ศูนย์จีโนมฯ เผยบริษัทยากำลังเร่งผลิตวัคซีน mRNA เข็มเดียวใช้ทั้งโควิด-หวัดใหญ่

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์เผย ม.กลาสโกว์ได้ศึกษาไวรัสไฮบริด ซึ่งผสมโควิดและไข้ไหวัดใหญ่แล้ว แต่แค่อยู่ในห้องปฏิบัติการ เผยผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่เตรียมคลอด 1 เข็มครอบจักรวาลป้องกันไวรัสครอบคลุม

27 ต.ค.2565 - ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า น่ากังวลหรือไม่กับ “ไวรัสไฮบริด” อันเกิดจากการหลอมรวมระหว่างอนุภาคไวรัสสองประเภทคือ “ไวรัสอาร์เอสวี” และ “ไวรัสไข้หวัดใหญ่” เข้าด้วยกันโดยพบว่าสามารถหลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกันต่อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ดี

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ ในประเทศอังกฤษได้ทดลองนำไวรัสสองประเภทคือ ไวรัสอาร์เอสวี (RSV: Respiratory Syncytial Virus) และไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นอาร์เอ็นเอไวรัสทั้งคู่ (ภาพ1) เข้ามาเลี้ยงรวมกันกับเซลล์ปอดที่เพาะเลี้ยงในหลอดทดลองเดียวกัน ปรากฏว่าแทนที่ไวรัสทั้งสองประเภทจะแย่งชิงแทรกตัวเข้าสู่เซลล์ปิดโอกาสไวรัสอีกประเภทที่จะตามเข้าเซลล์มา ดังเช่นในกรณีของไวรัสโคโรนา 2019 แต่กลับพบว่าผนังของอนุภาคของไวรัสอาร์เอสวีและไวรัสไข้หวัดใหญ่ มีการหลอมรวมกันโดยมีจีโนมแยกจากกัน กลายเป็นไวรัสลูกผสมชนิดใหม่ มีรูปร่างคล้ายต้นปาล์ม – โดยไวรัส RSV ดูเสมือนเป็นลำต้น ส่วนใบมาจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ (ภาพ2) โดยรูปสัณฐานเดิมของอนุภาคไวรัส RSV เมื่อมองผ่านกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนจะพบว่ามีหลากหลายรูปแบบ เช่น ทรงกลม ทรงเรียวยาว และทรงไม่สมมาตร ในขณะที่ไวรัสไข้หวัดใหญ่ ส่วนใหญ่จะมีสัณฐานเป็นทรงกลมหรือทรงรี (ภาพ3)

จากการทดสอบในหลอดทดลองพบว่าไวรัสลูกผสมระหว่างไวรัส RSV และไวรัสไข้หวัดใหญ่ เข้าถึงเซลล์เป้าหมายได้หลากหลายขึ้น เพราะเดิมไวรัสไข้หวัดใหญ่จะแพร่ติดต่อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่นเซลล์จมูก ลำคอ และหลอดลม ในขณะที่ ไวรัส RSV จะเข้ารุกรานระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง เซลล์หลอดลมและปอด อันเป็นสาเหตุสำคัญของโรคปอดบวมในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและเสียชีวิตหลายพันคนในแต่ละปี แต่ไวรัสลูกผสมที่เกิดขึ้นในหลอดทดลองหากสามารถมาระบาดในคนคาดว่าน่าจะสามารถติดเชื้อได้ทั้ง จมูก ลำคอ หลอดลม และ ปอด ทำให้ผู้ติดเชื้อไวรัสลูกผสมอาจมีการติดเชื้อที่มีอาการรุนแรงมากกว่าที่ติดเชื้อไวรัส RSV หรือไวรัสไข้หวัดใหญ่เพียงประเภทใดประเภทหนึ่ง

