เลือกตั้งซ่อม ส.ส.แทน ‘สิระ’ ศึกศักดิ์ศรี ‘พปชร.’ อ่านใจคนกรุง

กลายเป็นสนามเลือกตั้งซ่อมที่ได้รับความสนใจขึ้นมาทันที สำหรับเขต 9 หลักสี่ กทม. ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ นายสิระ เจนจาคะ พ้นสมาชิกภาพ ส.ส. กรณีเคยต้องคำพิพากษาและถูกจำคุก

มีการมองว่า ผลการเลือกตั้งของสนามแห่งนี้อาจชี้วัดอะไรได้บางอย่าง โดยเฉพาะความนิยม ตลอดจนความรู้สึกนึกคิดของคนเมืองกรุงในขณะนี้ที่มีต่อพรรคการเมืองต่างๆ ว่าเป็นอย่างไร

โดยในการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 พรรคพลังประชารัฐคือพรรคที่กวาด ส.ส.เมืองกรุงเข้าสภาได้มากที่สุด 12 ที่นั่ง รองลงมาคือ พรรคอนาคตใหม่ หรือพรรคก้าวไกลในปัจจุบัน 

ตอนนั้นหลายฝ่ายวิเคราะห์กันว่า ชัยชนะของพรรคพลังประชารัฐส่วนหนึ่งมาจากความนิยมในตัวของ “บิ๊กตู่”- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในขณะนั้น 

ขณะที่คะแนนของพรรคอนาคตใหม่ไหลมาจากพรรคไทยรักษาชาติ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคก่อนวันเข้าคูหาไม่กี่วัน 

สำหรับสนามเลือกตั้งเขต 9 กทม. ในศึกเลือกตั้งเมื่อปี 2562 นั้น ถือว่าเข้มข้นไม่น้อยเหมือนกัน เชือดเฉือนกันไม่ขาดเท่าไหร่ โดย นายสิระ จากพรรคพลังประชารัฐ ได้ไป 34,907 คะแนน ชนะแชมป์เก่าหลายสมัยอย่าง นายสุรชาติ เทียนทอง จากพรรคเพื่อไทย ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ นายเสนาะ เทียนทอง อดีตแกนนำวังน้ำเย็น ที่ได้ไป 32,115 คะแนน 

ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ ที่ส่ง นายกฤษณุชา สรรเสริญ แม้จะเป็นหน้าใหม่ แต่ได้ไปไม่น้อยถึง 25,735 คะแนน ส่วนคู่แข่งคนเก่าของ นายสุรชาติ อย่างพรรคประชาธิปัตย์ ที่ส่ง พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ได้ไป 16,255 คะแนน 

ส่วนในครั้งนี้ หลายฝ่ายจับตาไปที่การห้ำหั่นกันระหว่าง พรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทย โดยมีรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐอาจส่ง “มาดามหลี”-นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ภรรยาของนายสิระ ที่ก่อนหน้านี้ตั้งใจจะไปลงสมัคร ส.ส.เขตดอนเมือง มาป้องกันแชมป์แทนสามี ขณะที่พรรคเพื่อไทย จะส่ง นายสุรชาติ มาล้างตา ทวงคืนศักดิ์ศรีแชมป์หลายสมัย 

มีการคาดการณ์กันว่า นายสุรชาติ มีโอกาสจะชำระแค้นได้สำเร็จ เพราะที่ผ่านมาลงพื้นที่ต่อเนื่อง ไม่เคยทิ้งพื้นที่เลยแม้จะพ่ายแพ้ในครั้งนั้น

ขณะเดียวกัน ในการเลือกตั้งครั้งก่อน นายสุรชาติเองไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้ต่อนายสิระแต่อย่างใด หากแต่อีกฝั่งมีตัวช่วยและอำนาจรัฐอยู่ในมือ หากสู้กันแฟร์ๆ ผลไม่มีทางออกมาเป็นอย่างนี้แน่ 

แต่จะมองข้ามพรรคก้าวไกล หรืออดีตพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้เช่นกัน เพราะครั้งก่อนขนาดส่งผู้สมัคร ส.ส.โนเนม ยังโกยแต้มเข้าสภาได้เกือบ 3 หมื่นคะแนน 

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์นั้น วันนี้ไม่เหมือนเดิม เจ้าถิ่นเดิมที่เคยครองพื้นที่นี้ครึ่งหนึ่งคือ จตุจักร อย่าง “เอ๋”-อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ย้ายค่ายไปตั้งรกรากอยู่กับพรรคกล้าของนายกรณ์ จาติกวณิช แล้ว  

อย่างไรก็ดี การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขต 9 ครั้งนี้ สำคัญกับพรรคพลังประชารัฐไม่น้อย และอยู่ในสภาวะแพ้ไม่ได้เช่นกัน เพราะคะแนนที่ออกมาอาจบอกได้ว่า ความรู้สึกของคนกรุงที่มีต่อ บิ๊กตู่ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 กับ วันนี้ ยังเป็นเหมือนเดิมหรือไม่ 

นอกจากนี้ ยังพอจะทำให้เห็นสถานการณ์ของตัวเองในสนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะมีขึ้นในกลางปี 2565 ด้วยว่า คะแนนนิยมของพรรคพลังประชารัฐและ บิ๊กตู่ เป็นอย่างไร

สำหรับพรรคเพื่อไทยนั้น พวกเขาต้องการชนะเพื่อล้างตา แต่ไม่ได้ถึงขนาดกับต้องทุ่มหมดหน้าตัก เพื่อจะคว้าเก้าอี้ ส.ส.ให้ได้ เพราะเป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นช่วงปลายเทอมรัฐบาลแล้ว อาจได้เข้าสภาไปเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ที่สำคัญ มันยังไม่มีนัยสำคัญต่อเสียงในสภา

ด้านพรรคก้าวไกล ที่ผ่านมามั่นใจว่าตัวเองกุมหัวใจของคนรุ่นใหม่ และต้องการพิสูจน์ตัวเอง ลบคำปรามาสว่า คะแนนที่ได้ในเมืองหลวงเมื่อครั้งก่อนไม่ได้มาจากอานิสงส์ของการยุบพรรคไทยรักษาชาติ แต่เป็นคะแนนความนิยมของพรรคอนาคตใหม่เอง

รอบนี้จะทำให้เห็นว่าพรรคก้าวไกลได้รับความนิยมสูงจริงหรือไม่

ซีกพรรคประชาธิปัตย์ พวกเขารู้ตัวดี แต่สนามนี้ต้องสู้ เพราะถือว่าทำให้พอมองเห็นอะไรเหมือนกัน โดยเฉพาะศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่หมายมั่นปั้นมือจะทวงคืนความยิ่งใหญ่ หลังส่ง “ดร.เอ้”-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีคนดัง เข้าชิงตำแหน่ง

คะแนนที่ได้ อาจเป็นนัยสำคัญกับปฏิกิริยาตอบรับที่มีต่อ “ดร.เอ้” ด้วยว่าเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม สนามนี้หากจะบอกว่าความพ่ายแพ้ของใครจะเสียหายที่สุด คงหนีไม่พ้นพรรคพลังประชารัฐ ลำพังเสียเก้าอี้ในสภา 1 เสียงยังพอทำเนา แต่มันจะสะท้อนไปถึงคะแนนนิยมในตัวผู้นำประเทศอย่าง “บิ๊กตู่” ที่พรรคสนับสนุนมาโดยตลอดด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลรธน.ปิดคดีบัตรเลือกตั้ง กกต.ลุ้นหนัก ยกคำร้อง มติ-คำตัดสินออกสูตรไหน?

หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ประกาศให้วัน จันทร์ที่ 28 และอังคารที่ 29 กันยายน เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ เฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ อันเนื่องมาจากวิกฤตน้ำท่วม

จากความคับแค้น สู่การเปิดโปง อนุทิน-สีน้ำเงินพันฮั้วสว. เป้าใหญ่รอถล่มศึกซักฟอก

เริ่มโหมโรง-เรียกแขกกันแล้ว สำหรับ “ศึกซักฟอก เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” ของพรรคฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคประชาชน

วิปฝ่ายค้านดีด'กธ.'เคลียร์'งูเห่า' ทดสอบคุณภาพ ตรวจสอบเชิงลึก

การที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน ได้ตัดสินใจปรับ พรรคกล้าธรรม ออกจาก องค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน ไม่ใช่เพียงเรื่องความขัดแย้งเชิงกติกาการโหวตเท่านั้น แต่เป็นการ "ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการเมือง"

พลิกเกมคดีฮั้วสว.ล้างไพ่ดีเอสไอ ระวังดาบสองคม“หันทิ่มรัฐบาล”

มติ ครม.วันอังคารที่ 22 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา เกิดฟ้าผ่าดังเปรี้ยง เมื่อมีคำสั่งย้าย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พ้นเก้าอี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งไปลอยแพเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เทียบเท่าระดับ 11 ปลอบใจ พร้อมตีตั๋วข้ามห้วยดึง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เสียบเก้าอี้เบอร์ 1 ดีเอสไอแทนแบบไร้รอยต่อ

‘น้ำเงิน’เลี้ยงความหวัง‘กธ.’ เครื่องมือคานอำนาจ‘พท.’

‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เตรียมนำเสนอรายชื่อ ‘กรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่’ ต่อผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่ออายุ'ไทยช่วยไทยพลัส 2' ลดค่าครองชีพหรือกู้เรตติ้ง?

คนไทยเฮ! อีกรอบ เมื่อรัฐบาล นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไฟเขียวต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ ออกไปอีก 2 เดือน