
‘การเกษียณอายุราชการ’ อาจเป็นจุดสิ้นสุดของการทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าภาระทางการเงินจะสิ้นสุดลงตามไปด้วย ตรงกันข้าม! ช่วงเวลาหลังพ้นจากการทำงานกลับเป็นช่วงที่ความมั่นคงทางการเงินถูกทดสอบอย่างแท้จริง เมื่อรายได้ประจำลดลงหรือสิ้นสุดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตยังคงเดินหน้าต่อไป ทำให้ ‘เงินออมเพื่อวัยเกษียณ’ ไม่ใช่เพียงเรื่องของการมีเงินก้อนในวันที่พ้นจากราชการ แต่คือการสร้างหลักประกันให้เพียงพอต่อการดำเนินชีวิตในระยะยาว
โจทย์ดังกล่าวยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในสภาพแวดล้อมที่เศรษฐกิจและตลาดการลงทุนกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อายุขัยของประชากรที่ยาวนานขึ้น ความผันผวนของตลาดการเงิน ตลอดจนความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ล้วนทำให้การวางแผนเพื่อวัยเกษียณไม่สามารถพึ่งพาการออมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยทั้งระยะเวลาในการสะสมเงิน การจัดสรรสินทรัพย์ที่เหมาะสม และการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันความแตกต่างของรายได้ ภาระทางการเงิน และพฤติกรรมการออมของแต่ละบุคคล ก็ทำให้การบริหารเงินเพื่อเกษียณจำเป็นต้องก้าวจากแนวคิด รูปแบบเดียวสำหรับทุกคน ไปสู่การออกแบบที่ตอบโจทย์สมาชิกแต่ละกลุ่มมากขึ้น
ในอีกด้านหนึ่ง เงินออมเพื่อการเกษียณจำนวนมหาศาลยังมีความหมายมากกว่าความมั่นคงของสมาชิก เพราะเมื่อถูกนำไปลงทุน เงินก้อนดังกล่าวสามารถทำหน้าที่เป็นแหล่งทุนระยะยาวให้กับระบบเศรษฐกิจ และมีส่วนสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจ ตลาดทุน และการพัฒนาประเทศ ดังนั้น บทบาทของสถาบันที่บริหารเงินออมเพื่อวัยเกษียณจึงอยู่บนโจทย์สองด้านที่ต้องเดินไปพร้อมกัน คือ การสร้างผลตอบแทนและบริหารความเสี่ยงเพื่อประโยชน์ของสมาชิก ขณะเดียวกันต้องรักษาความรับผิดชอบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ภายใต้โจทย์ที่ซับซ้อนขึ้นนี้ การเปลี่ยนผ่านของผู้นำและทิศทางการบริหารองค์กรจึงเป็นอีกจังหวะสำคัญที่ต้องจับตา โดยเฉพาะเมื่อ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กำลังเผชิญคำถามที่มากกว่าการบริหารผลตอบแทนจากเงินลงทุน แต่รวมถึงการทำให้สมาชิกมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมกับเส้นทางการเงินของตัวเองมากขึ้น พร้อมยกระดับการบริหารจัดการให้เท่าทันทั้งความเปลี่ยนแปลงของตลาดการลงทุน เทคโนโลยี และความเสี่ยงรูปแบบใหม่
จากโจทย์ดังกล่าว ทิศทางการขับเคลื่อน กบข. ภายใต้การเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการคนใหม่อย่าง ศรพล ตุลยะเสถียร จึงน่าจับตาว่าจะวางสมดุลระหว่าง ‘ความมั่นคงของสมาชิก ประสิทธิภาพการลงทุน’ และ ‘บทบาทต่อเศรษฐกิจประเทศ’ อย่างไร โดยเฉพาะในวันที่การบริหารเงินเกษียณกำลังเปลี่ยนจากการทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ดูแลเงินออม ไปสู่การเป็นผู้จัดการความมั่นคงทางการเงินระยะยาวที่ต้องเข้าใจทั้งพฤติกรรมของสมาชิกและความเปลี่ยนแปลงของโลกการลงทุนมากขึ้น
ศรพล ตุลยะเสถียร ในการเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คนที่ 8 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2569 ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด ‘สร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับข้าราชการไทยและประเทศชาติ’ โดยมุ่งยกระดับการลงทุนมืออาชีพ ดูแลสมาชิกอย่างเข้าใจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยั่งยืน