ไวรัสลูกผสมสามารถแพร่เชื้อไปยังเซลล์ข้างเคียงได้แม้ในบริเวณนั้นมีแอนติบอดีต่อไวรัสไข้หวัดใหญ่ซึ่งปรกติจะสามารถขัดขวางการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เข้าสู่เซลล์ได้ ภายใต้กล้องจุลทรรศน์นักวิจัยสังเกตเห็นแอนติบอดีจับติดกับเปลือกนอกของไวรัสลูกผสมบริเวณที่เป็นส่วนของไวรัสไข้หวัดใหญ่ แต่ไวรัสลูกผสมยังสามารถใช้โปรตีนเปลือกนอกในส่วนของไวรัส RSV ที่อยู่ใกล้เคียงกันในการเกาะกับผิวเซลล์ปอดและแทรกตัวเข้าสู่เซลล์ได้อยู่ดี แสดงให้เห็นว่าอนุภาคไวรัสไฮบริดได้อาศัยส่วนเปลือกของไวรัส RSV ที่ไม่มีแอนติบอดีมาบล็อกเป็นเสมือนม้าโทรจันนำไวรัสไข้หวัดใหญ่หลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันเข้าสู่เซลล์

แต่อย่าเพิ่งด่วนกังวล เพราะเราพบไวรัสลูกผสมเพียงในห้องปฏิบัติของมหาวิทยาลัยกลาสโกว์เท่านั้น ยังไม่มีรายงานว่าตรวจพบไวรัสลูกผสมลักษณะนี้ก่อโรคในมนุษย์

นอกจากนี้บริษัทผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่กำลังเร่งผลิตวัคซีนชนิด mRNA ที่เป็นวัคซีนรวม (combined vaccine) ระหว่างไวรัสโคโรนา 2019-ไวรัสไข้หวัดใหญ่-ไวรัส RSV ในการฉีดเพียงเข็มเดียวให้กับเด็กเล็กและผู้สูงอายุเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางระบบทางเดินหายใจอันเนื่องมาจากไวรัส โดยจะเริ่มทำการวิจัย(ในคน)ระยะที่หนึ่ง (Clinical Trial phase I) ปลายปี 2565 ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้นในสัตว์ทดลองพบว่าสามารถกระตุ้นภูมิกันต่อไวรัสทั้งสามประเภทได้สูงเป็นที่น่าพอใจไปพร้อมกัน อันคาดว่าน่าจะสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสลูกผสมระหว่างไวรัสโคโรนา 2019-ไวรัสไข้หวัดใหญ่-ไวรัส RSV ได้ด้วย

ดังนั้นการระบาดของเชื้อไวรัสลูกผสมหากเกิดขึ้นในอนาคตอาจจะยากที่จะติดต่อในเด็กที่ได้รับการฉีดวัคซีนรวม (combined vaccine) ระหว่างไวรัสโคโรนา 2019-ไวรัสไข้หวัดใหญ่-ไวรัส RSV
https://www.nature.com/articles/s41564-022-01242-5
https://www.theguardian.com/.../immune-system-evading...
https://www.pharmacytimes.com/.../combination-flu-covid...

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'หมอนิธิพัฒน์' ติงการรณรงค์ฉีดวัคซีนหายซ้ำร้ายหาที่ฉีดยาก!

'หมอนิธิพัฒน์' เผยตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดพุ่งพรวด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง คาดตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ชี้การรณรงค์ฉีดเงียบเหงา ซ้ำร้ายการอำนวยความสะดวกหดหาย

ทำความรู้จัก 'ซุปโอมิครอน' ไวรัสโควิดยุคโรคประจำถิ่น!

'ศูนย์จีโนมทางการแพทย์' แจงทำไมถึงเรียกซุปโอมิครอน ชี้เนื่องจากไวรัสกลายพันธุ์จำนวนมากในยุคการเป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งเหมือนองค์ประกอบของซุป โดยแต่ละภูมิภาคของโลกจะระบาดแตกต่างกัน!

WHO แจ้งข่าวดี! อัปเดตโควิด 'XBB - BQ.1'

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊กว่า ข่าวดี! องค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงอัปเดตสถานการณ์การระบาดของโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย XBB และ BQ.1

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงรับทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาปรัชชาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพฤกษศาสตร์

25 ต.ค.2565 - มหาวิทยาลัยมหิดล ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพฤกษศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2564 แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ศูนย์จีโนมฯ แจงโควิด 6 พันธุ์ย่อยกำลังระบาด พบในไทยแล้ว 3 สาย

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Center for Medical Genomics” ว่า นักวิจัยทั่วโลกได้ร่วมกันถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของไวรัสโคโรนา 2019

โควิด '4 สายพันธุ์ย่อย' ระบาดแทนที่ BA.5 สิ้นปีนี้

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Center for Medical Genomics” ว่า จากการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกมาตลอด 3 ปี