สรุปสถานการณ์ 'แม่น้ำโขง' ส่งท้ายปี 2566

30 ธ.ค.2566 - นางสาวเพียรพร ดีเทศน์ เลขาธิการมูลนิธิแม่น้ำนานาชาติ สรุปย่อสถานการณ์แม่น้ำโขงในเดือนธันวาคม 2566 ว่า แม่น้ำโขงตอนบน หรือ หลานชางเจียง ถูกกั้นไว้เรียบร้อยแล้วโดยเขื่อน 13 แห่งในจีน-ยูนนาน ความเปลี่ยนแปลงมหาศาลนั้นเกิดตั้งแต่เขื่อนแรกๆ ควบคุมสายน้ำ คือเขื่อนมานวาน และต้าเฉาชาน ที่ใช้งานเกือบ 25 ปีแล้ว และบริษัทจีนก็เดินหน้าสร้างเขื่อนขั้นบันได cascade dams อย่างไม่มีหยุด โดยในแผนวางไว้มากถึง 28 เขื่อน ขึ้นไปจนถึงทิเบต

ผู้แทนสถานทูตจีนพูดในเวทีที่เชียงของเร็วๆ นี้ว่า จีนมีสัดส่วนปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงเพียง 13.5% แต่นั่นเป็นตัวเลขรวมปริมาณน้ำโขงทั้งปีที่ไหลออกสู่ทะเลจีนใต้ที่เวียดนาม ในขณะที่ในฤดูแล้งที่พรมแดนไทยลาว ณ สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงระบุว่าสัดส่วนปริมาณน้ำจากจีนมากถึง 90% ดังนั้นสถานการณ์ น้ำโขงขึ้น-ลงผิดฤดูกาล และ“น้ำท่วมหน้าแล้ง น้ำแห้งหน้าฝน” จากการควบคุมโดยเขื่อนในจีนจึงส่งผลร้ายแรงต่อแม่น้ำโขงตอนล่างโดยตรง

ที่เสียหายมากคือ วัฎจักรน้ำท่วม-น้ำแล้ง ที่เป็นนิเวศบริการสำคัญของแม่น้ำโขง ต้องผิดฤดูกาลไปเนื่องจากเขื่อนควบคุมน้ำไว้

ในฤดูแล้ง ตามธรรมชาติแม่น้ำโขงจะลดระดับลง เกาะแก่งต่างๆ เป็นที่อาศัยของพืชและสัตว์ นกอพยพ ฯลฯ ตามหาดหินก็มี “ไก” สาหร่ายแม่น้ำโขงที่เป็นรายได้สำคัญของชาวบ้าน เมื่อถึงฤดูฝน น้ำโขงและลำน้ำสาขาก็จะสูงขึ้น เอ่อท่วมสองฝั่งน้ำ รวมถึงพื้นที่ชุมน้ำ wetlands ต่างๆ ช่วงนี้เองที่สำคัญมากต่อการอพยพของปลาที่ว่ายจากตอนล่างรวมทั้งทะเลสาบเขมร ว่ายขึ้นมาวางไข่ที่ตอนบน การศึกษาของ World Fish Centre ระบุว่าปริมาณปลาแม่น้ำโขงที่อพยพนั้นเคยวัดได้มากถึง 50 ตันต่อชั่วโมง

โจทย์ตอนนี้คือ จีนและประเทศท้ายน้ำจะบริหารเขื่อนเป็นสิบๆ แห่งนี้อย่างไรให้สอดคล้องกับฤดูกาลและความต้องการของท้ายน้ำ ตามที่จีนพูดเสมอว่า “ดื่มน้ำจากแม่น้ำสายเดียวกัน”

ความเสียหายของแม่น้ำโขงเวลานี้สาเหตุหลักไม่ใช่แค่เขื่อนจีนเท่านั้น แต่ทุนไทยก็เข้าไป “ยำ”แม่น้ำโขงเช่นเดียวกัน

