เปิดวาร์ปผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม “พลังประชารัฐ” ยังละล้าละลัง

วันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา สิ้นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ให้ นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา ปชป. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. พ้นจากการเป็นสมาชิกภาพ ส.ส.

ส่งผลให้ต้องมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ใน 2 จังหวัด คือ ที่เขตเลือกตั้ง 1 จังหวัดชุมพร ของ ลูกหมี ชุมพล และที่เขตเลือกตั้ง 6 จังหวัดสงขลา ของ นายถาวร

ล่าสุด “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งร่างพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งซ่อมมาแล้ว จะนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันอังคารที่ 14 ธ.ค.นี้ เพื่ออนุญาตให้มีการเลือกตั้ง ส่วนวันที่ ทาง กกต.จะเป็นผู้กำหนด ซึ่งคงจะเป็นช่วงกลางเดือน ม.ค.นี้ ตามกรอบระยะเวลา 45 วัน

คอการเมืองตั้งคำถามทันทีว่า พรรคพลังประชารัฐจะส่งคนลงแข่งกับพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล และเป็นเจ้าของพื้นที่เดิมหรือไม่ เพราะเมื่อคราวเลือกตั้งซ่อมจังหวัดนครศรีธรรมราช แทน “เทพไท เสนพงศ์” นั้น พรรคพลังประชารัฐตัดสินใจส่งคนของตัวเองลง และได้เข้าวินไปในที่สุด

ฉะนั้น สนามที่จังหวัดชุมพรและจังหวัดสงขลาต้องคอยดู “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะเคาะอย่างไร  

ทว่า ฝั่งค่ายสีฟ้าโอกาสสูงมาก เขต 6 จ.สงขลา ส่ง “น้ำหอม” สุภาพร กำเนิดผล รองนายก อบจ.สงขลา และภรรยาของ นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ จะลงสมัครแทนนายถาวร

ส่วนเขต 1 จ.ชุมพร ให้ “อิสรพงษ์ มากอำไพ” เลขานุการ นายก อบจ.ชุมพร จะเป็นผู้สมัครเลือกตั้งแทน “ลูกหมี” ชุมพล ซึ่งเป็นหลานภรรยาของนายชุมพล

ด้าน “พรรคพลังประชารัฐ” หน้าฉากยังสงวนท่าที ทั้ง “ลุงป้อม” และ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เลขาธิการพรรค โดยบอกว่าต้องคุยกับคณะกรรมการบริหารพรรค

แต่จากการสืบ ทราบว่าที่ชุมพรรอบนี้ “ชุมพล” แชมป์เก่าจะยังคงอยู่ช่วยพรรคประชาธิปัตย์เหมือนเดิม และมีสัญญาใจเลือกตั้งใหญ่ทั่วไปครั้งหน้าจะย้ายค่ายไปซบอก “พลังประชารัฐ” ฉะนั้น การเลือกตั้งซ่อมเขต 1 อาจไร้เงาคนของ พปชร.ลงแข่ง

สำหรับสงขลา เขต 6 แว่วว่า “พี่นัส” อยากถอยให้พรรคประชาธิปัตย์ เพราะฝั่งนั้นส่ง “น้ำหอม” เมียของ “เดชอิศม์” ด้วยภูมิหลังที่ “ธรรมนัส” “เดชดิศม์” และ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย มีความสนิทแนบแน่นชนิดที่เรียกว่าเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน

เหตุนี้เอง “ธรรมนัส” ขุนพลในสนามรบของพรรคพลังประชารัฐ ที่เคยยกทัพไปถล่ม “เทพไท” จึงไม่อยากส่งคู่แข่งสู้กับพี่น้อง ขณะเดียวกันยังมีเสียงจาก ส.ส.ของพรรค เรียกร้องให้ส่งคนลง เพื่อวัดกระแสความนิยม

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา “ถาวร เสนเนียม” ใบ้ว่า ฟาก “พลังประชารัฐ” จะส่งลูกชายของ “อนันต์” ที่เป็นหัวคะแนนให้กับตนลงในการเลือกตั้งซ่อม

เมื่อส่องความเคลื่อนไหวในพื้นที่ พบว่าเป็น “อนุกูล พฤกษานุศักดิ์” ทายาทหมื่นล้านของ “อนันต์ พฤกษานุศักดิ์” กรรมการบริหาร บจก.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตถุงยางมือยักษ์ใหญ่ อีกทั้งยังเข้าตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย

ทว่า “โบ๊ต” อนุกูล ได้แต่เพียงเปิดตัวว่าเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 6 ชูสโลแกน คนบ้านเราคนพื้นที่ แต่ยังไม่บอกว่าลงในนามพรรคใด

ฉะนั้น ต้องเกาะติดความชัดเจนของพรรคพลังประชารัฐว่าตกลงแล้วจะส่งม้าลงสนามหรือไม่ แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ประกาศลั่นตั้งแต่ทราบคำวินิจฉัยศาล ว่าพร้อมป้องกันแชมป์แน่นอน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุมเข้ม ‘ปืน’ ปราบอาชญากรรม ได้เสียงชื่นชม หรือเสียคะแนนนิยม

ยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับมาตรการล้อมคอก เรื่องการครอบครองและพกพาอาวุธปืนของรัฐบาล หลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนชื่อดังที่ จ.นนทบุรี คดีนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต และเหตุสะเทือนขวัญอีกหลายคดี

หมากของไทยในสมรภูมิมหาอำนาจ กระแสต้าน'สหรัฐ-จีน'ยังเชี่ยวกราก

ในสถานการณ์ที่รัฐบาลยังต้องเจอ “วิบากกรรม” จากผลพวงของโมเดลสร้างความเข้มแข็งให้องค์ประกอบทางการเมือง “ขั้วสีน้ำเงิน” จึงต้องเร่ง “ทำงาน” อย่างเต็มสูบ เพื่อใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์

รัฐบาลสอบโกงท้องถิ่น จบแบบคาใจ จี้ลากคอ'บิ๊กการเมือง'สยบข้อครหา

วิกฤตการณ์ทุจริตการสอบแข่งขันพนักงานและข้าราชการส่วนท้องถิ่นครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งพบผู้กระทำผิดในการแก้ไขคะแนนสอบสูงถึง 5,925 คน จนนำไปสู่กระบวนการเพิกถอนผู้ที่ถูกบรรจุเข้ารับราชการ กำลังกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐบาล ว่าจะสามารถกวาดล้างโครงข่ายนี้ ให้สิ้นซากได้จริง หรือสุดท้ายจะเป็นเพียงแค่การลูบหน้าปะจมูก

ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน"ทิ้งทวน"

เพียงสัปดาห์เดียวเกิดเหตุสลดถึง 2 เคส ที่สังคมไทยต้องนำมาถอดบทเรียนอีกครั้ง ศุกร์ที่ 7 ส.ค. “เหตุกราดยิง” ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนชาย ม.3 พกอาวุธปืนขนาด 9 มม.มาจากบ้าน พร้อมกระสุน 98 นัด ก่อเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เดินลั่นไกใส่ครู-นักเรียน ไม่ต่างกับในเกมหรือภาพยนตร์

วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง

กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