'เชียงใหม่' ส่อวิกฤต! เตียงผู้ป่วยโควิด 'ส้ม-แดง' แน่น

คณะแพทยศาสตร์ มช. ห่วงโควิด-19 ระบาดหนัก นำทีมบุคลากร รพ.มหาราชฯ ออกมาตรการเชิงรุก นำร่องโครงการ Home Isolation ยอมรับเริ่มหนักเตียงแน่นผู้ป่วยเพิ่มทุกวัน

10 พ.ย.2564 - โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยังพร้อมรับสถานการณ์ โควิด-19 รับดูแลผู้ป่วยระบบในหอผู้ป่วยโควิด ICU หอผู้ป่วย Cohort Ward และโรงพยาบาลสนามในความดูแล พร้อมนำทีมแพทย์ทำงานเชิงรุก นำร่อง Home Isolation ควบคู่กับการเร่งรณรงค์ให้ชาวเชียงใหม่เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ครบ 100 %โดยเร็ว

โดย​ศาสตราจารย์เชี่ยวชาญพิเศษ นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์โควิด-19 ในจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนี้ยังไม่น่าไว้วางใจ มีการแพร่ระบาดเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ให้ความเป็นห่วง โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยอาการหนัก และอัตราการครองเตียงในภาพรวมของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสิ่งที่จะช่วยลดสถานการณ์​ได้ส่วนหนึ่งคือความร่วมมือในการเฝ้าระวังของประชาชนและการรับวัคซีน​ครบ​ 100​ % โดยภายในเดือนพฤศจิกายนนี้จะมีวัคซีนเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่อีก 7 แสนโดส เพื่อให้ชาวเชียงใหม่ได้ฉีดวัคซีนครบทั้ง 100 % ซึ่งจะช่วยให้วิกฤตโควิดคลี่คลายได้ในระยะยาว มีผลให้จำนวนผู้ป่วยหนักจะลดลง และโอกาสที่ทำให้สถานการณ์ในจังหวัดเชียงใหม่ดีขึ้นในระยะเวลารวดเร็วด้วย

ด้าน ผศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ กล่าวถึงภารกิจรับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับโควิด-19 ที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ขณะนี้ว่า มีหลายภารกิจ ทั้งคลินิกตรวจผู้ป่วยที่เข้าข่ายป็นโรคโควิด ซึ่งเป็นส่วนที่ดูแลการตรวจเชิงรุก หรือใช้ตรวจติดตาม โดยเป็นการตรวจ swab จมูก ซึ่งให้บริการในภาคประชาชน และบุคคลที่มีความเสี่ยง ภารกิจสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การเตรียมพร้อมบริหารจัดการเตียงและดูแลผู้ป่วยติดเชื้อฯ เคสอาการหนัก (สีส้มและสีแดง) โดยสถานการณ์ขณะนี้ถือว่ากำลังอยู่ในช่วงวิกฤต เตียงที่ใช้รองรับผู้ป่วยหนัก เริ่มไม่เพียงพอแล้ว เนื่องจากแนวโน้มผู้ป่วยหนักเริ่มมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นทุกวันตามจำนวนของผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง​เวลานี้​ ในส่วนของโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ ล่าสุดเตียงที่รับผู้ป่วยเต็มทั้ง 10 เตียง โดยเป็นคนไข้หนักกลุ่มสีแดงทั้งหมด ตึกนิมมานเหมินท์-ชุติมา (ตึกโรคปอด) มีทั้งหมด 11 เตียง ขณะนี้เต็มเช่นเดียวกัน ส่วนโรงพยาบาลสงฆ์ แห่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ มี 24 เตียง ขณะนี้ว่างเพียง 2 เตียง ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในความดูแลของ รพ.มหาราชฯกำลังเข้าระดับวิกฤตของเตียง

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เผยอีกว่า ขณะนี้โรงพยาบาลฯ ได้นำทีมแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ จัดทำโครงการ Home Isolation เพื่อดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิดอีกทางหนึ่ง โดยหลักการสำคัญคือ การแยกกักตัวผู้ติดเชื้อฯ และรักษาที่บ้าน

