ร้อนกว่าอากาศก็บรรยากาศภายใน กรมปทุมวัน กลับมาระอุอีกครั้งกับอภิมหาศึกสีกากี เป้ายังล็อกอยู่ที่ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เมื่อคณะพนักงานสอบสวน นำโดย พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.น. หอบหลักฐานขอศาลออกหมายจับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ “BNKMaster” ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับบิ๊กของ ตร.พัวพันด้วย
ผู้พิพากษาศาลอาญาเรียกประชุมตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียด พบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึงผู้ต้องหา จำนวน 5 ราย ศาลจึงอนุญาตออกหมายจับ พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา, ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ หวัดแวว, ส.ต.อ.ณัฐนันท์ ชูจักร และ นายณพรรษกร แหเกิด หรือ อู๊ด หาดใหญ่ ฐาน “สมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน และเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน”
ส่วนบิ๊กตำรวจอย่าง "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ศาลยกคำร้อง แต่มีรายงานว่าเป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับ “พล.ต.อ.” ให้ออกหมายเรียกแทน
เว็บพนันออนไลน์ “BNKMaster” เป็นอีกเครือข่ายที่ทีมชุดสืบสวนสอบสวนขยายผลมาจากเว็บพนัน “มินนี่” เว็บพนัน “วีนัสมาสเตอร์” ซึ่งทั้งเว็บพนันมินนี่และวีนัส พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ ลูกน้องคนสนิท “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตกเป็นผู้ต้องหา ซึ่ง พ.ต.ท.คริษฐ์ถือเป็นพ่อบ้านนำเงินจากบัญชีม้าเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์เป็นค่าใช้จ่ายให้กับคนใกล้ชิดบิ๊กตำรวจ
ขณะที่ ส.ต.อ.ณัฐวุฒิก็ถูกดำเนินคดีในสำนวนที่ 2 เว็บพนันมินนี่ ที่มีชื่อของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์รวมอยู่ด้วย ซึ่งขณะนี้ ป.ป.ช.รับไว้ดำเนินการ
การขอออกหมายจับครั้งนี้ ชุดสืบสวนสอบสวนจับกุมเครือข่ายเว็บพนัน “BNK” พบสมุดบัญชีม้าหลายเล่ม พบ เส้นเงิน เข้าไปยัง พ่อบ้านบิ๊กตำรวจ และเส้นเงินเชื่อมไปยังค่าใช้จ่ายส่วนตัวทั้งบุคคลในครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด รวมทั้งเงินที่บริจาคเข้าวัดและออกใบอนุโมทนาบัตรในงานถวายผ้า พระกฐินหลวง ที่บิ๊กตำรวจเป็นประธานในพิธี
ซึ่งมีรายงานว่าเป็นเงินที่มาจากหนึ่งใน บัญชีม้า โอนไปยังบัญชีวัด ถึงแม้ไม่พบเส้นเงินเชื่อมไปยัง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ โดยตรง ชื่อของ “บิ๊กโจ๊ก” จึงถูกมัดรวมไปด้วยทุกครั้ง
ด้วยคำสั่ง “บิ๊กต่อ” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.ห้ามให้ข่าวทำให้องค์กรเสียหาย “บิ๊กโจ๊ก” ไม่เปิดหน้าฟาดกลับแบบตาต่อตาฟันต่อฟันเหมือนที่ผ่านมา พลิกเกมใช้ทีมทนายชี้แจงด้วยข้อกฎหมาย ตั้งโต๊ะแถลงโต้ยืนยัน “รอง ผบ.ตร.” ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน ซึ่งหนึ่งในประเด็นทันทีที่ศาลออกหมายจับ 3 ตำรวจลูกน้อง “บิ๊กโจ๊ก” โซเชียลกระพือข่าว ศาลไม่ออกหมายจับ แต่ให้ออก “หมายเรียก” แทน
ทีมทนายรีบแก้ต่างทันที ศาลไม่ออกหมายจับมีดุลพินิจว่า “ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอต่อการออกหมายจับ ศาลจึงยกคำร้อง” และไม่มีการออกหมายเรียกแต่อย่างใด หากศาลยกคำร้องแล้วพนักงานสอบสวนยังดำเนินการอยู่ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย
“ยิ่งเรื่องของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถูกส่งไป ป.ป.ช.แล้ว และทาง ป.ป.ช.รับเรื่องไว้แล้ว จะผิดหรือไม่ อำนาจการไต่สวนอยู่ที่ ป.ป.ช.ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 30 ประกอบมาตรา 28 อำนาจในการสอบสวนเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่พนักงานสอบสวนแล้ว หากพนักงานสอบสวนจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจจะเข้าข่ายในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ม.157 พนักงานสอบสวนต้องรับผิดชอบกันเอง”
โดยเฉพาะข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช.มาตรา 30 ประกอบมาตรา 28 ทีมทนายยัน เส้นทางการเงินมีเส้นทางเดียว เป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งในความรับผิดชอบของ สน.เตาปูน และ สน.ทุ่งมหาเมฆ เว็บพนันมินนี่ มาจากเส้นเงินเดียว การที่พนักงานสอบสวนไปขอหมายจับข้อหาฟอกเงิน ทีมทนายแย้งว่า เมื่อเส้นทางการเงินเส้นเดียว คดีก็อยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช.ตั้งแต่แรก
“บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินหน้ารบต่อด้วยข้อกฎหมาย มอบอำนาจให้ทนายฟ้อง “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. และรองหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีเว็บพนันมินนี่ ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา อ้างว่านำข้อมูลสำนวนการสอบสวนไปเปิดเผยต่อสื่อมวลชน ทำให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ได้รับความเสียหาย
“ไม่ตายเดี่ยว” ทีมทนายเตรียมแฉเส้นทางการเงินพนันออนไลน์ที่เชื่อมโยงไปถึงข้าราชการตำรวจระดับสูงภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย้ำชัด หากจะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินต้องตรวจสอบคนอื่นด้วย หากมองว่าเส้นทางการเงินไปถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นสิ่งไม่ถูกต้องแล้ว เส้นทางการเงินไปที่คนอื่นก็ไม่ถูกต้องเหมือนกัน ซึ่ง “บิ๊กโจ๊ก” เองก็เคยเปรยไว้ว่า "หากออกมาพูดรับรองตายหมู่ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ"
อภิมหาศึกครั้งนี้สู้กันด้วยข้อกฎหมาย “บิ๊กโจ๊ก” ยกการ์ดสูงตั้งทีมทนายสู้ทุกกระบวนท่า ขณะที่คณะพนักงานสอบสวนเว็บพนันออนไลน์ “BNK” หลังจากที่ศาลยกคำร้องออกหมายจับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีรายงานว่า การออกหมายเรียกคณะพนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือถึง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เพื่อพิจารณาแต่งตั้งหัวหน้าชุด ซึ่งเป็นระดับ “รอง ผบ.ตร.” มากำกับดูแลคดีนี้ ซึ่งยังต้องรอการพิจารณาจากผู้บังคับบัญชา
ศึกภายในรั้ว “ปทุมวัน” ครั้งนี้ต้องจับตาดูกันยาวๆ ถึงแม้ตอนนี้ “บิ๊กโจ๊ก” จะเป็นฝ่ายตั้งรับ แต่เชื่อว่าถ้าหลังพิงฝา ไม้ตาย ที่ “บิ๊กโจ๊ก” กุมอยู่จะถูกนำมาใช้เป็นข้อต่อรอง
ตำรวจระดับสูงใน ตร.ต้องคุยกันอีกครั้ง?.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กธ.ปรับขบวนทัพ รับสถานการณ์ 'ธรรมนัส' ค้าน ‘ไม่แค้น’
‘พรรคกล้าธรรม’ คือ อาณาจักรของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา มาตั้งแต่แรก การขยับขึ้นนำทัพเองในตำแหน่ง ‘หัวหน้าพรรค’ ครั้งล่าสุด จึงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร
เกมใหม่หลังยกเลิกMOU44 ดึง‘กัมพูชา’เข้ากรอบ‘คนละครึ่ง’
แม้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพด้วยคะแนนสนับสนุนที่ท่วมท้น แถมมีพรรครอร่วมรัฐบาลรอเสียบ แต่การเมืองเป็นเรื่องไม่แน่นอน พรรคภูมิใจไทย จึงต้องเดินหน้านโยบายที่ได้หาเสียงไว้ให้เป็นรูปธรรม เช่น คนละครึ่งพลัส (ไทยช่วยไทยพลัส) ผลักดันทหารอาสา ยกเลิก MOU 44 เป็นต้น
ธนาธร-กลุ่มเพื่อนเอก ตรึงพรรคส้ม "พิจารณ์"คัมแบ็กยืนแถวหน้า
หลัง พรรคประชาชน ไม่ต้องเสียรูปกระบวนการเมืองทั้งในสภาฯ และนอกสภาฯ เพราะศาลฎีกาฯ ไม่สั่งให้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและ สส.บัญชีรายชื่อ กับพวกรวม 9 คนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ในคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกลลงชื่อแก้มาตรา 112 ก็ทำให้ผลการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาชนตลอด 3 วันที่ผ่านมา ที่โรงแรมเมเปิล บางนา จึงไม่ได้มีการปรับทัพกันมาก
สัญญาณเตือนคดี 'ศักดิ์สยาม' เสี่ยงวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ-รบ.
คำชี้แจงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีมีมติยกคำร้องกล่าวหานายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม
จับตาพรก.กู้เงิน5แสนล้านสู้วิกฤต ฉุดเศรษฐกิจ หรือแบกหนี้อ่วม!
รัฐบาลคอนเฟิร์มแล้ว เตรียมพิจารณาออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการรองรับวิกฤตต่างๆ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หลังจากเกิดความสับสนว่าจะกู้เงินหรือไม่
‘มวยล้มต้มคนดู’ หรือทุบโต๊ะล้างบาง? บทพิสูจน์ดีเอสไอคลายปม ‘คดีน้ำมัน’
มหากาพย์การสอบสวนขบวนการ "น้ำมันล่องหน 60 ล้านลิตร" ภายใต้การกำกับดูแลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะคดีพิเศษที่ 59/2569 กำลังก้าวเข้าสู่จุดเดือดสูงสุดในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมที่ตั้งคำถามถึงความจริงใจในการปราบปรามปรากฏการณ์ อาชญากรรมทางพลังงาน ที่กัดกินงบประมาณแผ่นดินและเงินในกระเป๋าของประชาชน

