เป็น เครื่องมือ ของคนรุ่นใหม่ ยุคใหม่ หรือของโลกสมัยใหม่เพียงใดก็ตามที แต่ถ้ามองจาก ความเชื่อ ของคนโบร่ำโบราณแล้ว มันน่าจะไม่ต่างอะไรไปจากความก้าวหน้า ก้าวไกล ในแบบ ไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี หรือการก้าวไปสู่ ความเสื่อม ทั้งหลาย ทั้งปวง...นั่นแล!!!.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

ความรู้-คู่-คุณธรรม

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที

'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า

จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!

อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า

โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.

เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์