"ขณะนี้คณะแพทยศาสตร์ มช. ได้เริ่มทำ Home Isolation โดยดำเนินการรับผิดชอบในเขตอำเภอเมือง เพราะเป็นพื้นที่ในเขตการรักษาพยาบาลของ รพ.มหาราช โดยรับผู้ป่วยติดเชื้อ Covid-19 ผู้ป่วยที่ไม่สามารถทำ Home Isolation คือผู้สูงอายุ(อายุมากกว่า 60 ปี) ผู้ที่ป่วยด้วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง เพราะมีความเสี่ยงสูง

สำหรับโครงการ Home Isolation ผู้ป่วยที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ดูแลจะเป็นผู้ป่วยที่พำนักในเขตอำเภอเมือง จ.เชียงใหม่ ไม่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค ซึ่งประกอบด้วย โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โดยมีอาการไม่รุนแรง และมีสมาร์ทโฟน (หรือมีผู้อื่นในบ้านที่มีสมาร์ทโฟน) สามารถเข้าระบบดูแลที่บ้านได้ (Home Isolation) โดยเมื่อพบว่าตัวเองป่วยจากโควิด-19 ให้แจ้ง Call Center ของ รพ. มหาราชนครเชียงใหม่ หมายเลข 053-934678 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีช่องทางการประสานผ่าน call center ของ สปสช. ที่หมายเลข 1330 ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลโดยทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ผู้ป่วยจะได้รับปรอทวัดไข้ และเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วมือ ยาฟาวิพิราเวียร์ สำหรับรักษาการติดเชื้อโควิด-19 และยาพื้นฐานอื่นๆ เพื่อช่วยบรรเทาอาการ ผู้ป่วยต้องวัดและส่งข้อมูลผลการวัดอุณหภูมิในร่างกาย ระดับความอิ่มตัวของ ออกซิเจน ชีพจร เข้ามาผ่านระบบ application ข้อมูลจะส่งเข้ามาที่ศูนย์บัญชาการ ทีมแพทย์ผู้รักษาประเมินอาการจากผลการตรวจวัดที่ได้รับ หากพบอาการผิดปกติ จะได้รับการประเมินอาการด้วย Chat , VDO call และโทรศัพท์ติดตามอาการ โดยขณะทำการรักษาแบบ Home Isolation ผู้ป่วยจะได้รับอาหาร 3 มื้อ (ส่งโดยไรเดอร์) หากมีอาการเปลี่ยนแปลงที่บ่งชี้ว่าติดเชื้อลงปอด จะทำการประเมินประสานส่งต่อเข้ารับการรักษาตัว เมื่อรักษาตัวครบ 10 วัน ก็จะสามารถออกจากการดูแลตัวเองที่บ้าน และใช้ชีวิตตามปกติได้ ซึ่งโครงการ Home Isolation ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดังกล่าว จะสามารถเป็นโครงการแบบอย่างให้หน่วยงานอื่น ทั้งภาครัฐและเอกชน นำไปเป็นแนวทางการจัดทำมาตรการ Home Isolation ของจังหวัดเชียงใหม่ในระยะต่อไป.

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘วธ.’ ทำจดหมายเหตุ โควิดระบาดในไทย!

กระทรวงวัฒนธรรมจัดทำจดหมายเหตุการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในไทย บันทึกลำดับเหตุการณ์สำคัญ บอกเล่าความร่วมมือร่วมใจของคนไทยจนสามารถผ่านวิกฤตครั้งใหญ่

23 ก.ย.นี้ 'ศบค.' ถกแนวปฏิบัติรับการถอดโควิดจากโรคติดต่ออันตราย

'สธ.' ออกประกาศ 1 ต.ค.เป็นต้นไป ยกเลิกโควิด-19 จากโรคติดต่ออันตรายให้เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ศบค. 23 ก.ย.นี้เตรียมพิจารณาแนวปฏิบัติรองรับ

วัคซีนได้ผล สถานการณ์โควิดดีขึ้น ‘หมอยง’ ชี้จะเริ่มน้อยลงตั้งแต่วันนี้

สถานการณ์ของโรคโควิด 19  ดีขึ้นมาโดยตลอด จากการประเมินในภาพรวม มีผู้ได้รับวัคซีนไปแล้ว 2 เข็ม ร้อยละ 80  3 เข็มกว่าร้อยละ 40