สำหรับข้อมูลปัจจุบัน สมาชิก กบข.ที่เกษียณอายุราชการได้รับเงินก้อนจากกองทุนเฉลี่ยประมาณ 1-1.5 ล้านบาท ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ สะท้อนให้เห็นว่าสมาชิกจำนวนมากยังมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ซึ่งเส้นทางสู่เกษียณมั่นคง ต้องเริ่มจากการออมให้เร็ว ออมให้เพียงพอ และเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้มีเงินออมที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างยั่งยืน
กบข.จึงได้กำหนดแนวทางการบริหารงานในระยะต่อไป โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับการดูแลสมาชิก สร้างระบบนิเวศข้อมูลการเงิน (Financial Data Ecosystem) เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานพันธมิตรที่สำคัญ อาทิ กระทรวงการคลัง บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อนำข้อมูลมาสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินและความต้องการของสมาชิกแต่ละกลุ่ม สู่การออกแบบบริการและคำแนะนำที่ตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ กบข.ยังมีแนวคิดผลักดันการปรับปรุงกฎหมายขยายสิทธิ์ทางเลือกการบริหารเงินเพื่อวัยเกษียณ (ออมต่อ) สำหรับอดีตสมาชิก และข้าราชการบำนาญ สามารถนำส่งเงินเข้ามาออมกับ กบข.ได้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวและลดความเสี่ยงจากภัยมิจฉาชีพทางการเงิน
สำหรับด้านการลงทุน จากสถานการณ์การลงทุนในปัจจุบันที่มีความซับซ้อนและผันผวนมากขึ้น ทั้งปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ส่งผลให้ประสิทธิภาพของการกระจายความเสี่ยงสินทรัพย์ลดลง กบข.จึงจำเป็นต้องศึกษาการพัฒนา แนวทางการจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์รูปแบบใหม่ (Total Portfolio Approach: TPA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่เหมาะสมให้แก่สมาชิก

“ปัจจุบัน กบข.ได้เริ่มนำแนวคิด Hybrid TPA มาประยุกต์ใช้แล้ว และจะเดินหน้ายกระดับกระบวนการลงทุนให้มีความยืดหยุ่นและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกมากยิ่งขึ้น” ศรพล กล่าว
พร้อมกันนี้ กบข.จะมุ่งยกระดับบทบาทสู่ผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน (ESG Leadership) ผ่านการขับเคลื่อนแนวทาง Active Ownership และบูรณาการหลัก ESG เข้ากับกระบวนการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้สมาชิก ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนของประเทศ
ขณะเดียวกัน จะเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรพร้อมก้าวสู่อนาคต (Data & AI Organization) ด้วยการวางฐานข้อมูล พัฒนาคนและสร้างวัฒนธรรมองค์กร โดยนำ AI มาใช้ในการประมวลผลในงานด้านลงทุน บริการสมาชิก และเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร เพื่อให้ทำงานรวดเร็ว ลดงานซ้ำซ้อนและความผิดพลาด พร้อมทั้งช่วยให้ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น
กบข.จะเป็นมากกว่าผู้บริหารเงินออมเพื่อการเกษียณ แต่จะเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงทางการเงินระยะยาวของสมาชิกและประเทศ เราจะขับเคลื่อนองค์กรด้วยความเข้าใจสมาชิก การลงทุนอย่างมืออาชีพ และการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพื่อให้สมาชิกทุกคนมีเส้นทางสู่การเกษียณที่มั่นคง พร้อมทำให้เงินลงทุนของ กบข.เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ
ท้ายที่สุดแล้ว โจทย์ของ กบข.ในระยะต่อไปจึงอาจไม่ได้วัดกันเพียงว่า ‘ลงทุนได้ผลตอบแทนเท่าไร’ แต่ต้องวัดจากความสามารถในการเปลี่ยนเงินออมของสมาชิกให้กลายเป็น ‘ความมั่นคงหลังเกษียณ’ ที่เพียงพอและยั่งยืน ท่ามกลางโลกการเงินที่ผันผวนและความเสี่ยงที่ซับซ้อนขึ้น การยกระดับข้อมูล เทคโนโลยี และกลยุทธ์การลงทุน จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร หากแต่เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้กับสมาชิกในระยะยาว
จากผู้บริหารเงินออมเพื่อการเกษียณ กบข. จึงกำลังขยับไปสู่บทบาทที่กว้างกว่าเดิม นั่นคือ การเป็นกลไกสร้าง Financial Resilience ให้ทั้งสมาชิกและเศรษฐกิจไทย ซึ่งความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่า กบข.จะสามารถทำให้เงินออมวันนี้กลายเป็นหลักประกันของชีวิตในวันที่สมาชิกพ้นจากการทำงานได้มากเพียงใด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปักหมุด‘อ่างทอง’เมืองรองสุดเจ๋ง เปิดตำแหน่งพระองค์ใหญ่ติดอันดับโลก-พระตำหนักในตำนาน
ท่ามกลางความงดงามของดอยสูง ทิวเขา และหมู่บ้านริมน้ำหรือหมู่บ้านชาวประมงที่อาศัยอยู่บนแพอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนเหมือนทะเลสาบขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยสัตว์น้ำหลากหลายชนิด
พลังงานสะอาดเป็นได้มากกว่าแค่แสงสว่าง GULF ชวนชี้พิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า ติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่มีค่าใช้จ่าย
ท่ามกลางความงดงามของดอยสูง ทิวเขา และหมู่บ้านริมน้ำหรือหมู่บ้านชาวประมงที่อาศัยอยู่บนแพอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนเหมือนทะเลสาบขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยสัตว์น้ำหลากหลายชนิด
KSLถอดบทเรียนจากวิกฤตสู่การเติบโต ปักหมุดผู้นำอุตฯความหวานชู‘อ้อย’ อนาคตพลังงานหมุนเวียนไทย
อุตสาหกรรมน้ำตาลไทยเป็นสินค้าเกษตรและส่งออกสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งไทยเองครองอันดับผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ของโลก บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL
ปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ทายาทรุ่นที่ 3 CIVIL สู้ไม่ถอย กัดไม่ปล่อย แรงขับเคลื่อนองค์กรฝ่าวิกฤตเติบยั่งยืน
ในโลกธุรกิจ ไม่มีใครรู้ว่าวิกฤตครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่เมื่อความไม่แน่นอนเกิดขึ้น องค์กรที่อยู่รอดมักเป็นองค์กรที่เตรียมตัวไว้ก่อนแล้ว ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด
‘กสิณพจน์ รอดโค’เล่าที่มาจากกัปตันการบินไทยเจอวิกฤตโควิด-19 ผันตัวเองตั้งบริษัทต่อยอดงานที่รักปลุกกระแส‘ซีเพลน’ให้บริการนักท่องเที่ยว
ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง "ซีเพลน" หรือเครื่องบินน้ำ กำลังก้าวขึ้นเป็นธุรกิจแห่งอนาคตที่น่าจับตาของประเทศไทย หลังรัฐบาลผลักดันการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่และเปิดทางให้เกิดการให้บริการเชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
‘เอมโอชา’ปลุกเสน่ห์อาหารไทยด้วยไอเดียใหม่ ชูนวัตกรรมน้ำพริกไทยสยายปีกสู่ตลาดโลก
“เรานำเสนออาหารไทยในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่และผู้บริโภคทั่วโลกเข้าถึงได้ง่ายที่สุด โดยที่เราไม่เคยลดทอนความเป็นไทย แต่เราเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงความเป็นไทยแทน

