ว่าด้วยเรื่องค่าไฟ เดือนนี้ประชาชนร้องระงม เสียงดังไปถึงรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า การปรับลดราคาค่าไฟฟ้าตามต้นทุนราคาพลังงานต้องดูสาเหตุของปัญหาว่าทำไมถึงแพง และต้องดูต้นทุนการผลิตและการบริหาร มันมีอะไรที่ซับซ้อนอยู่ในนั้นหลายอย่าง หากมองว่าค่าไฟมันแพง ค่าแก๊สมันแพงแล้ว ให้ลดลงเท่านู้นเท่านี้ ต้องดูด้วยว่ามันทำได้หรือไม่ ยืนยันอะไรที่ทำได้ ไม่ต้องห่วง ทำให้หมด การบริหารมันมีหลายคณะทำงาน แล้วมันเป็นเรื่องของการประกอบการทางธุรกิจ มีสัญญาข้อผูกมัดหลายอย่าง ที่ต้องเป็นไปตามนั้น
อย่างไรก็ตาม ค่าไฟเดือนนี้แค่ “เผาหลอก” แต่รอบบิลหน้า เดือน พ.ค. เผาจริง! “กรณ์ จาติกวณิช” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า เผยว่า รัฐบาลประกาศขึ้นค่าไฟฟ้าตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยจะปรับขึ้นค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนจาก 4.72 บาท เป็น 4.77 บาท แต่ลดให้ภาคอุตสาหกรรมจาก 5.33 ลงมาเท่ากับภาคครัวเรือนคือ 4.77 บาท ดังนั้น เดือนพ.ค. จึงเป็นวันเผาจริงของประชาชน
หลังรื่นรมย์จากวันหยุดในเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนส่วนใหญ่ก็ได้รับบิลเรียกเก็บค่าไฟ ขณะเดียวกันก็เป็นจังหวะที่หลายพรรคการเมืองใช้โอกาสนี้เคลื่อนไหว และประกาศนโยบายหาเสียงกับชาวบ้าน
สรุปสั้นๆ ทั้งก่อนและหลังสงกรานต์ที่พรรคการเมืองเสนอเห็นตรงกันว่า มาจากการที่รัฐเซ็นสัญญาให้ภาคเอกชนตั้งโรงงานไฟฟ้า และผลิตสำรองไฟฟ้ามากเกินไป โดยข้อมูลตรงกันว่าอยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์ จนทำให้ประชาชนต้องแบกภาระ โดยไม่อาจต่อรองกับใครได้
คำถามคือ พรรคการเมืองที่เสนอนโยบายหาเสียงอยู่ในตอนนี้ โดยเฉพาะพรรคในฝั่งรัฐบาล ทำไมที่ผ่านมาไม่ทำเลย แต่กลับมานั่งเสนอจะทำนั่นทำนี่
เริ่มที่ “พรรคพลังประชารัฐ” เสนอลดค่าผลิตไฟฟ้าเหลือ 1.27 และลดค่า FT 0.9827 บาทต่อหน่วย ทำให้ประชาชนจะได้ใช้ค่าไฟเหลือราคาใหม่ 2.5173 บาทต่อหน่วย
“พรรครวมไทยสร้างชาติ” เสนอหากได้เป็นรัฐบาลจะให้ค่าไฟอยู่ที่ยูนิตประมาณละ 3.90 บาท และมีแนวคิดจะให้นำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปแบบเสรี
ในส่วนของ ประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา “เกียรติ สิทธีอมร” นำทีมเศรษฐกิจพรรค เสนอรื้อโครงสร้างราคาพลังงานทั้งหมด ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้า หุงต้ม แอลเอ็นจี แอลพีจี สำหรับไฟฟ้า จะมีการปรับราคาก๊าซป้อนโรงไฟฟ้าให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและเป็นธรรม กำหนดสัดส่วนกำลังการผลิตระหว่างรัฐกับเอกชนให้เหมาะสม ที่สำคัญ ทบทวนความจำเป็นการมีค่าความผันแปร หรือค่า FT เสนอยกเลิกโดยมีวิธีอื่นที่ดีกว่า
อีกฟากฝั่ง “พรรคเพื่อไทย” เสนอพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตสอดคล้องกับปริมาณไฟฟ้าสำรองที่สั่งซื้อจากเอกชนเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ไทย-กัมพูชา เพื่อจะนำก๊าซธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ ส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ระดับครัวเรือน ให้ กฟผ.ผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ ลดต้นทุนการผลิต