แม่น้ำโขงตอนล่าง ขณะนี้มีเขื่อนกั้นแล้ว 2 แห่ง คือเขื่อนไซยะบุรี และดอนสะโฮง อยู่ในแผน 11 โครงการเขื่อน

3 เขื่อนล่าสุดบนแม่น้ำโขงในลาวที่ไทยมีส่วนเกี่ยวข้อง คือเขื่อนหลวงพระบาง เขื่อนปากลาย และเขื่อนปากแบง ที่รัฐบาลไทย โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า PPA กับ 3 บริษัทเขื่อนโดยมีอายุสัญญายาวนานถึง 29-35 ปี ทั้งๆ ที่ไทยมีปริมาณไฟฟ้าสำรองมหาศาล

ข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 กฟผ.มีกำลังผลิตตามสัญญาของระบบ 49,513.79 เมกะวัตต์ (MW) ในขณะที่ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดของระบบ กฟผ. เดือนพฤศจิกายน เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 มีค่าเท่ากับ 29,055.70 MW

แล้วเรายังเดินหน้ารับซื้อไฟฟ้าเพิ่มจากโรงไฟฟ้าเอกชน จากเขื่อนแม่น้ำโขง เพื่ออะไร เพื่อใคร?

ผู้บริหารบริษัทเขื่อนให้สัมภาษณ์ว่า ไฟฟ้าพลังน้ำนั้นราคาถูก ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง เป็นพลังงานสะอาด

นั่นเป็นเพราะบริษัทเขื่อนไม่เคยต้องจ่ายต้นทุนความเสียหายของธรรมชาติ ระบบนิเวศ และเศรษฐกิจ วิถีชีวิตของชุมชนริมโขงอีกหลายสิบล้านคน

แล้วจะเรียกไฟฟ้าจากเขื่อนว่าพลังงานสะอาดได้อย่างไร?

ต้นทุนนี้ยังหมายถึงค่าไฟฟ้าที่ผูกมัดให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกรายต้องจ่าย ในสัญญากับกฟผ.แบบ take or pay “ไม่ใช้ก็ต้องจ่าย”

ในขณะที่เทคโนโลยีพลังงทางเลือกกำลังถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและมีราคาถูกลงทุกวัน แต่ผู้ใช้ไฟฟ้าชาวไทยกลับยังต้องจ่ายให้แก่โรงไฟฟ้าเอกชน-เขื่อนแม่น้ำโขงไปอีก 3 ทศวรรษ

นักข่าวฝรั่งโทรถามวันก่อนว่า โครงการเขื่อนภูงอย ที่ลาวใต้ บริษัทไทยเข้าร่วมด้วย จะได้ลงนามสัญญาขายไฟกับไทยมั้ย ในขณะที่ไทยไม่ได้ต้องการไฟฟ้าเพิ่มแล้ว

ตอบไปว่า อะไรก็เกิดได้ทั้งนั้น เท่าที่เห็นคือ สัญญาซื้อไฟฟ้าขณะนี้ขับเคลื่อนด้วยอิทธิพลของเอกชน/บริษัทพลังงาน ไม่ใช่ด้วยความจำเป็นด้านพลังงาน หรือการจัดหาไฟฟ้าให้แก่ประชาชน และยังมีการขายไฟฟ้าลาว-สิงคโปร์ ผ่านสายส่งของไทย

ไทยกำลังเป็นผู้เล่นหลักของแม่น้ำโขง จะทำอย่างไรให้ไทยมีบทบาทต่อแม่น้ำโขงและภูมิภาคอย่างรับผิดชอบ และไม่เอื้อประโยชน์เอกชนรายใหญ่เท่านั้น?

