เมื่อรัฐบาลแค่ เลื่อน การพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร จากที่กำหนดไว้วันพุธที่ 9 เม.ย.ออกไปก่อน โดยไม่ได้มีการประกาศ ถอนร่าง พ.ร.บ.กาสิโน ออกจากระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ปล่อยให้ค้างไว้
ทำให้ฝ่ายที่ต่อต้าน-คัดค้านไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.กาสิโน ก็ยังวางใจรัฐบาลไม่ได้ เพราะเกรงจะใช้วิธี สับขาหลอก คือ เปิดประชุมสภาฯ สมัยหน้ามาเดือน ก.ค.2568 อาจจะฉวยจังหวะทีเผลอ ที่ประชาชน-กลุ่มต่อต้าน ตั้งหลักไม่ทัน ก็จะลักไก่ สั่งการวิปรัฐบาลให้เสนอในที่ประชุมสภาฯ ให้นำร่าง พ.ร.บ.กาสิโนขึ้นมาพิจารณาทันที ในจังหวะที่หลายคนไม่ทันตั้งหลัก เหมือนช่วงที่ผ่านมา 1 สัปดาห์ ที่ทุกภาคส่วนของสังคมพร้อมใจกันออกมาต่อต้านกฎหมายกาสิโนอย่างพร้อมเพรียง จนทำให้รัฐบาลถอยกรูด
ซึ่งแผนการของรัฐบาล หากจะลักไก่ ผลักดันร่าง พ.ร.บ.กาสิโน ช่วงประชาชนไม่ทันตั้งหลักทัน เป็นเรื่องที่ทำได้ เพราะตอนนี้ร่าง พ.ร.บ.กาสิโนถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาฯ เรียบร้อย ทำให้สภาฯ สามารถพิจารณาได้ตลอดเวลา ในช่วง 2 ปีของอายุสภาฯ ชุดปัจจุบันจนกว่าจะหมดวาระเดือน พ.ค.2570 หรือก่อนยุบสภาฯ หากมีอุบัติเหตุการเมือง
ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้แน่นอน กับการที่รัฐบาลจะลักไก่ ใช้จังหวะประชาชน-กลุ่มต่อต้าน ตั้งหลักไม่ทัน ก็รีบสั่งสภาฯ โหวตเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กาสิโนวาระแรก ในจังหวะเหมาะๆ
แต่ตอนนี้เมื่อเห็นแล้วว่า เข็นต่อไม่ไหว เพราะกระแสคัดค้าน-ต่อต้านกฎหมายบ่อนกาสิโนของรัฐบาล ขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกภาคส่วนของสังคมประสานเสียงไม่เอาร่างกฎหมายกาสิโนที่สุ่มเสี่ยงจะนำพาประเทศไทยไปสู่ความล่มสลาย-ล่มจม มันจึงทำให้ ทักษิณ ชินวัตร-เพื่อไทย ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล ต้องยอม "เสียหน้า" ด้วยการสั่ง ไอ้เสือถอย อย่างที่เห็น
หลังจากนี้ต้องรอดูว่า ภาคประชาชน และกลุ่มองค์กรต่างๆ จะปรับกระบวนยุทธ์ในการต่อต้านคัดค้านและจับตามองรัฐบาลอย่างไร เพราะอย่างในช่วงปิดสมัยประชุมร่วม 2 เดือน เมื่อไม่มีประเด็นเรื่องกฎหมายกาสิโน ก็ทำให้ฝ่ายต่อต้าน โดยเฉพาะกลุ่ม คปท.-กองทัพธรรม ที่ปักหลักชุมนุมที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบรัฐบาล ก็ย่อมไม่มีประเด็นในการเคลื่อนไหวร่วม 2 เดือน อาจทำให้ต้องปรับแผนในการเคลื่อนไหว เพื่อสะสมกำลังและเตรียมพร้อม หลังเปิดสภาฯ เดือน ก.ค. ในการเฝ้าติดตามว่าจะมีการสั่งการให้สภาฯ พิจารณาร่าง กม.กาสิโนเมื่อใด เป็นต้น
เบื้องต้นท่าทีของฝ่ายต่อต้านคัดค้านกาสิโนชัดเจนว่า ไม่ได้เคลื่อนไหวให้รัฐบาล "เลื่อน" การโหวตร่าง กม.กาสิโน แล้วร่าง กม.ค้างอยู่ในสภาฯ แต่ต้องการให้ ถอน-ยกเลิก ร่าง พ.ร.บ.กาสิโน ด้วยการเอาร่าง พ.ร.บ.กาสิโนออกไปจากระเบียบวาระการประชุมสภาฯ ไปเลย ไม่ใช่ปล่อยค้างไว้ แล้วรอจังหวะค่อยสั่ง สส.รัฐบาลโหวตเห็นชอบ
“การเลื่อนออกไปไม่ใช่การยุติหรือยกเลิกร่างกฎหมายดังกล่าว แต่เป็นเพียงการลดกระแสต่อต้านจากประชาชนเท่านั้น นายกรัฐมนตรีกำลังเลื่อนเพื่อหลอกประชาชน
นายกฯ บอกให้เลื่อนการเสนอวาระ พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรออกไปก่อน ข้อเสนอของประชาชนคือให้ ‘หยุด’ ไม่ใช่แค่เลื่อน เราไม่เอากาสิโนและพนันออนไลน์” พิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. กลุ่มคัดค้านร่าง พ.ร.บ.กาสิโน ระบุ
อย่างไรก็ตาม ดูท่าทีรัฐบาลเพื่อไทยแล้วคงไม่ถอยแน่นอน ตอนนี้เพียงแค่ ถอยมาตั้งหลัก เพื่อ รอดันเข้าไปใหม่