ขณะที่ “ก้าวไกล” เสนอเป็นนโยบาย 5 ขั้น 1.เปลี่ยนนโยบายจัดสรรก๊าซธรรมชาติ จากเอื้อกลุ่มทุนเป็นเอื้อประชาชน เปลี่ยนได้เลยใน 100 วัน และเห็นผลในบิลค่าไฟ ลดได้ทันที 70 สตางค์ต่อหน่วยในปีแรก 2.เปลี่ยนแดดเป็นเงิน ด้วยการปลดล็อกระบบขายไฟมิเตอร์หมุนกลับจากหลังคาบ้านเรือน (Net Metering) เพื่อให้ทุกบ้านเรือนที่ต้องการติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านสามารถทำได้อย่างถูกต้อง 3.เปิดเสรีธุรกิจไฟฟ้า ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าเลือกซื้อไฟฟ้าได้เอง ไม่ต้องถูกมัดมือชกซื้อจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ยุติการรับประกันกำไรให้เจ้าสัวพลังงาน
4.ชนกับกลุ่มทุนใหญ่เสือนอนกิน เจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและสัมปทานกับกลุ่มทุนพลังงานใหม่ เพื่อลดต้นทุนที่เกิดขึ้นจาก ‘ค่าความพร้อมจ่าย’ ของโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้เดินเครื่อง และแก้ไขนโยบายเอื้อกลุ่มทุนพลังงานเพื่อลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชนได้เพิ่ม และขั้นสุดท้าย เดินหน้าแผน PDP Net Zero ไม่เพิ่มโรงไฟฟ้าฟอสซิล ตั้งเป้าปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมดภายใน 2580 เพื่อให้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดเป็นพลังงานสะอาดให้มากที่สุด
ทั้งหมดคือตัวอย่างพรรคการเมืองที่เสนอการแก้ไขปัญหาค่าไฟแพงมหาโหด ซึ่งมาปะทุในช่วงโค้งสุดท้ายทางการเมือง โดยพรรคฝ่ายรัฐบาลในตอนนี้ถือว่าเสียเปรียบคะแนนมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ถ้าติดตามข่าวสารละเอียดจะพบทันทีฝ่ายใดผิดพลาด และเชื่อว่าหลายคนจะนำข้อมูลทั้งหลายไปประมวลเพื่อตัดสินใจในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้น ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ฉันทานุมัติ' ประชาชน โต้ครหาน้ำเงินกินรวบ
ท่ามกลางอุณหภูมิทางการเมืองที่ร้อนระอุขึ้นทุกขณะ ฝ่ายรัฐบาลกำลังเปิดยุทธการไล่ต้อนพรรคประชาชน (ปชน.) อย่างหนักหน่วง ทั้งในมิติการโต้ตอบข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์
รัฐต้องพึ่งได้-คุมเข้มเงินบริจาค ปิดช่องมูลนิธิ หากินกับศรัทธา
ปรากฏการณ์ "โป๊ะแตก" ในสังคมไทย หลังเกิดกรณีข้อกล่าวหาและประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นกับมูลนิธิของ "บุ๋ม" ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี
“กกต.”คว้ามือ"ศาลรธน." แก้ลำโดนสาวลึก"ฮั้วสว."
ศึกชิงแดนอำนาจระหว่าง องค์กรอิสระ กับ องค์กรตุลาการ เป็นจุดที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก หลังจาก กกต.มีความคืบหน้าในการส่งดำเนินคดีอาญาขบวนการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 77 ราย ซึ่งมี สว.ชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วยถึง 26 ราย
‘ขอบเขตอำนาจ’ กมธ. กับสภาวะ ‘สีน้ำเงินกินรวบ’
ศึกสภาร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อปัญหามหากาพย์เกี่ยวกับ “ขอบเขตอำนาจหน้าที่” ของ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ ทั้ง 35 ชุดของสภาผู้แทนราษฎร เดินทางมาถึงจุดพีกและเกิดการปะทะทางการเมืองอย่างรุนแรง
ทดสอบ“แผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ” ระบบรับมือวิกฤตที่ต้องใช้ได้จริง
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามในภูมิภาคอื่น เช่น สงคราม “รัสเซีย-ยูเครน” หรือสัญญาณการโจมตีครั้งใหม่ของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านกำลังใกล้เข้ามา ทำให้ชาติต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังเกี่ยวกับความมั่นคงระดับประเทศและผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน
ดับฝัน"ทักษิณ" วืด"นิรโทษ"-ปัดตก ล้างมลทิน
มีกระแสข่าวความคืบหน้ากรณี ทักษิณ ชินวัตร ใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข

