
พรรคประชาธิปัตย์สามารถรักษาจำนวน ส.ส.ของตัวเองในสภาฯ เอาไว้ได้ หลังคว้าชัยชนะได้ทั้ง 2 สนาม ไม่ว่าจะเป็นเลือกตั้งซ่อมที่เขต 1 จ.ชุมพร และเขต 6 จ.สงขลา
โดยที่ จ.ชุมพร เลขาฯ ตาร์ท-นายอิสรพงษ์ มากอำไพ จากพรรคประชาธิปัตย์ คนสนิทของ ลูกหมี-ชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร และอดีตแกนนำ กปปส. กวาดไปได้เกือบ 5 หมื่นคะแนน เอาชนะคู่แข่งคนสำคัญอย่าง ทนายแดง-นายชวลิต อาจหาญ จากพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้ไป 3 หมื่นกว่าคะแนน
ขณะที่ จ.สงขลา คุณนายน้ำหอม-น.ส.สุภาพร กำเนิดผล ภรรยา นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และหัวหน้าภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ สามารถเฉือนเอาชนะ เสี่ยโบ๊ต-นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ จากพรรคพลังประชารัฐ ได้เกือบ 4 พันกว่าคะแนน
ในแง่ความเสียหายของพรรคพลังประชารัฐมีไม่มากนัก เพราะถือว่าทั้ง 2 พื้นที่นี้แต่เดิมเมื่อการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 เป็นของพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว ขณะที่พรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผมเองรอบนี้ถือว่า ‘เท่าทุน’
หากจะบอกว่า ปัจจัยความพ่ายแพ้ของพรรคพลังประชารัฐทั้ง 2 เขต เป็นเพราะกระแสของ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ตกแล้วหรือไม่ คงจะไม่จริงสักเท่าใดนัก นั่นเพราะหากย้อนไปดูยุทธศาสตร์การหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายที่ผ่านมาจะพบว่า ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐหรือพรรคประชาธิปัตย์ ยังมีการโหน ‘บิ๊กตู่’ อยู่ด้วยกันทั้งคู่
พรรคประชาธิปัตย์แม้ไม่ใช่พรรคนั่งร้านของ ‘บิ๊กตู่’ เหมือนกับพรรคพลังประชารัฐ แต่พบว่า ที่ จ.ชุมพร มีการปราศรัยขอคะแนนชาวบ้าน โดยระบุว่า ‘ลูกหมี’ อดีตแกนนำ กปปส.คือคนที่สนับสนุนนายกฯ คนนี้มาโดยตลอด
ส่วนที่ จ.สงขลา แม้การตอบโต้กันไปมาระหว่างผู้ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคพลังประชารัฐจะดุเดือดเข้มข้น แต่พรรคประชาธิปัตย์กลับไม่เคยแตะต้อง ‘บิ๊กตู่’ เลย
และหากมองดูยุทธศาสตร์การหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์รอบนี้จะพบว่า มีความพยายามจับ ‘บิ๊กตู่’ แยกกับพรรคพลังประชารัฐ
มีความพยายามจะสื่อด้วยว่า ‘บิ๊กตู่’ ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่เป็นการแข่งขันกับพรรคพลังประชารัฐภายใต้การนำของ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรคเท่านั้น
ดังนั้นจึงยังไม่สามารถรีบสรุปได้ว่า ผลคะแนนเลือกตั้งซ่อมที่ออกมาสามารถสะท้อนได้ว่า กระแส ‘บิ๊กตู่’ ในภาคใต้นั้นตกลงแล้ว
อีกทั้งการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นไม่ได้มีนัยสำคัญทางการเมืองอะไรระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน แต่เป็นการแข่งขันกันเองระหว่างฝ่ายรัฐบาลด้วยกัน ผลแพ้-ชนะ ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคพลังประชารัฐ จำนวนเสียง ส.ส.ในสภาก็ยังเท่าเดิม และ ‘บิ๊กตู่’ ก็ยังเป็นนายกฯ เหมือนเดิม
มันเป็นศึกศักดิ์ศรีระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคพลังประชารัฐ และตัวบุคคลมากกว่า ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้รับรู้ข้อมูลตรงนี้ดี