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

น้ำโขงวิกฤต ระดับน้ำเพิ่มสูง เอ่อทะลักท่วมบ้าน ขนย้ายสัตว์เลี้ยง-กระสอบข้าว หนีจ้าละหวั่น

สถานการณ์อุทกภัยจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และประเทศลาวตอนบน ทำให้ฝนตกหนักถึงหนักมาก เกิดน้ำไหลหลากในหลายพื้นที่ของ จ.นครพนม โดยมีรายงานว่า ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน ซึ่งเป็นจุดลำน้ำสงครามไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง มีระดับน้ำสูงขึ้นเกิดจากน้ำโขงหนุน ไม่สามารถไหลลงได้ จึงเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ชาวบ้านได้เคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง เช่น โค กระบือ และสุกรไปอยู่ที่อื่นเป็นการชั่วคราว บางบ้านต้องขนกระสอบข้าวเปลือกหนีน้ำ

'ทรงศักดิ์' จี้ กต. ประสานจีน ให้แจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนปล่อยน้ำจากเขื่อน ต้นเหตุน้ำโขงขึ้นลงผิดธรรมชาติ

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับมืออุทกภัยน้ำท่วมพื้นที่ภาคอีสานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มอบให้รองนายกฯแต่ละคนไปกำกับดูแลน้ำแต่ละพื้นที่ ตนกำกับดูแลในพื้นที่อีสาน 20 จังหวัด

'เท้ง' ฝาก 'อนุทิน' คุย 'มิน อ่อง หล่าย' 5 มาตรการแก้มลพิษข้ามพรมแดน

'เท้ง' ชง 5 มาตรการแก้ปัญหามลพิษน้ำข้ามพรมแดน ถึง 'อนุทิน' ก่อนพบ 'มิน อ่อง หล่าย' แนะมอบ 'สีหศักดิ์' รับผิดชอบหลัก ฝ่ายค้านติดตามความคืบหน้าทุกไตรมาส

เปิดนิทรรศการ 'แม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง' สัมผัสเสน่ห์มรดกโลกเอเชีย ขยายความร่วมมือไทย-จีน

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมมอบหมายให้ นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เข้าร่วมเป็นเกียรติและกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดนิทรรศการ “แม่น้ำล้านช้าง–แม่น้ำโขง: นิทรรศการศิลปะมรดกโลกแห่งเอเชีย” และ “อารยธรรมมนุษยชาติ: การแลกเปลี่ยนและการเรียนรู้ร่วมกัน”

เวทีเชียงรายถกเครียด พบสารหนูแม่น้ำโขงสูงลิ่ว สัตว์หน้าดิน 68% เสี่ยงสูญพันธุ์ ลูกปลาโอกาสรอดต่ำ

เผยประชาชนนับล้านกำลังเผชิญความเสี่ยงจากสารพิษในแม่น้ำ “นรเศรษฐ์”จวกรัฐให้ความสำคัญน้อยเกินไปเตรียมตั้งกระทู้ถามในสภา-วงประชุมเชียงรายถกเครียดหลังพบสารหนูแม่น้ำโขงสูงลิ่ว-ชี้สัตว์หน้าดิน 68%เสี่ยง-ส่งผลให้ลูกปลามีโอกาสรอดต่ำ 65%

ยึดน้ำมันดีเซล-เบนซิน 36 แกลลอน เตรียมขนลงเรือข้ามโขง ลักลอบส่งนอกประเทศ

น.อ.ปุณณรัตน์ ถมคำ รักษาราชการหัวหน้าสถานีเรือธาตุพนม (รรก.หน.สน.เรือธาตุพนม) หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม (นรข.เขตฯ) พร้อมกำลังชุดลาดตระเวนริมแม่น้ำโขง ออกเฝ้าตรวจบริเวณจุดผ่อนปรนตลาดการค้าไทย-ลาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พบคนกลุ่มหนึ่งพยายามนำน้ำมันเชื้อเพลิงใส่แกลลอนเล็ก เพื่อเตรียมขนลงเรือข้ามฝั่งไปยังประเทศ สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบทันที กลุ่มคนดังกล่าวอาศัยช่วงประชาชนมาจับจ่ายสินค้าเป็นจำนวนมากหลบหนีไป