เห็นได้จากท่าทีของ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย "แพทองธาร ชินวัตร" ที่ตามข่าวก็คือ พอประชุม ครม.เสร็จสิ้น นายกฯ ได้เชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ประกอบด้วย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ วราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ หารือร่วมกันที่ห้องรับรองชั้น 1 ตึกบัญชาการ
มีรายงานว่า ในวงหารือมีการคุยกันว่าร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรเป็นร่างกฎหมายที่เสนอเข้าสภาฯ โดยรัฐบาล เพราะผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม. แต่จังหวะที่เสนอ เกิดเหตุแทรกซ้อน 2 เรื่องสำคัญคือ กรณีแผ่นดินไหวในไทยเมื่อ 28 มี.ค. กับกรณีประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศเรื่องกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย โดยปรับขึ้นไปที่ร่วม 37 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง 2 เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และกระทบกับประชาชน สส.ในสภาฯ ก็อยากให้ใช้เวทีสภาฯ มาอภิปรายเสนอความเห็นกัน แต่พอดีสภาฯ จะปิดสมัยประชุม 11 เม.ย.นี้แล้ว ทำให้เหลือเวลาประชุมสภาฯ อีกแค่ 2 วัน หากรัฐบาลเสนอให้สภาฯ โหวตร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร วันพุธที่ 9 เม.ย. ก็ทำให้รัฐบาลถูกมองว่า ไม่ให้ความสำคัญกับปัญหาใหญ่เรื่องแผ่นดินไหวและกำแพงภาษีสหรัฐ ไม่สนใจปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชน
ข่าวบอกว่าอีกว่า นอกจากนี้มีการคุยกันว่า ตอนนี้มีกระแสต่อต้านคัดค้านเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงความเห็นข้อกฎหมายต่างๆ ในการเสนอร่าง กม.กาสิโนเข้าสภาฯ รวมถึงแม้แต่องค์กรด้านศาสนาก็ออกมาคัดค้าน จนเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
สายข่าวให้ข้อมูลระบุว่า ในวงหารือ นายกฯ ยอมรับว่า สาเหตุที่กลุ่มต่างๆ ของสังคมออกมาคัดค้านต่อต้านร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร อาจเป็นเพราะรัฐบาลชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนไม่ดีพอ โดยเฉพาะการทำให้ประชาชนเข้าใจว่าการสร้างเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์คือหัวใจสำคัญของร่างกฎหมาย ไม่ใช่กาสิโน
พร้อมกันนี้ยังมีรายงานด้วยว่า นายกฯ บอกกับวงหารือหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลตอนหนึ่งว่า
“เบื่อกับข่าวต่างๆ ที่ออกมา ตื่นมาแล้วต้องเจอโน่นนี่ ไม่ไหวทำงานไม่ได้ ต้องเลิกกันแล้ว ทุกเรื่องไม่ว่าเรื่องอะไรตนพร้อมรับ แต่ไม่อยากให้โยนกันไปกันมา เพราะอยากทำงานแล้ว งานมีเยอะ พร้อมรับทุกเรื่อง อยากตั้งใจทำงาน ไม่อยากให้มีข่าวอะไรออกมา เพราะมันไม่จบ และเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ยืนยันเราไม่ถอย แต่ตอนนี้บังเอิญมีเรื่องด่วนเข้ามา เช่น เรื่องแผ่นดินไหว ที่เราต้องเยียวยาดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงการขึ้นภาษีของสหรัฐ ที่ยังต้องแก้ปัญหา เอาเรื่องสำคัญก่อน อยากทำเรื่องนี้ให้แข็งแรง ถ้าเช่นนั้นเอาเรื่องสำคัญก่อนดีกว่า เรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์อธิบายน้อยไป โดยจะใช้เวลา 2 เดือน ระหว่างปิดสมัยประชุมสภาฯ ไปอธิบายทำความเข้าใจกับประชาชน” รายงานข่าวระบุคำกล่าวของนายกฯ
อันเป็นท่าทีของผู้นำรัฐบาลและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ยืนกราน นโยบายเปิดสถานบันเทิงครบวงจรที่ให้มี "กาสิโน" รัฐบาลไม่ได้ถอยแน่นอน!