และอาจจะมองได้ว่า ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ต้องการจะสั่งสอนพรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของ ‘บิ๊กป้อม’ และ ‘ธรรมนัส’ โดยเฉพาะรายหลังที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ก่อการกบฏ พยายามจะล้ม ‘บิ๊กตู่’ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
อย่าลืมว่า คนใต้เป็นคนที่เสพข่าวการเมืองจริงจัง รับรู้ข้อมูลเรื่องราวที่เกิดขึ้น และความขัดแย้งระหว่าง ‘บิ๊กตู่’ กับ ‘ธรรมนัส’ เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลาการหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นที่ จ.ชุมพร และสงขลา ‘ธรรมนัส’ แทบจะไม่เอ่ยชื่อ ‘บิ๊กตู่’ เพื่อขอคะแนนจากชาวบ้านเลย ต่างจาก ส.ส.และแกนนำคนอื่นๆ ที่พยายามจะงัดชื่อ ‘บิ๊กตู่’ มาอ้อน
ขณะเดียวกัน ก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่า วาทกรรมคนรวย-คนจน บนเวทีปราศรัยที่ จ.สงขลาของ ร.อ.ธรรมนัส เป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจลงคะแนนของชาวบ้านด้วย
คำพูดที่อ่อนไหว ละเอียดอ่อน ถือเป็นคำต้องห้ามหากคิดจะใช้หาเสียงในดินแดนสะตอ
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้แม้ ร.อ.ธรรมนัสจะไม่ได้เป็นแม่ทัพคุมเลือกตั้งด้วยตัวเอง เพราะพรรคพลังประชารัฐได้มอบหมายให้ เสี่ยเฮ้ง-นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เป็น ผอ.เลือกตั้งซ่อมที่สงขลา และ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เป็น ผอ.เลือกตั้งซ่อมที่ชุมพร แต่ก็ยากที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบในฐานะเลขาธิการพรรค
กลับกันแม้ไม่ได้เป็น ผอ.เลือกตั้งซ่อมเอง แต่บทบาทตลอดการหาเสียงของ ร.อ.ธรรมนัส ในช่วงโค้งสุดท้ายแทบจะเกินเบอร์คนอื่นๆ
แทบจะเรียกได้ว่า ร.อ.ธรรมนัส คือภาพของพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้
ที่ผ่านมามีกระแสข่าวออกมาตลอดว่า ร.อ.ธรรมนัส ต้องการเป็นแม่ทัพคุมเลือกตั้งใหญ่แบบเบ็ดเสร็จ รวมถึงภาคใต้ด้วย ในขณะที่ ‘บิ๊กป้อม’ เองก็ค่อนข้างไว้ใจลูกน้องคนนี้
ร.อ.ธรรมนัส เป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง ไม่ว่าจะเป็นบนดิน-ใต้ดิน หากแต่ผลการเลือกตั้งครั้งนี้กำลังทำให้ได้รับบาดเจ็บและกำลังเสียเครดิตอย่างมาก
น่าจับตาว่า มันจะส่งผลต่อความชอบธรรมในหน้าที่ความรับผิดชอบในปัจจุบันหรือไม่ แน่นอนว่า ขั้วตรงข้ามภายในพรรคย่อมหยิบความล้มเหลวมาขย่มต่อ
และผลการเลือกตั้งครั้งนี้มันก็ยังทำให้พรรคพลังประชารัฐเองได้เรียนรู้ว่า พวกเขาขาด ‘บิ๊กตู่’ ไม่ได้ ความทะนงก่อนหน้านี้คงลดลงไปเยอะ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สภาชำแหละ งบ70กางโผ เป้ารอถล่ม
สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ในวาระแรกขั้นรับหลักการ ตลอด 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญทางการเมืองประจำสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค. โดยวิป 3 ฝ่ายคือ คณะรัฐมนตรี-พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปให้เวลาในการอภิปรายรวม 41 ชั่วโมง
โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง
ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม
กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว
ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท
นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่
การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”
'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน
ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่