สถานการณ์ต่อจากนี้คือ ช่วง "พักยก" ระหว่างสภาฯ ปิดสมัยประชุม โดยทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ต่างก็คงต้องกลับไปตั้งหลักกันก่อน เพื่อดูว่าต่อจากนี้จะเดินหน้าในฝั่งของตัวเองอย่างไร
หลังท่าทีจากฝ่ายรัฐบาล-แกนนำเพื่อไทย ยืนยันชัด ไม่มีถอย และจะเอาให้ได้ เปิดบ่อนกาสิโน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ช็อตนี้มีความหมาย! 'อนุทิน' กราบตัก 'ทักษิณ' หลังร่วมโต๊ะ 4 นายกฯ
บรรยากาศหลังพิธีสวดพระอภิธรรม “เกรียง กัลป์ตินันท์” เจ้าภาพเชิญ 4 นายกฯ ร่วมโต๊ะอาหาร ก่อน “อนุทิ
'อนุทิน' พบ 3 อดีตนายกฯ ร่วมงานสวดพระอภิธรรม 'เกรียง กัลป์ตินันท์'
นายกฯ เป็นประธานงานสวดพระอภิธรรม ’เกรียง กัลป์ตินันท์‘ ขณะที่ ‘4 นายกฯ’พบหน้าครั้งแรกพร้อมเพรียง ‘อนุทิน-ทักษิณ-แพทองธาร-สมชาย’
รัฐบาลสอบโกงท้องถิ่น จบแบบคาใจ จี้ลากคอ'บิ๊กการเมือง'สยบข้อครหา
วิกฤตการณ์ทุจริตการสอบแข่งขันพนักงานและข้าราชการส่วนท้องถิ่นครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งพบผู้กระทำผิดในการแก้ไขคะแนนสอบสูงถึง 5,925 คน จนนำไปสู่กระบวนการเพิกถอนผู้ที่ถูกบรรจุเข้ารับราชการ กำลังกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐบาล ว่าจะสามารถกวาดล้างโครงข่ายนี้ ให้สิ้นซากได้จริง หรือสุดท้ายจะเป็นเพียงแค่การลูบหน้าปะจมูก
ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน"ทิ้งทวน"
เพียงสัปดาห์เดียวเกิดเหตุสลดถึง 2 เคส ที่สังคมไทยต้องนำมาถอดบทเรียนอีกครั้ง ศุกร์ที่ 7 ส.ค. “เหตุกราดยิง” ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนชาย ม.3 พกอาวุธปืนขนาด 9 มม.มาจากบ้าน พร้อมกระสุน 98 นัด ก่อเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เดินลั่นไกใส่ครู-นักเรียน ไม่ต่างกับในเกมหรือภาพยนตร์
วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง
กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ
เปิดลึก มหาดไทย ขยับ รีเซ็ต คุมอาวุธปืน ฝ่ายกฎหมายแทงสวน
จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กราดยิงกลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้จากเดิมที่มีความเชื่อกันว่า”โรงเรียน-สถานศึกษา”คือ Safe Zone พื้นที่ปลอดภัย ต้องถูกสั่นคลอน ส่งผลให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการบ้านเร่งด่วนคือการทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย และอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยับแรงๆ ทันทีก็คือ การยกระดับความเข้มงวดในการ”ควบคุมอาวุธปืน”เพราะแม้ปืนที่ก่อเหตุจะเป็นปืนในบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ทำให้สังคมเล็งเห็นถึงอันตราย ความไม่ปลอดภัยหากการควบคุมอาวุธปืนยังไม่มีประสิทธิภาพ

